- หน้าแรก
- หลับใหลชั่วนิรันดร์ใต้แสงดาวอังคาร
- บทที่ 6 วันที่ 1 (6) พวกเรายังยื้อต่อได้อีกห้าวัน
บทที่ 6 วันที่ 1 (6) พวกเรายังยื้อต่อได้อีกห้าวัน
บทที่ 6 วันที่ 1 (6) พวกเรายังยื้อต่อได้อีกห้าวัน
บทที่ 6 วันที่ 1 (6) พวกเรายังยื้อต่อได้อีกห้าวัน
ถังเยว่รื้อกล่องทุกใบและขุดเอาทุกอย่างที่กินได้ออกมา ราวกับหมีที่กำลังคุ้ยเขี่ยกองขยะ อะไรที่หน้าตาพอกินได้เขาจะงับมันไว้ก่อน ถึงตอนนี้อาหารมีค่ามากกว่าทองคำ ทุกคำมีความหมาย การหาช็อกโกแลตเจอเพิ่มอีกสักชิ้นอาจช่วยต่อชีวิตเขาไปได้อีกครึ่งวัน
เขาแบ่งอาหารทั้งหมดออกเป็นสามประเภท
ประเภทแรกคือวัตถุดิบบรรจุซองแบบนิ่มที่มีความชื้น อาหารพวกนี้ส่วนใหญ่บรรจุในถุงใหญ่หนักหลายสิบกิโลกรัม มีทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู อกไก่ ทูน่า และมักกะโรนี ทั้งหมดผ่านการนึ่ง ฆ่าเชื้อ และซีลสุญญากาศในฟอยล์อลูมิเนียม ทำให้เก็บรักษาได้นาน
ถังเยว่นับจำนวน ตอนนี้เขามีเนื้อวัวสามสิบกิโลกรัม อกไก่ยี่สิบกิโลกรัม เนื้อหมูยี่สิบกิโลกรัม ทูน่าฉีกสิบห้ากิโลกรัม มักกะโรนีสิบกิโลกรัม รวมถึงผักอบแห้ง ข้าวโอ๊ต และเห็ดหอมแห้งถุงใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง ผักอบแห้งต่างจากเนื้อสัตว์บรรจุซองตรงที่เนื้อสัตว์เหล่านั้นมีน้ำเป็นส่วนประกอบห้าสิบถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องเติมน้ำก่อนกิน
แต่ผักอบแห้งนั้นเหมือนกับผักแห้งในบะหมี่เนื้อตุ๋นกึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อคังซือฝู คือต้องแช่น้ำและบีบให้หมาดก่อนถึงจะกินได้
ประเภทที่สองคืออาหารพร้อมทาน ได้แก่ อาหารกระป๋องชนิดต่างๆ ที่ไม่ต้องปรุงหรือผ่านกระบวนการใดๆ แค่เปิดฝาก็กินได้เลย
นี่คือปี 2052 เทคโนโลยีอวกาศก้าวหน้าไปมาก การสร้างสถานีอวกาศในวงโคจรดาวอังคารและสถานีวิจัยบนพื้นผิวดาวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือกว่ายุคศตวรรษที่ยี่สิบอย่างเทียบไม่ติด ทว่าในขณะที่ทุกอย่างพัฒนาไปข้างหน้า ดูเหมือนเรื่องอาหารการกินจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
สิ่งที่ผู้บุกเบิกอวกาศยุคแรกกิน ถังเยว่ก็ยังต้องกินแบบนั้น
อาหารกระป๋อง อาหารกระป๋องทุกชนิด และก็มีแต่อาหารกระป๋อง กองทัพอาหารกระป๋องที่ไม่มีวันหมด
เนื้อกระป๋อง ปลากระป๋อง ผักกระป๋อง ลูกแพร์กระป๋อง สับปะรดกระป๋อง มันเทศกระป๋อง ลูกท้อกระป๋อง เม็ดมะม่วงหิมพานต์กระป๋อง... อาหารกระป๋องลังแล้วลังเล่า
แม้ว่าสถานีคุนหลุนจะมีห้องครัว แต่ดูเหมือนคนทางฝั่งจิ่วเฉวียนจะเชื่อว่าเวลาอันมีค่าไม่ควรเสียไปกับการทำอาหาร การทอดสเต๊กสักชิ้นสู้เปิดกระป๋องกินไม่ได้ แล้วรสชาติอาหารกระป๋องมันจะดีสักแค่ไหนกันเชียว?
มีทั้งปลา ทั้งเนื้อ ทั้งของคาว ของเจ แม้แต่ผลไม้ แค่เปิดสักสองสามกระป๋องก็แทบจะจัดโต๊ะจีนจักรพรรดิได้แล้ว ดังนั้นยานขนส่งสินค้าจึงเต็มไปด้วยกองภูเขาอาหารกระป๋อง
คนจากศูนย์โภชนาการเคยบอกถังเยว่ว่า ถึงจะเป็นอาหารกระป๋อง แต่นี่คือกระป๋องไฮเทคแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ใช้เทคโนโลยีฆ่าเชื้อฉับพลัน ล็อกรสชาติ ถนอมอาหารแบบไร้สารพิษ และคืนรูปสัมผัส มันไม่เหมือนกับของที่กินกันบนยานเสินโจวสมัยก่อนหรอกนะ
เพราะงั้นอย่าปฏิเสธเลย... เอาน่า ลองชิมนี่หน่อยไหม? ปลาร้าสวีเดนแช่น้ำหญ้าลิ้นงูขาวเหลาซานสูตรพิเศษที่ทำมาเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ?
เอาน่า ลองสักคำเถอะ
ลองคำเดียวไม่ตายหรอก
ตอนที่ทีมสำรวจยังอยู่ พวกเขาไม่อยากแตะต้องอาหารกระป๋องพวกนี้เลย ส่วนใหญ่จึงถูกทิ้งไว้ ตอนที่ถังเยว่จัดของพวกนี้เขายังแอบเยาะเย้ยในใจว่า ไอ้กระป๋องเฮงซวยพวกนี้คงต้องทิ้งไว้ให้ทีมต่อไปมากินแทนแล้วล่ะ
พอมองย้อนกลับไปตอนนี้ นั่นมันเหมือนการปักธงหายนะใส่ตัวเองชัดๆ
นอกจากวัตถุดิบบรรจุซองถุงใหญ่และอาหารพร้อมทานแล้ว ประเภทสุดท้ายคืออาหารให้พลังงานสูงและอาหารฉุกเฉิน
ซึ่งรวมถึงช็อกโกแลต แท่งพลังงาน กาแฟ เครื่องดื่มผง และบิสกิตอัดแท่ง
จุดเด่นของอาหารพวกนี้คือมีความหนาแน่นของพลังงานสูง
ในภารกิจอวกาศยุคแรก อาหารประเภทนี้ถือเป็นเสบียงหลัก เนื้อวัวห้าสิบกิโลกรัมอาจกินได้แค่อาทิตย์เดียว แต่บิสกิตอัดแท่งห้าสิบกิโลกรัมสามารถกินได้หลายเดือน
อย่างไรก็ตาม หลังจากสร้างสถานีคุนหลุนสำเร็จและนักวิจัยเปลี่ยนมาทำงานในร่ม สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก สัดส่วนของอาหารอัดแท่งจึงลดลง
แต่เพื่อกรณีฉุกเฉิน สถานีคุนหลุนก็ยังเก็บตุนบิสกิตอัดแท่งไว้จำนวนมาก ซึ่งปกติแล้วของพวกนี้มักถูกเอาไปใช้หนุนขาโต๊ะที่โยกเยก
"อาหารพวกนี้พอสำหรับหกคนกินได้หกเดือน" เจ้าแมวแก่กล่าว "ถึงแม้ว่าสามเดือนสุดท้ายคงต้องกินแต่บิสกิตอัดแท่งก็เถอะ... นายคนเดียวน่าจะกินได้สักสามปีโลก ถ้าประหยัดหน่อย รัดเข็มขัดให้แน่น อาจจะอยู่ได้ถึงสี่หรือห้าปี"
"ห้าปี?" ถังเยว่กวาดตามองสมบัติทั้งหมดของเขา "แล้วหลังจากห้าปีล่ะ?"
"ถ้านายรอดไปได้เกินห้าปี งั้นก็กินดินเอา... ยังไงฉันว่าถึงตอนนั้นนายคงใกล้บรรลุเป็นเซียน ฝึกวิชาอิ่มทิพย์ได้แล้วมั้ง คงอยู่ได้ด้วยการกินดินกินลม" เจ้าแมวแก่พูด
ถังเยว่กลอกตา เจ้าแมวแก่นี่ไม่เคยพูดจาเข้าหูเลยสักนิด
"ปรมาจารย์ตั๊กม้อแค่นั่งสมาธิหันหน้าเข้าหากำแพงเก้าปี" เจ้าแมวแก่ว่าต่อ "ถ้านายอยู่คนเดียวบนดาวอังคารได้ห้าปี อย่าว่าแต่เป็นพระพุทธเจ้าเลย เป็นพระโพธิสัตว์ก็น่าจะไหวนะ? อีกหลายปีข้างหน้า ถ้ามีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญามาขุดเจอนายในฝุ่นดาวอังคาร พวกเขาต้องตกตะลึง กราบไหว้นาย แล้วตั้งฉายาให้ว่า: มหาโพธิสัตว์แห่งการเอาชีวิตรอดบนดาวอังคาร"
"แล้วนายล่ะ?" ถังเยว่ถาม
"ถ้าถึงตอนนั้นฉันยังไม่พัง ฉันจะเป็นนักบวชผู้เผยแผ่คำสอนให้นายเอง" เจ้าแมวแก่ตอบ "ฉันจะประกาศวีรกรรมของนาย ยกย่องให้นายเป็ยเทพเจ้าสูงสุดแห่งดาวอังคาร... แต่ถ้าโชคร้ายฉันพังไปซะก่อน ก็ช่วยไม่ได้นะ หุ่นยนต์ก็มีอายุขัย หวังว่านายจะเข้าใจ"
ถังเยว่คว้าบิสกิตอัดแท่งบนโต๊ะปาใส่
"ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์หน่อยสิโว้ย!"
"ไม่ต้องรีบ รีบไปก็ไม่มีประโยชน์" เจ้าแมวแก่หลบบิสกิตอัดแท่งแล้วผายมือ "นายควรดีใจนะที่เสบียงในสถานีมีพอให้ยื้อเวลาได้นานขนาดนี้ ทำให้นายมีเวลาเหลือเฟือที่จะค่อยๆ วางแผน... เขาเรียกว่าอะไรนะ? อยู่กับปัจจุบัน"
"อยู่ใต้หว่างขาเนี่ยนะ?" ถังเยว่รู้สึกว่าคำพูดนี้ช่างลึกซึ้งเหลือเกิน
เขาบรรจุอาหารกลับลงกล่องและจัดเรียงใหม่บนชั้นวาง ขั้นตอนต่อไปเขาต้องร่างแผนและรายการสินค้าคงคลังอย่างละเอียด ระบุปริมาณการบริโภคอาหารและน้ำจืดในแต่ละวันให้แม่นยำระดับกรัม
ประหยัดมื้อละหนึ่งกรัม วันหนึ่งก็สามกรัม หนึ่งปีโลกก็หนึ่งพันเก้าสิบห้ากรัม
นั่นคืออาหารหนึ่งกิโลกรัม เพียงพอที่จะต่อชีวิตเขาไปได้อีกอย่างน้อยหนึ่งวัน
ถังเยว่คำนวณอย่างละเอียด รีดน้ำหนักจากทุกส่วนที่อาจเหลือทิ้ง อาหารทุกกิโลกรัมที่เพิ่มขึ้นหมายถึงการยืดเวลาชีวิตออกไปอีกหนึ่งวัน เขารู้สึกเหมือนกะลาสีที่เรือแตกไปติดเกาะร้าง ถังเยว่ต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอด
แต่กะลาสีอาจยังมีวันที่ได้รับความช่วยเหลือ ส่วนถังเยว่ไม่มีวันได้กลับโลกอีกแล้ว
แม้จะรู้ว่าเสบียงจะต้องหมดลงในที่สุด แต่ถังเยว่ก็ยังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเลื่อนวันนั้นออกไปให้ไกลที่สุด
"คุณถังเยว่คะ? คุณถังเยว่? อยู่ไหมคะ? ได้ยินฉันไหม?"
ม่ายตงปรากฏตัวขึ้นบนหน้าจอวิดีโอคอล
ถังเยว่ลุกขึ้นและหันไปพร้อมกับเจ้าแมวแก่ "คุณม่ายตง? เป็นยังไงบ้างครับ? ทางคุณเช็กเสบียงทั้งหมดเสร็จหรือยัง?"
หญิงสาวลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะค่อยๆ พยักหน้า
"สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?" ถังเยว่กับเจ้าแมวแก่ถามขึ้นพร้อมกัน
"พลังงาน เชื้อเพลิง น้ำจืด และระบบหมุนเวียนออกซิเจน ทุกอย่างปกติค่ะ เหลือแค่อาหาร..."
"อาหารทำไมครับ?"
หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ขนตาของเธอสั่นระริก ใบหน้าค่อยๆ ซีดเผือด ถังเยว่สังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที
"คุณม่ายตง? คุณม่ายตงครับ? ตอบคำถามผมด้วย"
"ฉัน... ฉันนับดูหลายรอบแล้วค่ะ" ม่ายตงหลุบตาลง ตอบเสียงเบาหวิว "อาหารบนสถานีอวกาศ... อยู่ได้อีกอย่างมากแค่ห้าวันค่ะ"