- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 44 กระบี่แรกแห่งนิติธรรม... กฎหมาย!
ตอนที่ 44 กระบี่แรกแห่งนิติธรรม... กฎหมาย!
ตอนที่ 44 กระบี่แรกแห่งนิติธรรม... กฎหมาย!
อิ๋งเว่ยถือไหสุราที่ผสมพิษไว้ในมือ สายตาแน่วนิ่งจับจ้องจิงหนีที่อยู่ตรงหน้า
จิงหนีในยามนี้ มิใช่นางบำเรอผู้อ่อนหวาน งดงามเปราะบาง ที่เคยนอนอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกต่อไป
นางสวมชุดเกราะต่อสู้สีม่วงเข้ม สอดลายขาวเป็นเกล็ดละเอียด สวมสนับหุ้มแน่นที่ขาและแขนขวา ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากโลหะรูปทรงคล้ายแมงมุม ดูพิสดารชวนขนลุก
แม้รูปร่างยังคงงดงามอรชร แต่กลิ่นอายเย็นเยือกที่แผ่ออกมาราวกับสัตว์ร้ายใต้ทะเลลึก ที่พร้อมจะโหมกระหน่ำคลื่นยักษ์ทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
สายตาของอิ๋งเว่ยเลื่อนลงต่ำ หยุดอยู่ที่เรียวขายาวที่เขาเคยลูบไล้นับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้มันถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องลายตาข่ายแมงมุม บดบังผิวขาวผ่องดุจดวงจันทร์ เพิ่มเสน่ห์เย้ายวนชวนหลงใหล หากแต่แฝงความอันตรายร้ายกาจ
เรียวขานั้นดูบอบบาง แต่มัดกล้ามเนื้อกลับแน่นกระชับ ทรงพลังเพียงพอจะบิดคอใครสักคนให้หักได้อย่างง่ายดาย
อิ๋งเว่ยจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปยังกระบี่ในมือนาง
กระบี่เล่มนั้นงดงามวิจิตรราวงานศิลป์ เห็นชัดว่าออกแบบมาเพื่อสตรีโดยเฉพาะ ตัวกระบี่เป็นสีแดงทอง ตรงที่กันมือสลักรูปปลาจิงหนี และปลายด้ามจับเป็นรูปดอกบัว
นี่คือ ‘จิงหนี’ หนึ่งในแปดกระบี่วิเศษแห่งเย่ว์อ๋อง ที่เล่าขานกันว่าเย่ว์อ๋องโกวเจี้ยนสั่งให้นายช่างเอกสร้างขึ้นจากทองแดงอัคคีแห่งเขาคุนอู๋
อิ๋งเว่ยลอบบ่นในใจ ‘เมื่อครู่นางยังสวมชุดหรูฉวินกับกระโปรงยาวอยู่เลย ไฉนจึงเปลี่ยนชุดได้รวดเร็วปานนี้นะ?’
‘แล้วกระบี่จิงหนีเล่มนี้ไปซ่อนไว้ตรงไหนกัน ทำไมตอนนั้นถึงหาไม่เจอ?’
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถาม แต่อิ๋งเว่ยยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย ถอนหายใจเบา ๆ พลางกล่าว “...เจ้าเป็นหญิงงามแท้ ๆ ไยต้องลดตัวลงมาเป็นโจรด้วยเล่า?”
สิ้นคำพูด ราวกับเป็นสัญญาณเปิดฉากการฆ่าฟัน นักฆ่าหลัวหวังนับร้อยที่ล้อมรอบอิ๋งเว่ยอยู่ พลันพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกัน!
เหล่านักฆ่าผู้ยอมพลีชีพ สวมเสื้อฟางและหมวกฟาง ไม่เอ่ยวาจาใด รังสีอำมหิตของคนนับร้อยรวมกัน ทำให้อากาศรอบด้านเย็นยะเยือกลงหลายองศา
ตามหลักการแล้ว ด้วยวรยุทธ์ของอิ๋งเว่ย เมื่อต้องเผชิญหน้านักฆ่าหลัวหวังนับร้อยและจิงหนี นักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งชั้นอักษรฟ้า ต่อให้ฝีมือนางจะลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว แต่เขาก็น่าจะตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าท่ามกลางวงล้อมมรณะ อิ๋งเว่ยกลับยืนนิ่งสงบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ท่าทีเยือกเย็นผิดปกตินี้ ทำให้จิงหนีเริ่มรู้สึกระแวง
ทันใดนั้น นักฆ่าคนแรกที่ดาบเกือบจะถึงตัวอิ๋งเว่ย ก็ชะงักค้างกลางอากาศ ร่างแข็งทื่อราวกับรูปปั้น
วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็ขาดครึ่งที่เอว ราวกับถูกฉีกกระชากด้วยแรงมหาศาล เลือดและเครื่องในทะลักกระจายเกลื่อนพื้น
ภาพสยดสยองทำให้นักฆ่าคนอื่น ๆ ชะงักไปชั่วขณะ แต่ด้วยการฝึกฝนอันโหดเหี้ยม พวกเขาฝืนกดความกลัว แล้วพุ่งเข้าต่อ
“อ๊ากกก —!”
“อ๊ากกก —!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม ตามมาด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งและเศษชิ้นส่วนร่างกายปลิวว่อน
ค่ายกลกระบี่ไร้รูปเริ่มทำงาน! ทุกคนที่พุ่งเข้าใส่อิ๋งเว่ยต่างถูกคมดาบที่มองไม่เห็นเชือดเฉือน
บ้างแขนขาด บ้างขาขาด บ้างศีรษะหลุดจากบ่า บ้างร่างแหลกเหลวเป็นชิ้น ๆ
เพียงพริบตาเดียว ลานโล่งแห่งนี้ก็กลายเป็นลานประหารนองเลือดทันใด
แขนขาที่ถูกตัดขาดเกลื่อนพื้น เลือดไหลนองเป็นสายธาร และอิ๋งเว่ยที่ยืนอยู่ตรงกลางนั้น ราวกับพญามารจากขุมนรก
เมื่อเลือดของเหล่านักฆ่าสาดกระเซ็น ค่ายกลกระบี่ไร้รูปจึงปรากฏโฉม
รอบกายอิ๋งเว่ยเต็มไปด้วยเส้นใยใสละเอียดถักทอหนาแน่น เส้นใยเหล่านี้เคลื่อนไหวไปมาดุจใยแมงมุม ล่อเหยื่อให้เข้ามาติดกับ
และนักฆ่าเหล่านั้น ก็ถูกเส้นใยเหล่านี้เชือดเฉือนจนร่างขาดวิ่น!
หยดเลือดเกาะพราวบนเส้นใย ดูน่าสยดสยองราวกับยมทูตผู้กระหายวิญญาณ
“ค่ายกลกระบี่ไร้ใจ!”
จิงหนีนึกถึงนักฆ่าระดับ ‘สังหาร’ คนหนึ่งของหลัวหวังขึ้นมาทันที
หลัวหวังแบ่งระดับนักฆ่าเป็น ฟ้า สังหาร ดิน และ สิ้นสูญ โดยระดับฟ้ามีเพียงไม่กี่คน และระดับสังหารก็มีจำนวนไม่มากนัก
นักฆ่าระดับฟ้าคือยอดฝีมือวรยุทธ์ ส่วนระดับสังหารอาจมีวรยุทธ์ด้อยกว่า แต่มีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวที่น่ากลัวยิ่ง
และค่ายกลกระบี่ไร้ใจนี้ ก็คือวิชาไม้ตายของหนึ่งในนั้น เพียงแต่...นางไม่รู้แน่ชัดว่านักฆ่าผู้นั้นเป็นใคร
ในบรรดานักฆ่าระดับชั้นฟ้า หากเยี่ยนรื่อคือผู้นำ และเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนมีอิสระได้ระดับหนึ่ง จิงหนีก็คือเครื่องจักรสังหารโดยสมบูรณ์
ความแตกต่างนี้มาจากภูมิหลัง เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนเข้าร่วมหลัวหวังกลางคัน ยากจะลบตัวตนเดิมได้หมด จึงได้รับอิสระบ้าง
แต่จิงหนีถูกหลัวหวังชุบเลี้ยงมาแต่เด็ก ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรมากไปกว่าภารกิจ เป้าหมายเดียวในการมีชีวิตอยู่คือฆ่า หรือถูกฆ่า
หากไม่รู้จักค่ายกลกระบี่ไร้ใจมาก่อน จิงหนีคงต้องใช้เวลาหาทางแก้ แต่ตอนนี้ เลือดของเหล่านักฆ่าได้เปิดเผยตำแหน่งของเส้นใยหมดสิ้นแล้ว แม้เจ้าของค่ายกลจะซ่อนตัวควบคุมเส้นใยอยู่ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับจิงหนี เส้นใยเหล่านี้ก็ไร้ความหมายอีกต่อไป
จิงหนีเริ่มเคลื่อนไหว นางพุ่งเข้าหาอิ๋งเว่ยด้วยความเร็วปานสายฟ้า ร่างกายเลือนรางดุจภูตพรายเหนือจินตนาการ
กระบี่จิงหนีในมือตวัดวาดนับพันครั้งในชั่วพริบตา ปราณกระบี่สีชมพูพุ่งตัดสลับไปมา เชือดเฉือนเส้นใยรอบกายอิ๋งเว่ยจนขาดสะบั้น
เมื่อเห็นปลายกระบี่พุ่งเข้ามา อิ๋งเว่ยรู้สึกเหมือนถูกแรงดันน้ำมหาศาลดูดกลืนลงสู่ก้นมหาสมุทร กระบี่นี้ทรงพลังจนสามารถผ่าทะเล แยกมหาสมุทร แม้แต่ปลาวาฬยักษ์ยังต้องหนีตาย
เขาตระหนักได้ทันทีว่านี่คือ ‘พลัง’ คือ ‘อาณาเขต’ และเจตจำนงที่เกิดจากการฝึกฝนจนถึงขีดสุด
ประตูสวรรค์เปิดออก ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ใช้ร่างมนุษย์ขับเคลื่อนพลังฟ้าดิน โจมตีด้วยจิตวิญญาณและพลังทำลายล้างที่ไม่อาจต้านทาน
อิ๋งเว่ยรู้ดีว่าในระดับวรยุทธ์ของจิงหนี นางสามารถใช้กำลังภายในเพียงน้อยนิดเพื่อดึงพลังธรรมชาติมาใช้ ทำให้การโจมตีต่อเนื่องไม่สิ้นสุด ราวกับมีพลังเหลือเฟือตลอดเวลา
ในต้นฉบับ นางสามารถใช้กำลังภายในส่วนใหญ่คุ้มครองทารกในครรภ์ และใช้กำลังที่เหลือเพียงน้อยนิดสังหารนักฆ่าหลัวหวังจำนวนมากได้
หากก้าวหน้าไปอีกขั้น ก็จะบรรลุขั้น ‘รวมเป็นหนึ่ง’ ร่างกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของฟ้าดิน แต่ยอดฝีมือระดับนี้ ในร้อยสำนักมีเพียงหยิบมือเดียว
และหากนางยังคงยึดมั่นในวิถีนักฆ่า นางก็จะไม่มีวันไปถึงจุดนั้นได้
วิถีของจิงหนีคือ ‘การฆ่า’ เรียบง่ายและบริสุทธิ์ แม้จะปิดโอกาสก้าวหน้า แต่ก็เหมือนวิถีมารที่ทำให้นางมีพลังร้ายกาจอย่างที่สุด
เมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่ของจิงหนี ต่อให้นางเหลือพลังเพียงครึ่งเดียว อิ๋งเว่ยก็ไม่อาจประมาท เขาโยนไหสุราทิ้ง กระชับกระบี่ยาวในมือแน่น สีหน้าเคร่งเครียด
“...จิงหนี จงลิ้มรส ‘กระบี่สามประการแห่งนิติธรรม’ ที่ข้าบัญญัติขึ้นซะ!”
“กระบี่แรก... กฎหมาย!”
[จบแล้ว]