เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 กลับแคว้นฉิน กระบี่เกล็ดทวน!

ตอนที่ 39 กลับแคว้นฉิน กระบี่เกล็ดทวน!

ตอนที่ 39 กลับแคว้นฉิน กระบี่เกล็ดทวน!


บนเส้นทางสายเล็กใต้ร่มเงาไม้ ทหารองครักษ์นับสิบขี่ม้าศึกตัวสูงใหญ่ คอยคุ้มกันรถม้าคันหนึ่งที่ภายนอกดูเรียบง่าย ทว่าแฝงความหรูหราไว้ภายใน พร้อมทั้งผู้คุ้มกันอีกจำนวนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างรถม้า

“ศิษย์พี่ฝูเนี่ยน ศิษย์พี่หานเฟย ส่งข้าแค่นี้เถิด หากเดินต่อไปอีกนิดก็จะพ้นเขตซางไห่แล้ว”

อิ๋งเว่ยหยุดฝีเท้าลง พร้อมกันนั้น เหล่าทหารองครักษ์และคนขับรถม้าต่างดึงบังเหียนให้ขบวนหยุดนิ่ง

ฝูเนี่ยนเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย “เช่นนั้น ศิษย์พี่ก็ขอส่งเจ้าแต่เพียงเท่านี้ การกลับฉินครั้งนี้ เส้นทางอันตรายยิ่งนัก ขอให้เจ้าระมัดระวังตัวตลอดการเดินทาง”

ตลอดสี่ปีในสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวง แม้ความสัมพันธ์ระหว่างอิ๋งเว่ยกับฝูเนี่ยนจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อแนบแน่น แต่ก็นับเป็นมิตรภาพแบบวิญญูชน

ประกอบกับฐานะฉางอันจวินของอิ๋งเว่ย และธรรมเนียมปฏิบัติของสำนักขงจื๊อที่ให้ความสำคัญกับมารยาท ไม่ว่าฝูเนี่ยนจะเป็นเจ้าสำนักหรือศิษย์พี่ก็สมควรมาส่งเขาด้วยตนเอง

“ศิษย์น้องเข้าใจแล้ว ท่านอาจารย์แม้สุขภาพจะแข็งแรง แต่ก็ชราลงมาก ข้าไม่อยู่ที่นี่แล้ว ขอฝากศิษย์พี่ดูแลท่านอาจารย์ให้มาก ๆ ด้วยนะขอรับ”

ในฐานะคนยุคใหม่ อิ๋งเว่ยได้รับอิทธิพลจากแนวคิดขงจื๊อมาไม่น้อย ยึดมั่นในความกตัญญูและเคารพครูบาอาจารย์เสมอมา

ฝูเนี่ยนหัวเราะร่า “เรื่องนั้นวางใจเถิด ศิษย์พี่ย่อมรับปาก แต่เจ้าก็รู้นิสัยท่านอาอาจารย์ดี ข้าเองก็ทำได้เพียงพยายามให้ดีที่สุด”

พูดจบ ฝูเนี่ยนก็ยิ้มขื่น ๆ นิสัยของสวินจื่อนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ หรือจะเรียกว่าประหลาดก็ไม่ผิดนัก ซึ่งศิษย์รุ่นหลังอย่างพวกเขารู้ซึ้งดี

จะมีก็แต่กับหานเฟยและอิ๋งเว่ยเท่านั้น ที่สวินจื่อมักจะยิ้มแย้มให้ โดยเฉพาะกับอิ๋งเว่ยที่ท่านอาจารย์จะเอ็นดูเป็นพิเศษ

สำหรับสวินจื่อแล้ว อิ๋งเว่ยทั้งซาบซึ้งและเลื่อมใสจากใจจริง

หานเฟยกับหลี่ซือหันไปยึดมั่นนิติธรรม สวินจื่อก็ไม่ถือสา อิ๋งเว่ยศึกษาทั้งขงจื๊อ เต๋า และนิติธรรม สวินจื่อก็ไม่ว่ากล่าว

มิหนำซ้ำยังถ่ายทอดเคล็ดวิชาลับของสำนักขงจื๊อ สอนวรยุทธ์ให้ แม้อิ๋งเว่ยจะฝึกจนกลายเป็นแนวทางเต๋า สวินจื่อก็ยังไม่ตำหนิแม้แต่น้อย

ช่างเป็นครูผู้ให้วิชาความรู้อย่างแท้จริง

“จากกันครานี้ ไม่รู้เมื่อใดจะได้พบกันอีก หากวันหน้าศิษย์น้องมีเวลาว่าง ก็กลับมาเยี่ยมเยียนสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงบ้างเถิด”

ฝูเนี่ยนกล่าวตามมารยาท ทั้งที่ในใจก็ไม่ค่อยเชื่อคำพูดตัวเองนัก

ในฐานะฉางอันจวินแห่งแคว้นฉิน การกลับไปครั้งนี้ อิ๋งเว่ยต้องเผชิญกับวังวนแห่งอำนาจ อาจรุ่งโรจน์จนกุมอำนาจล้นฟ้า หรืออาจตกต่ำจนสิ้นชีพวายชนม์

ไม่ว่าจะจบลงเช่นไร สำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงตั้งอยู่ในแคว้นฉี ห่างไกลจากแคว้นฉินมาก ในยุคที่ไร้เครื่องบินและรถไฟ ด้วยฐานะของอิ๋งเว่ย อาจไม่ได้พบกันอีกเลยตลอดชีวิต

เว้นแต่... แคว้นฉินจะรวมหกแคว้นให้เป็นหนึ่งเดียว ทำให้แผ่นดินทั้งหมดกลายเป็น ‘ฉิน’ ได้สำเร็จ

“หากมีโอกาส ศิษย์น้องจะกลับมารบกวนอย่างแน่นอน”

อิ๋งเว่ยประสานมือคารวะ ทว่าในใจกลับสับสน

หากแคว้นฉินรวมแผ่นดินได้จริง เมื่อเขากลับมาอีกครั้ง สำนักขงจื๊อจะเป็นมิตรหรือศัตรู ก็สุดจะคาดเดา

ยุคนี้แต่ละสำนักต่างหวงแหนวิชา แม้แต่สำนักขงจื๊อที่สอนโดยไม่แบ่งชนชั้นก็ไม่เว้น

เมื่อแผ่นดินรวมเป็นหนึ่ง สำนักปราชญ์ร้อยสำนักย่อมต้องถูกผนวกเข้าสู่ระบบการปกครองของจักรวรรดิ แต่กฎหมายอันเข้มงวดของแคว้นฉินขัดแย้งกับแนวคิดขงจื๊ออย่างรุนแรง ถึงเวลานั้นคงต้องเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่

แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของอนาคต ยังไม่จำเป็นต้องนำมาหนักใจในยามนี้

หลังจากสนทนากับฝูเนี่ยนจบ อิ๋งเว่ยก็หันไปมองชายหนุ่มในชุดผ้าหยาบที่ยืนอยู่ข้างฝูเนี่ยน

“หลี่ซือ เจ้าตัดสินใจได้หรือยัง?”

หลี่ซือได้ยินคำถามก็ก้มหน้าด้วยความละอาย “หลี่ซือโง่เขลา ยังมิอาจตัดสินใจได้ขอรับ”

อิ๋งเว่ยไม่ได้แสดงท่าทีผิดหวัง เพียงกล่าวว่า “เจ้าไม่ได้โง่เขลาหรอก เพียงแต่คิดมากเกินไป ข้าเข้าใจดี เรื่องนี้เดิมพันด้วยชีวิต แต่หลี่ซือ เจ้าต้องจำไว้ เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจแต่ไม่ตัดสินใจ ย่อมเกิดผลเสียตามมา และเจ้าต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ‘ส่งถ่านร้อนกลางหิมะ’ (ยื่นความช่วยเหลือในยามจำเป็น) กับ ‘เพิ่มดอกไม้บนผ้าแพร’ (ทำดีต่อผู้ที่สุขสบายอยู่แล้ว)”

แม้ในยุคนี้จะยังไม่มีสำนวนสองคำนี้ แต่ความหมายนั้นเข้าใจได้ง่าย ด้วยความฉลาดของหลี่ซือ เขาจึงเข้าใจสิ่งที่อิ๋งเว่ยต้องการสื่อทันที

“หลี่ซือน้อมรับคำสั่งสอน!” หลี่ซือก้มตัวลงคำนับจนแทบติดพื้น

สาเหตุที่อิ๋งเว่ยพยายามเกลี้ยกล่อมหลี่ซือ ก็เพราะชายผู้นี้มีความสามารถอย่างแท้จริง

จากขุนนางชั้นผู้น้อยในแคว้นฉู่ ก้าวขึ้นเป็นศิษย์ของสวินจื่อ และในอนาคตจะได้เป็นถึงอัครมหาเสนาบดีแคว้นฉิน ความสามารถของเขาเป็นที่ประจักษ์ชัด

ยิ่งไปกว่านั้น หลี่ซือเป็นคนรักตัวกลัวตาย และมีความลังเลอยู่บ้าง ซึ่งทำให้ควบคุมง่าย สำหรับอิ๋งเว่ยที่กำลังขาดคน หลี่ซือคือหมากตัวสำคัญที่ใช้งานได้ดี

“ศิษย์พี่ฝูเนี่ยน ข้ามีเรื่องอยากคุยกับศิษย์น้องเป็นการส่วนตัว ขอเวลาพวกเราสักครู่ได้หรือไม่”

ทันใดนั้น หานเฟยที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยขึ้น

ฝูเนี่ยนรู้ดีว่าในสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวง หานเฟยสนิทสนมกับอิ๋งเว่ยที่สุด หรือจะเรียกว่าเข้าขาในทางเดียวกันที่สุดก็ว่าได้ เมื่ออิ๋งเว่ยจะกลับแคว้นฉิน ทั้งสองย่อมมีเรื่องต้องร่ำลากัน

เขาพยักหน้าด้วยความยินดี แล้วพาหลี่ซือถอยออกไป เปิดทางให้ทั้งสองสนทนาตามลำพัง

หานเฟยกระตุกชายแขนเสื้ออิ๋งเว่ยเบา ๆ เป็นสัญญาณให้ขยับไปยังที่เงียบกว่า

ทั้งสองเดินไปใต้ร่มไม้ใหญ่ เหล่าทหารองครักษ์ไม่กล้าละเลยหน้าที่ รีบกระจายกำลังเฝ้าระวังในระยะสายตา แต่ไม่อาจได้ยินบทสนทนา

“ศิษย์พี่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ จะทำอะไรหรือ?” อิ๋งเว่ยมองท่าทีของหานเฟยอย่างขบขัน

หานเฟยไม่พูดเล่นเหมือนเคย แต่ถามด้วยสีหน้าจริงจัง “...ศิษย์น้อง เรื่องที่เจ้าบอกข้าเมื่อวันก่อน ว่าการกลับแคว้นฉินครั้งนี้มีอันตราย เป็นเรื่องจริงหรือ?”

อิ๋งเว่ยเห็นอีกฝ่ายจริงจัง จึงปรับสีหน้าตาม ลดเสียงลงต่ำ “จริงแท้แน่นอน เกรงว่าท่านอัครเสนาบดีหลี่ต้องการชีวิตข้า และวางแผนดักสังหารระหว่างทาง”

เวลานี้ทั้งสองยังเป็นเพียงศิษย์พี่ศิษย์น้อง ไม่ได้ยืนอยู่คนละฝั่ง อิ๋งเว่ยจึงไม่รังเกียจที่จะบอกเล่าสถานการณ์ของตนให้หานเฟยรู้ พร้อมกันนั้น อิ๋งเว่ยก็รวบรวมสมาธิ โคจรลมปราณสร้างความปั่นป่วนในอากาศรอบตัว เพื่อป้องกันไม่ให้จิงหนีที่อยู่ในรถม้าแอบฟัง

เสียงต้องอาศัยตัวกลางในการเดินทาง ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ที่คนยุคนี้ยังไม่รู้ ดังนั้นลูกไม้นี้ของอิ๋งเว่ย ต่อให้วรยุทธ์สูงส่งเพียงใดก็ไม่อาจดักฟังได้

การควบคุมลมปราณระดับนี้ เป็นความสามารถที่คนทั่วไปทำไม่ได้ อิ๋งเว่ยเริ่มสงสัยว่าอาจเป็นผลพวงจากการข้ามภพของเขา

การฝึก ‘กาย’ และ ‘ปราณ’ ของเขาอาจรวดเร็วเพราะมีพรสวรรค์ดี แต่การฝึก ‘จิต’ ของเขากลับก้าวล้ำคนทั่วไปอย่างมาก ไม่เพียงทำให้เขาฉลาดหลักแหลม เรียนรู้อะไรได้รวดเร็ว แต่ยังเริ่มแสดงความสามารถพิเศษบางอย่างออกมาด้วย

หานเฟยลูบกล่องไม้ในอ้อมกอด ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นส่งให้อิ๋งเว่ย

อิ๋งเว่ยรับมาด้วยความงุนงงก่อนจะค่อย ๆ เปิดกล่องออก ภายในบรรจุกระบี่หักเล่มหนึ่ง

“สิ่งนี้คือ..?”

เมื่อเห็นกระบี่หัก อิ๋งเว่ยเงยหน้ามองหานเฟย

“กระบี่เล่มนี้ข้าได้มาโดยบังเอิญ มันคือกระบี่อาถรรพ์ที่มีวิญญาณสิงสถิต สามารถเรียกออกมาช่วยสู้ได้ในยามคับขัน วิญญาณร้ายไม่มีวันตาย รับมือยากที่สุด ศิษย์น้องพกติดตัวไว้ ยามวิกฤตอาจช่วยรักษาชีวิตเจ้าได้ แต่กระบี่เล่มนี้ยอมรับข้าเป็นนายแล้ว ทุกครั้งที่ใช้จะบั่นทอนพลังชีวิตของข้า ศิษย์น้องอย่าได้ใช้พร่ำเพรื่อล่ะ ไม่อย่างนั้นศิษย์พี่คงอายุสั้นแน่”

พูดจบ หานเฟยก็ประสานมือคารวะพร้อมรอยยิ้มขื่น

อิ๋งเว่ยจ้องมองหานเฟยเขม็ง “ข้าเคยอ่านเจอเรื่องกระบี่เล่มนี้ในตำราเก่าแก่ที่หอคัมภีร์ ไม่นึกว่าจะมีอยู่จริง มันมีชื่อหรือไม่?”

หานเฟยส่ายหน้า “ชื่อเดิมของมันข้าก็ไม่รู้ ตอนนี้ข้าตั้งชื่อให้มันว่า ‘เกล็ดทวน’”

คำว่า เกล็ดทวน มาจากบทประพันธ์ของหานเฟยเอง ที่ว่า มังกรมีเกล็ดกลับอยู่ใต้คอ ความยาวหนึ่งฉื่อ ผู้ใดแตะต้อง ย่อมถูกสังหาร

หรือหมายถึง สิ่งต้องห้ามที่แตะต้องไม่ได้

“เกล็ดทวน? ชื่อดีนัก...เช่นนั้นศิษย์น้องขอรับไว้ชั่วคราว ไม่ปฏิเสธน้ำใจ เมื่อผ่านพ้นวิกฤต ข้าจะเดินทางไปแคว้นหานด้วยตนเอง เพื่อนำกระบี่เล่มนี้คืนสู่เจ้าของเดิม ว่าแต่... ศิษย์พี่อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับข้าล่ะ”

อิ๋งเว่ยกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง พร้อมตัดสินแน่วแน่ในใจ ในเมื่อมีบุญคุณมอบกระบี่ให้ ในอนาคตย่อมต้องตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อ

รู้ทั้งรู้ว่าการใช้กระบี่แต่ละครั้งจะทำร้ายร่างกายตนเอง แต่หานเฟยยังกล้ามอบให้เขาชั่วคราว แสดงถึงความเชื่อใจอย่างแท้จริง

หานเฟยยิ้มเจ้าเล่ห์ เอาไหล่ชนอิ๋งเว่ยเบา ๆ “ศิษย์พี่เข้าใจ ก็แค่พาเจ้าไปดื่มเหล้าดูสาวที่จื่อหลานเซวียนไม่ใช่รึ ไว้ข้ากลับถึงซินเจิ้ง จะไปสำรวจจื่อหลานเซวียนก่อน ว่าจะดีเลิศสมคำร่ำลือหรือไม่”

ทั้งสองสบตากันแล้วระเบิดเสียงหัวเราะ

หลังร่ำลาหานเฟย ฝูเนี่ยน และคนอื่น ๆ แล้ว อิ๋งเว่ยก็ถือกล่องไม้ขึ้นรถม้า

เดิมทีเขากังวลว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะเขาไม่ใช่ผู้วิเศษที่หยั่งรู้ทุกสิ่ง

แต่เมื่อมี ‘กระบี่เกล็ดทวน’ อยู่ในมือ ต่อให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อิ๋งเว่ยก็มั่นใจว่าจะรับมือได้

การกระทำของหานเฟยครั้งนี้ เปรียบดั่งการมอบถ่านไฟกลางหิมะหนาวเหน็บอย่างแท้จริง

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 39 กลับแคว้นฉิน กระบี่เกล็ดทวน!

คัดลอกลิงก์แล้ว