เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36 เสวียนเจี่ยนมาถึง เตรียมกลับแคว้น!

ตอนที่ 36 เสวียนเจี่ยนมาถึง เตรียมกลับแคว้น!

ตอนที่ 36 เสวียนเจี่ยนมาถึง เตรียมกลับแคว้น!


“องค์ชาย นี่คือสำรับอาหารที่ลุงติงจัดเตรียมมาให้ในวันนี้ขอรับ เขาได้ยินว่าท่านใกล้จะกลับแคว้นฉินแล้ว หลายวันมานี้จึงตั้งใจทำแต่ของที่ท่านโปรดขอรับ”

“ลุงติงฝากบอกว่า หวังว่าเมื่อท่านกลับถึงแคว้นฉินแล้ว หากคิดถึงรสมือเขา จะได้หวนนึกถึงเขาบ้างขอรับ”

จื่อเหลียว เด็กรับใช้ของอิ๋งเว่ย ยกสำรับอาหารเข้ามาส่งให้ตามปกติ

“ฮ่า ๆ ๆ เจ้าอ้วนติงนี่ช่างรู้ใจจริง ๆ”

อิ๋งเว่ยหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี

เขารู้อยู่แล้วว่าเจ้าอ้วนติงแห่งโรงเตี๊ยมโหยวเจียนเป็นศิษย์สำนักม่อจื่อ และฝีมือชำแหละวัวอันเลื่องชื่อนั้นก็เป็นวิชาประจำตระกูลที่สืบทอดกันมา

คำว่า “พ่อครัวติง” ปรากฏในตำราของจวงจื่อ เดิมหมายถึงพ่อครัวนามสกุลติง แน่นอนว่าติงอ้วนผู้นี้ไม่อาจเป็นพ่อครัวติงในตำนานได้

แต่ฝีมือมีดและทักษะยุทธ์นั้นกลับได้รับการสืบทอดมาอย่างสมบูรณ์ ตระกูลนี้คงเข้าร่วมสำนักม่อจื่อมานานกว่าร้อยปี

อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง เพียงฝีมือทำอาหารอันยอดเยี่ยม และทักษะการใช้มีดขั้นเทพของเจ้าอ้วนติง ก็เพียงพอจะสนองปากสนองท้องได้อย่างเต็มที่ ตลอดหลายปีที่อิ๋งเว่ยพำนักอยู่ในสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวง

“ฮูหยิน นี่คือขนมที่ลุงติงทำมาให้ท่านโดยเฉพาะขอรับ ท่านชอบทานไม่ใช่หรือ”

จื่อเหลียวแม้จะอายุยังน้อย แต่กิริยามารยาทนอบน้อม รู้จักกาละเทศะ สมกับที่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากสำนักขงจื๊อ

“ฝากขอบคุณพ่อครัวติงแทนข้าด้วยนะ จื่อเหลียว”

จิงหนีที่แนบชิดอยู่ข้างกายอิ๋งเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

กล่าวจบ นางก็ใช้มือเรียวงามเปิดฝาตะกร้าไม้ไผ่ทั้งสองใบ

ใบหนึ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานโปรดที่อิ๋งเว่ยคุ้นเคย ปริมาณไม่มาก แต่จัดอย่างประณีตสมฐานะเชื้อพระวงศ์

อีกใบหนึ่งบรรจุขนมหวานหน้าตาวิจิตรราวกับงานศิลปะ จนแทบทำใจลงมือกินไม่ลง

ตอนแรกอิ๋งเว่ยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่ทันทีที่ตะกร้าถูกเปิด รูม่านตาของอิ๋งเว่ยก็หดเกร็งเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้จิงหนีสังเกตเห็น

ที่ก้นตะกร้ามีรอยตำหนิเล็ก ๆ คล้ายรอยชำรุดตามธรรมชาติ ซึ่งคนทั่วไปย่อมมองข้ามไป

ทว่านั่นคือรหัสลับระหว่างเขากับเฮยไป๋เสวียนเจี่ยน

สำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงมียอดฝีมืออยู่มากมาย ต่อให้เป็นเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนก็ยังยากจะลอบเข้ามาได้โดยไร้ร่องรอย

ยิ่งในเวลานี้อิ๋งเว่ยมีจิงหนีอยู่ข้างกายตลอด เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนยิ่งไม่กล้าเผยตัว

ก่อนหน้านี้ อิ๋งเว่ยใช้วิธีส่งข่าวผ่านเรือนลับในเมืองซางไห่ แต่เมื่อมีจิงหนีมาคอยประกบ เขาก็ไม่กล้าออกจากสำนัก จำต้องเปิดใช้แผนสำรอง

สำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงอนุญาตให้เพียงพ่อครัวจากโรงเตี๊ยมโหยวเจียนส่งอาหารเข้ามาได้ นี่จึงกลายเป็นช่องโหว่เพียงหนึ่งเดียวที่เขาสามารถใช้ส่งข่าว

แน่นอนว่าจื่อเหลียวไม่รู้เรื่องนี้ เด็กต่อให้ฉลาดเกินวัยเพียงใด แต่หากรู้มากเกินไปก็ยิ่งเสี่ยงต่อการถูกเปิดโปง

เมื่อเห็นรหัสลับ อิ๋งเว่ยก็รู้ทันทีว่าถึงเวลาต้องอำลาสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวง และกลับสู่แคว้นฉินเสียที

เรื่องที่เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนทำงานให้เขา สักวันหนึ่งความคงแตก แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้

ในบรรดานักฆ่าของหลัวหวัง นอกจากเยี่ยนรื่อที่มีตำแหน่งสูงกว่าแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดที่จะมีอำนาจเหนือไปกว่าเฮยไป๋เสวียนเจี่ยน

แม้จะเป็นเครื่องจักรสังหาร แต่เขาก็มีอิสระในการตัดสินใจเลือกวิธีการฆ่าได้พอสมควร

นี่คือเหตุผลที่เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนสามารถปรากฏตัวที่ซางไห่ได้บ่อยครั้ง ตราบใดที่สามารถสังหารเป้าหมายได้ตามกำหนด หลัวหวังก็ไม่สนใจว่าเขาจะไปที่ใด ใช้วิธีใด

จุดอ่อนที่สุดของหลัวหวังคือการบริหารจัดการ การที่มีแต่นักฆ่าซึ่งรู้แต่การฆ่า แต่เมื่อไม่เข้าใจการบริหาร ย่อมเป็นรากเหง้าของปัญหาใหญ่

นักฆ่าที่ขาดความคิดสร้างสรรค์ย่อมยากที่จะบริหารสำนักเช่นนี้ได้

ยิ่งหลัวหวังเติบโตขึ้นภายใต้ปีกของแคว้นฉิน ความต้องการด้านการบริหารจัดการก็ยิ่งสูงขึ้น คาดว่าเยี่ยนรื่อคงต้องวุ่นวายและเหนื่อยหนักสายตัวแทบขาดไปอีกไม่น้อยกว่าสิบปี

อิ๋งเว่ยครุ่นคิดพลางเอ่ยถาม “จื่อเหลียว ข้ากำลังจะกลับแคว้นฉินแล้ว เจ้าคิดอย่างไร จะอยู่ที่นี่เพื่อเรียนหนังสือต่อ หรือจะกลับไปพร้อมกับข้า?”

จื่อเหลียวแม้จะมีอายุเพียงห้าขวบ แต่มีความคิดความอ่านเกินวัย ตอบด้วยเสียงใสแจ๋ว “แล้วแต่ท่านจวินจะบัญชาขอรับ”

อิ๋งเว่ยส่งเสียงรับรู้ในลำคอ ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว “วัยของเจ้ายังเป็นช่วงสำคัญของการเล่าเรียน เช่นนั้นเจ้าอยู่ที่นี่ต่อเถอะ ข้าจะฝากฝังให้ศิษย์พี่ฝูเนี่ยนช่วยดูแล เมื่อเจ้าศึกษาสำเร็จแล้วค่อยกลับแคว้นฉิน ถึงตอนนั้นข้าจะมอบอนาคตที่สดใสแก่เจ้า”

เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนถือเป็นลูกน้องคนเดียวที่เขาไว้ใจได้ในตอนนี้ ในฐานะเจ้านาย ย่อมต้องมอบรางวัลเพื่อรักษาความภักดีนี้ต่อไป

สำหรับนักฆ่าที่ผ่านชีวิตโชกเลือดมาอย่างเฮยไป๋เสวียนเจี่ยน ตอนนี้ทั้งอำนาจและเงินทองหาใช่สิ่งที่เขาปรารถนา สิ่งเดียวที่เขายึดมั่นคือบุตรชาย

ดังนั้น อิ๋งเว่ยจึงเลือกมอบรางวัลนี้ให้แก่จื่อเหลียว การมอบอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ลูกชาย ย่อมผูกใจพ่อให้ภักดีได้อย่างเหนียวแน่น

ยิ่งไปกว่านั้น การเดินทางกลับแคว้นครั้งนี้เต็มไปด้วยอันตราย การพาเด็กติดตัวไปด้วยย่อมเพิ่มความเสี่ยง ทั้งต่อจื่อเหลียวและต่อเฮยไป๋เสวียนเจี่ยน

เมื่อกลับถึงแคว้นฉิน อิ๋งเว่ยต้องเก็บตัวเงียบสักพัก ไม่ควรเข้าปะทะกับหลี่ปู้เหว่ยโดยตรง เขาจึงยังต้องการให้เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนแฝงตัวในหลัวหวังเพื่อสืบข่าวต่อไป

หากจื่อเหลียวกลับไปพร้อมเขา เด็กรับใช้คนนี้อาจตกเป็นเป้าสายตา หากมีคนสืบสาวราวเรื่องจนรู้ชาติกำเนิด หมากตัวสำคัญในหลัวหวังตัวนี้คงต้องเสียเปล่า

ซ้ำร้าย จื่อเหลียวอาจกลายเป็นเครื่องต่อรองให้ผู้อื่นใช้บีบบังคับเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนให้ทรยศเขาได้

ในฐานะศิษย์เอกของสวินจื่อ ผู้เข้าใจแก่นแท้นิติธรรม และในฐานะฉางอันจวิน อิ๋งเว่ยย่อมเข้าใจดีว่าอย่าได้ริอ่านทดสอบใจมนุษย์

หากไม่อยากให้ลูกน้องทรยศ ก็จงอย่ามอบโอกาสให้เขาได้กระทำ

การให้จื่อเหลียวอยู่ที่สำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ที่นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิขงจื๊อ ตั้งอยู่ในแคว้นฉี ความพิเศษเดียวของจื่อเหลียวคือการเคยเป็นเด็กรับใช้ของเขา

อยู่ที่นี่ เด็กน้อยสามารถร่ำเรียน และปลอดภัยไปพร้อมกัน

หลัวหวังไม่ใช่ว่าจะรู้ทุกเรื่อง เหตุการณ์ในแคว้นเว่ยก็ผ่านมาหลายปีแล้ว อีกทั้งตลอดเวลาที่ผ่านมาเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนก็ก้มหน้าก้มตาทำงานให้หลัวหวังอย่างขยันขันแข็ง

เว้นแต่หลัวหวังจะทุ่มกำลังตรวจสอบเต็มกำลัง มิฉะนั้นคงยากจะพบร่องรอยใด ๆ แต่ความเป็นไปได้ที่หลัวหวังในตอนนี้จะทุ่มกำลังตรวจสอบเด็กคนหนึ่งนั้นต่ำมาก เพราะแคว้นฉินยังรวมหกแคว้นไม่สำเร็จ เขี้ยวเล็บและอิทธิพลของหลัวหวังยังไม่แกร่งกล้าถึงเพียงนั้น

ส่วนเรื่องที่ว่าหากทิ้งจื่อเหลียวไว้ เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนจะพาลูกหนีไปหรือไม่นั้น ยิ่งไม่ต้องกังวล เพราะหากเขาคิดจะหนี คงหนีไปตั้งแต่สี่ปีก่อนแล้ว

เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนรู้ดีว่า ใต้หล้านี้กว้างใหญ่ไพศาล แต่ผู้ที่จะคุ้มครองเขาและลูกได้ มีเพียงฉางอันจวินผู้นี้เท่านั้น

ระหว่างการเป็นคนพเนจรหนีหัวซุกหัวซุน กับโอกาสที่บุตรชายจะได้เป็นขุนนางแคว้นฉินในอนาคต คนโง่ที่ไหนก็เลือกถูก

เพื่อภรรยาผู้ล่วงลับ เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนย่อมยอมทำทุกอย่างเพื่อปูอนาคตสดใสให้จื่อเหลียว

‘ไม่ว่าจะยุคโบราณหรือยุคปัจจุบัน ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง’

‘ต่อให้เป็นนักฆ่าเลือดเย็นที่มือเปื้อนเลือดเพียงใด แต่เมื่อมีความรัก มีภรรยาและลูก ก็ย่อมเปลี่ยนไปเช่นนี้’

อิ๋งเว่ยลอบถอนหายใจแผ่วเบา มุมปากประดับรอยยิ้มบาง มองจิงหนีในอ้อมกอดที่กำลังใช้มือเรียวงามคีบขนมป้อนใส่ปากเขา

ต่อไป... ก็ถึงเวลาจัดการปัญหาเรื่องจิงหนีเสียที

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 36 เสวียนเจี่ยนมาถึง เตรียมกลับแคว้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว