เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 เจ้าดีดพิณเป่าขลุ่ยเป็นหรือไม่?

ตอนที่ 41 เจ้าดีดพิณเป่าขลุ่ยเป็นหรือไม่?

ตอนที่ 41 เจ้าดีดพิณเป่าขลุ่ยเป็นหรือไม่?


ภายในรถม้าปูด้วยเบาะนุ่มหนา แม้ถนนหนทางในยุคนี้จะขรุขระ แต่กลับไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมากนัก

พื้นที่ภายในรถม้าไม่กว้างขวาง แต่ก็ยังพอให้วางโต๊ะเตี้ยได้ บนโต๊ะมีกระถางธูปสำริดส่งกลิ่นหอมจาง ๆ เคียงข้างด้วยไหสุรา จอกสุราสองใบ และขนมของว่างอื่น ๆ

จิงหนีนั่งคุกเข่าอยู่ข้างกายอย่างสงบเสงี่ยม คอยปรนนิบัติอิ๋งเว่ยทั้งรินสุราป้อนขนมไม่ขาด

“แคว้นฉีตั้งอยู่ชายขอบจึงปลอดจากไฟสงคราม เมื่อเทียบกับแคว้นอื่นแล้ว ราษฎรแคว้นฉีนับว่าโชคดีนัก”

อิ๋งเว่ยรินสุราใส่จอกด้วยตนเอง แล้วยกดื่มรวดเดียวหมด

รสชาติของสุรานี้นับว่าธรรมดายิ่ง สุราชั้นเลิศจากวังหลวงได้ยกให้หานเฟยไปจนหมดสิ้น ด้วยรู้ดีว่าศิษย์พี่ผู้นั้นคลั่งไคล้สุราเพียงใด

แคว้นฉีสงบศึกมานาน และจะเป็นแคว้นที่ยอมจำนนต่อแคว้นฉินเร็วที่สุดในภายหลัง

แม้จะดูไร้ศักดิ์ศรี แต่ในอีกมุมหนึ่ง กษัตริย์แคว้นฉีก็ฉลาดพอที่จะอ่านสถานการณ์ออก และเลือกที่จะปกป้องบ้านเมืองไม่ปล่อยให้ไฟสงครามเผาผลาญจนสิ้น

“ท่านจวินมีเมตตาธรรม ราษฎรแคว้นฉินย่อมสรรเสริญ ศิษย์สำนักขงจื๊อย่อมเคารพเลื่อมใสเจ้าค่ะ”

จิงหนีเอ่ยเสียงหวาน คิ้วเรียวที่เคยมุ่นด้วยความกังวล บัดนี้คลี่ออกดั่งดอกท้อผลิบาน ใบหน้าขาวผ่องเจือสีเลือดฝาด บ่งบอกถึงการได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี

“ฮ่า ๆ ๆ เทียบกับเมื่อแรกพบ เจ้าพูดจาฉะฉานขึ้นมาก ทั้งยังรู้จักเหตุผลอีกด้วย”

อิ๋งเว่ยหัวเราะร่า รินสุราอีกจอกแล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากอิ่มของนาง

ตลอดเดือนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ห่างจากนาง สิ่งเดียวที่เขาขอให้นางทำยามว่าง คืออ่านตำราปราชญ์ที่สำนักขงจื๊อเก็บรักษาไว้

ในยุคนี้ความรู้มีค่าดั่งทอง น้อยคนนักจะมีโอกาสได้ร่ำเรียน การศึกษาช่วยให้เกิดปัญญา อิ๋งเว่ยเลือกใช้วิธีนี้ค่อย ๆ หล่อหลอมความคิดของนางทีละน้อย

เมื่อเห็นจอกสุรายื่นมา จิงหนีเผยอปากรับ อิ๋งเว่ยค่อย ๆ เอียงจอก ปล่อยให้น้ำสีอำพันไหลลงสู่ลำคอระหงของนาง

มองดูลำคอสวยที่ขยับขึ้นลงยามกลืนสุรา อิ๋งเว่ยลอบถอนหายใจด้วยความสุข ชีวิตเช่นนี้ช่างเปี่ยมรสชาติยิ่งนัก

มีสาวงามล่มเมืองที่ทั้งเชื่อฟัง อ่อนหวาน และรู้จักเอาใจอยู่เคียงข้าง สมดั่งคำกล่าวที่ว่า...เมามายซบตักงาม ยามตื่นครองใต้หล้า

“อวี๋ เจ้ามีพ่อแม่พี่น้องอยู่ที่ไหนหรือไม่? เมื่อกลับถึงแคว้นฉิน ข้าจะให้คนไปรับมาอยู่ในที่ดินศักดินาของข้า”

อิ๋งเว่ยโอบเอวบางของนางแนบแน่นยิ่งขึ้น พลางผลัดกันป้อนสุรา

ในยุคนี้ ชนชั้นทางสังคมแบ่งออกเป็น ขุนนาง ปัญญาชน ชาวบ้าน และทาส

แม้แต่ในแคว้นฉินเองก็มีทาสจำนวนมาก ทั้งทาสหลวงและทาสเอกชน ไร่นาและทุ่งหญ้าของหลวงส่วนใหญ่ก็ใช้แรงงานทาสในการเพาะปลูก

การปฏิรูปของซางยางที่มอบบรรดาศักดิ์ตามความดีความชอบในการทำศึก ได้ทำลายระบบสืบทอดอำนาจของชนชั้นขุนนางเก่า เป็นการกระทบผลประโยชน์อย่างจัง จนนำไปสู่จุดจบอันน่าสยดสยองของเขาและการกวาดล้างตระกูล

ทว่าระบบทาสนั้นมีประสิทธิภาพการผลิตต่ำ ทาสที่ไร้ทรัพย์สินส่วนตัวย่อมไม่มีแรงจูงใจในการทำงานหนัก จึงไม่แปลกที่ระบบความดีความชอบในการทำศึก จะเป็นที่ปรารถนาของเหล่าทาสที่ยอมแลกชีวิตเพื่อเปลี่ยนสถานะทางสังคม

แต่ระบบนี้ใช้ได้ผลดีเฉพาะช่วงสงครามรวบรวมแผ่นดิน เมื่อรวมแผ่นดินสำเร็จ ระบบนี้จะกลายเป็นหมัน และจำนวนทาสมหาศาลจะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่รอวันปะทุ

แม้อิ๋งเว่ยจะไม่มีอำนาจในราชสำนัก แต่ในที่ดินศักดินาของตน เขาคือผู้กำหนดชะตาทุกชีวิต

การให้ชาวบ้านเข้าไปอยู่ในที่ดินทรัพย์สินศักดินาของเขา เท่ากับเป็นการยกระดับชนชั้นทางสังคม

สำหรับชาวบ้านและทาสที่ครองสัดส่วนประชากรส่วนใหญ่ นี่คือโอกาสที่จะได้เสวยสุขไปชั่วชีวิต

จิงหนีอ่านตำรามามาก นางย่อมรู้ดีว่าข้อเสนอของอิ๋งเว่ยนั้น คือความเมตตาอันหาที่สุดมิได้

นางรู้สึกซาบซึ้งใจ ไม่ว่าอิ๋งเว่ยจะเป็นบุรุษเจ้าสำราญที่อาจเบื่อหน่ายนางในวันหน้า หรือจะมีหญิงอื่นมาแทนที่ แต่อย่างน้อยในเวลานี้ นางสัมผัสได้ถึงความจริงใจจากเขา

จิงหนีตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พ่อแม่ของข้า...ล้วนจากไปนานแล้วเจ้าค่ะ”

นางถูกหลัวหวังชุบเลี้ยงมาตั้งแต่จำความได้ ชีวิตมีแต่การฝึกฝนอันโหดร้ายและการฆ่าฟัน

คำว่า ‘ครอบครัว’ สำหรับนาง เป็นเพียงความฝันเลือนราง

“เฮ้อ...” อิ๋งเว่ยถอนหายใจยาว “อวี๋ อย่าได้เศร้าไปเลย ข้าเคยสัญญาแล้วว่าจะดูแลเจ้าและลูกไปตลอดชีวิต ต่อจากนี้…เจ้าจะมีครอบครัวอีกครั้ง”

แรกเริ่ม เขาเพียงหลงใหลในเรือนร่าง แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกันนับเดือน ความผูกพันก็เริ่มก่อตัว

มนุษย์มิใช่ต้นไม้ใบหญ้า จะไม่รู้สึกได้อย่างไร

แต่อิ๋งเว่ยก็ไม่เคยลืมว่านางคือนักฆ่า และมีภารกิจต้องสังหารเขา ดังนั้นแม้จะสงสารเพียงใด เขาก็ไม่อาจใจอ่อนจนเสียการ

เมื่อเห็นอิ๋งเว่ยเริ่มมือไม้ไม่อยู่สุข จิงหนีก็กระซิบเตือนด้วยความเขินอาย “...ท่านจวิน คนข้างนอกจะได้ยินนะเจ้าคะ”

รถม้าในยุคนี้เก็บเสียงไม่ได้ดีนัก นางคิดว่าเขาจะทำเรื่องอย่างว่าอีกแล้ว

อิ๋งเว่ยโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูขาวผ่อง “อวี๋ ยังจำวิธีเป่าขลุ่ยได้หรือไม่?”

จิงหนีงุนงงเล็กน้อย ตลอดเดือนกว่าในสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวง นางได้เรียนดนตรีมาบ้าง แต่ฝีมือยังไม่ถึงขั้นดีนัก

นางพยักหน้าเบา ๆ “ท่านจวินอยากฟังข้าน้อยเป่าขลุ่ยหรือเจ้าคะ?”

แม้อิ๋งเว่ยจะมีคำขอที่แปลกประหลาด แต่จิงหนีก็ไม่คิดขัดใจ เพียงแต่จะไปหาขลุ่ยมาจากไหนในตอนนี้?

ขณะที่นางกำลังลังเล อิ๋งเว่ยก็กระซิบบางอย่างที่ข้างหูอีกครั้ง คราวนี้จิงหนีเข้าใจความหมายของเขาอย่างถ่องแท้

ใบหน้างามแดงเรื่อย ไม่รู้จะโกรธหรือขำดี แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ จึงได้แต่ยอมจำนน โน้มตัวลงตามความประสงค์ของเขา

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 41 เจ้าดีดพิณเป่าขลุ่ยเป็นหรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว