- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 48 ให้จิงหนีคลอดลูกออกมาก่อนค่อยว่ากัน!
ตอนที่ 48 ให้จิงหนีคลอดลูกออกมาก่อนค่อยว่ากัน!
ตอนที่ 48 ให้จิงหนีคลอดลูกออกมาก่อนค่อยว่ากัน!
นิ้วของอิ๋งเว่ยเลื่อนลงมายังกรามที่หลุดของจิงหนีอีกครั้ง ในใจนางคิดว่าเขาคงต้องการทรมาน ใช้ความเจ็บปวดเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางให้แหลกสลาย
สำหรับจิงหนีที่ผ่านการฝึกฝนสุดโหดจากหลัวหวังมาตั้งแต่เด็ก ต่อให้ทรมานแสนสาหัสจนเหงื่อเย็นท่วมกายหรือเผลอกรีดร้องออกมา นางก็มั่นใจว่าจะกัดฟันทนได้ เพราะการทนต่อความเจ็บปวดคือส่วนหนึ่งของบทเรียนนักฆ่าเช่นกัน
ทว่าอิ๋งเว่ยกลับไม่มีเจตนาเช่นนั้น เขาเพียงลูบคางมนได้รูปของนางเบา ๆ ก่อนจะออกแรงดันกรามให้กลับเข้าที่อย่างแม่นยำ
เมื่อกรามเข้าที่ กล้ามเนื้อใบหน้ากลับมาควบคุมได้ดังเดิม จิงหนีพยายามกลืนน้ำลายที่เอ่อล้น ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนแรง
“...แล้วแต่ฝ่าบาทจะบัญชา”
ก่อนหน้านี้นางเรียกเขาว่า ‘ท่านจวิน’ หรือบางครั้งยามแนบชิด ยังเคยเรียกเขาว่า ‘สามี’ แต่บัดนี้ คำเรียกขานกลับแปรเปลี่ยนเป็นถ้อยคำที่ห่างไกล
ต่อให้อิ๋งเว่ยสั่งประหารนางในตอนนี้ จิงหนีก็ไม่คิดโกรธเคือง
ชีวิตนักฆ่าราวกับแขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอด ระหว่างการฆ่าหรือถูกฆ่า มีเพียงสองจุดจบนี้เท่านั้น
จริงดังที่อิ๋งเว่ยกล่าว ตอนอยู่นอกรถม้า นางใจอ่อน ไร้ความมุ่งมั่นที่จะสังหารเขา
แต่ครั้งที่แทงออกไปในรถม้านั้น นางตั้งใจจะปลิดชีพเขาด้วยใจจริง ถึงขั้นวางแผนไว้แล้วว่าหลังจากสังหารเขาสำเร็จ นางจะหนีไปให้ไกลเพื่อคลอดลูก
แต่ทว่า...ความจริงกลับโหดร้าย นางพ่ายแพ้ เปรียบดั่งผีเสื้อแสนสวยที่บินหลงเข้าไปในใยแมงมุมมรณะ
ชั่วขณะหนึ่ง จิงหนีถึงกับสับสนว่าใครกันแน่ที่เป็น ‘หลัวหวัง’ การกระทำของอิ๋งเว่ยดูเหมือนจะวางกับดักไว้รอบด้าน ราวกับแมงมุมที่ชักใยรอคอยเหยื่ออย่างใจเย็น
“มนุษย์เรา... บางครั้งก็ซับซ้อนยากแท้หยั่งถึง”
“หากเจ้าไม่ตั้งใจฆ่าข้าแต่แรก ก็เท่ากับว่าเจ้าทรยศหลัวหวังมาตั้งแต่ต้น สำหรับนักฆ่า การทรยศต่อสำนักและภารกิจถือเป็นความผิดร้ายแรง ดังนั้น การที่เจ้าแทงข้าด้วยเจตนาฆ่า ข้ากลับรู้สึกโล่งใจ เพราะมันพิสูจน์ว่าเจ้าไม่ใช่คนที่จะทรยศใครได้ง่าย ๆ”
“แต่ในฐานะที่เจ้าเป็นเมียข้า ข้าเชื่อว่าข้าดีต่อเจ้าไม่น้อย มอบความจริงใจให้ แต่เจ้าก็ยังเลือกที่จะแทงข้า ข้าทั้งดีใจและเจ็บปวดไปพร้อมกัน”
“จิงหนี เจ้าว่ามนุษย์เราช่างซับซ้อนเหลือเกินหรือไม่...?”
“ในโลกนี้จะมีหนทางใดที่สมบูรณ์แบบทั้งสองฝ่ายบ้างหรือไม่...”
อิ๋งเว่ยถอนหายใจแผ่วเบา คล้ายรำพึงถึงความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์
“ฝ่าบาทดีต่อข้า แต่ข้ากลับตอบแทนด้วยคมมีด จิงหนีรู้ตัวว่าผิดต่อท่าน เนรคุณคน จิงหนีขอยอมตายเพื่อไถ่โทษ”
ก่อนหน้านี้ นางยังมีความหวังที่จะหนีรอด จึงใช้ความเย็นชาของนักฆ่ากดทับความรู้สึกทั้งหมด เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดให้ตัวเอง
แต่เมื่อตกเป็นเชลย เกราะป้องกันในใจพังทลาย ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาท่วมท้น
เมื่อนักฆ่ามีความรู้สึกผิด ก็เท่ากับหมดสภาพการเป็นนักฆ่าอีกต่อไป
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น นางก็พร้อมจะใช้ชีวิตชดใช้บุญคุณ
อิ๋งเว่ยดีต่อนางจริง ๆ นี่คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
ในยุคจั้นกั๋ว นางบำเรอมีค่าไม่ต่างจากของเล่น ไร้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่อิ๋งเว่ยกลับปฏิบัติต่อนางเยี่ยงภรรยา ให้เกียรติและไม่เคยเหยียดหยาม ยึดมั่นในคำพูดที่ว่าไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ
ส่วนเรื่องบนเตียงที่กึ่งบังคับกึ่งสมยอม หรือเรื่องน่าอายที่นางต้องทำ นั่นถือเป็นรสรักระหว่างชายหญิง
เพราะเหตุนี้ ความรู้สึกดี ๆ จึงก่อตัวขึ้นในใจนาง แต่ด้วยการปลูกฝังจากหลัวหวัง ภารกิจต้องมาก่อนเสมอ
เมื่อความรักและหน้าที่สวนทางกัน จิงหนีจึงต้องเจ็บปวด
นางรวบรวมความกล้าแทงกระบี่แรกด้วยเจตนาฆ่าเพื่อยืนยันความภักดีต่อหลัวหวัง แต่ไม่อาจหักใจแทงซ้ำเป็นครั้งที่สองได้
อิ๋งเว่ยหัวเราะร่า “...ดูท่าการที่ข้าบังคับให้เจ้าอ่านตำราจะมีประโยชน์อยู่บ้าง เจ้าเริ่มพูดจาคมคายขึ้นเยอะ”
พูดจบ เขาก็กระชากข้อมือบางของจิงหนีขึ้นมา ผิวขาวเนียนขึ้นรอยแดงช้ำจากแรงบีบ
แขนข้างที่บาดเจ็บสาหัสถูกกระทำรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วเส้นประสาท แต่จิงหนีกลับกัดฟันแน่นไม่ส่งเสียงร้อง
อิ๋งเว่ยวางนิ้วทาบชีพจรของนาง นิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะปล่อยมือลงแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“แม้ในสภาพเช่นนี้ เจ้ายังใช้พลังส่วนใหญ่ปกป้องเด็กในท้อง เพิ่งตั้งครรภ์ได้ไม่นาน ไม่จำเป็นต้องระวังถึงเพียงนี้ก็ได้”
จิงหนีถอนหายใจเบา ๆ แม้ใบหน้าจะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเข้มจัด แต่กลับดูอ่อนแอและเปราะบางอย่างยิ่ง
“จิงหนีตั้งใจว่าหลังจากสังหารฝ่าบาทแล้ว จะคลอดเด็กคนนี้และเลี้ยงดูเขาให้เติบใหญ่”
อิ๋งเว่ยแค่นหัวเราะ “งั้นข้าต้องขอบใจเจ้าสินะ ที่อุตส่าห์จะเลี้ยงลูกกำพร้าพ่อให้”
“ถ้าเจ้าคลอดเขาออกมาจริง ๆ เด็กคนนี้ก็คงไม่พ้นต้องกลายเป็นเครื่องมือของหลัวหวัง”
“ลูกกำพร้าของฉางอันจวิน...เอาไปฝึกเป็นนักฆ่าคงน่าเสียดายแย่ ฐานะแบบนี้เอาไปใช้ประโยชน์ได้ตั้งมากมาย”
“หรือถ้าเจ้าคิดจะทรยศหลัวหวังเพื่อลูก เจ้าจะให้ลูกของข้าต้องระหกระเหินหนีการตามล่าไปกับเจ้าตั้งแต่เล็กจนโต ต้องทนทุกข์ทรมานงั้นหรือ?”
“หรือว่า... เจ้าคิดจะหาผู้ชายคนใหม่มาช่วยเลี้ยงลูกข้า?”
จิงหนีก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าตอบโต้คำพูดเสียดแทงใจของอิ๋งเว่ย ในใจรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างประหลาด
นางไม่เคยคิดไปไกลถึงเพียงนั้น นางเป็นเพียงนักฆ่า หน้าที่คือรับคำสั่งและสังหารเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้ซับซ้อน
ความคิดและความอ่านของนาง เพิ่งจะได้รับการพัฒนาในช่วงเดือนกว่าที่อยู่กับอิ๋งเว่ยนี้เอง
ดังนั้น เรื่องที่หลัวหวังจะใช้ลูกของนางเป็นเครื่องมือ หรือการที่นางต้องพาลูกหนีหัวซุกหัวซุน นางจึงไม่เคยนึกถึง
“ช่างเป็นผู้หญิงที่โง่เขลาเสียจริง!”
อิ๋งเว่ยสบถอย่างหัวเสีย หันไปสั่งแม่ม่ายดำที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ “พานางขึ้นรถม้า เห็นแก่ลูกในท้อง ข้าจะละเว้นชีวิตนางไว้ก่อน”
“จะฆ่าแกงกันอย่างไร ก็รอให้นางคลอดลูกออกมาเสียก่อนค่อยว่ากัน”
“เจ้าค่ะ!” แม่ม่ายดำรับคำ กระตุกโซ่ล่ามเบา ๆ พาจิงหนีขึ้นรถม้าไป
เมื่อเห็นจิงหนีถูกพาตัวไป อิ๋งเว่ยก็ลอบคิดในใจ รอให้ลูกคลอดออกมา สายใยแม่ลูกจะผูกมัดนางไว้ ถึงตอนนั้นจิงหนีก็ไม่มีทางเลือกอื่น ไม่สิ... จิงหนีในตอนนี้ก็เท่ากับทรยศหลัวหวังไปแล้ว นางไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไป
ทางเลือกของนางมีเพียงสองทาง คือตาย หรือยอมสยบต่อเขา
อิ๋งเว่ยไม่ประมาทหลัวหวัง สำนักนี้ล้างสมองคนได้เก่งกาจนัก นักฆ่าที่ถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กอย่างจิงหนีคงเปลี่ยนความคิดไม่ได้ง่าย ๆ
เพื่อป้องกันไม่ให้นางคิดสั้นฆ่าตัวตาย จึงต้องพันธนาการไว้ก่อน รอให้ท้องโตขึ้น สัญชาตญาณความเป็นแม่จะทำให้นางเปลี่ยนความคิดเอง
ตามหลักวิทยาศาสตร์ ฮอร์โมนในร่างกายสตรีมีครรภ์จะเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์และความคิด
อิ๋งเว่ยหันไปมองเฮยไป๋เสวียนเจี่ยน นักฆ่าระดับชั้นฟ้าเพียงสองคนที่ทรยศหลัวหวัง ล้วนมีสาเหตุมาจากความรักและความผูกพัน
แสดงให้เห็นว่า ต่อให้ล้างสมองเข้มข้นเพียงใด ก็ไม่อาจต้านทานสัญชาตญาณความรักและความผูกพันทางสายเลือดที่มีต่อลูกได้
อิ๋งเว่ยย่อตัวลงเก็บกระบี่จิงหนีที่ตกอยู่บนพื้น เมื่อสัมผัสตัวกระบี่ เขารู้สึกถึงพลังแปลกประหลาดไหลเวียนอยู่ภายใน ราวกับกระบี่มีชีวิต
เสวียนเจี่ยนเตือนเสียงเบา “ท่านจวินโปรดระวัง กระบี่วิเศษเหล่านี้เมื่อถูกตีขึ้นย่อมมีจิตวิญญาณ และมีพลังอำนาจมหาศาลแฝงอยู่”
“หลัวหวังรวบรวมกระบี่วิเศษทั่วหล้า ก็เพื่อยืมพลังจากจิตวิญญาณกระบี่มาสร้างยอดฝีมือทางลัด”
“สำหรับหลัวหวัง นักฆ่าคือเครื่องมือ พวกเขาไม่สนว่าจะใช้กระบี่ควบคุมคน หรือคนควบคุมกระบี่ ขอเพียงทำภารกิจสำเร็จ ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้”
อิ๋งเว่ยพยักหน้าเข้าใจ
หากผู้ถือครองกระบี่มีจิตใจไม่เข้มแข็งพอ ก็จะถูกพลังของกระบี่ครอบงำ กลายเป็น ‘ทาสกระบี่’
แต่นี่ก็เป็นวิธีลัดสู่ความแข็งแกร่งที่รวดเร็วที่สุด
คนไร้พรสวรรค์ที่อยากเก่งกาจ ก็ต้องยอมแลกด้วยการเป็นทาสกระบี่ สูญเสียความเป็นตัวเองเพื่อแลกกับพลัง
กระบี่จิงหนีเพียงเล่มเดียวยังไม่อาจล่อลวงจิตใจอิ๋งเว่ยได้ เขาถือกระบี่เดินตรงไปยังรถม้า คนขับรถม้ากำลังตัวสั่นงันงก แววตาเลื่อนลอยด้วยความหวาดกลัว
ฉึก!
อิ๋งเว่ยแทงกระบี่ทะลุอกคนขับรถม้าโดยไม่ลังเล มองดูอีกฝ่ายสิ้นใจตายไปต่อหน้าต่อตาด้วยสายตาเยือกเย็น
“คนขับรถม้าผู้นี้ก็เป็นคนของหลัวหวังเช่นกันขอรับ”
เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนที่ยืนคุ้มกันอยู่ด้านหลังกล่าวเสริม
“ข้ารู้ หลัวหวังคิดจะสังหารข้า ย่อมต้องวางคนของตัวเองไว้ขับรถม้า เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าหนีรอดไปได้”
อิ๋งเว่ยกล่าวเสียงเรียบ “และต่อให้เขาไม่ใช่คนของหลัวหวัง เป็นเพียงคนบริสุทธิ์ วันนี้เขาก็ต้องตาย”
ความลับที่เปิดเผยในวันนี้มีมากเกินไป หากเขาใจอ่อนเพียงชั่ววูบ อาจนำภัยมาสู่ตัว
การเติบโตมาในราชวงศ์ฉิน ท่ามกลางเล่ห์เหลี่ยมการเมือง สอนให้เขารู้ว่า อย่าได้มีความเมตตา ต้องเด็ดขาด อำมหิต เมื่อถึงคราวจำเป็น
นี่คือวิถีของผู้ปกครอง คือสิ่งที่ฉางอันจวินพึงกระทำ
หากมัวแต่ลังเล อาจพลาดพลั้งจนไม่อาจแก้ไข
ความเมตตามีไว้สำหรับคนของตน ไม่ใช่คนแปลกหน้า นี่คือศิลปะการปกครองคน
‘หรือว่านี่คือการนำแนวคิดนิติธรรม… มาบิดเบือนคำสอนของขงจื๊อกัน?’
อิ๋งเว่ยแอบคิดในใจ
[จบแล้ว]