- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 34 ปรารถนาเพียงลาภยศสรรเสริญ!
ตอนที่ 34 ปรารถนาเพียงลาภยศสรรเสริญ!
ตอนที่ 34 ปรารถนาเพียงลาภยศสรรเสริญ!
ริมสระน้ำ อิ๋งเว่ยนั่งคุกเข่าบนเบาะนุ่ม ถือคันเบ็ดตกปลาด้วยท่วงท่าสบายอารมณ์
มิใช่ว่าเขาไม่อยากนั่งในท่าที่ผ่อนคลายกว่านี้ หากแต่ยุคนี้ยังไม่มีเก้าอี้ อีกทั้งก่อนราชวงศ์ฉินก็ยังไม่มีกางเกงชั้นใน ดังนั้นหากไม่นั่งคุกเข่า หลายท่วงท่าย่อมเสี่ยงเปิดเผยส่วนสงวน ซึ่งถือเป็นกิริยาไม่สุภาพอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าการไม่ใส่กางเกงชั้นในก็มีข้อดี เช่นตอนพาจิงหนีไปป่าละเมาะ ก็ไม่ต้องเสียเวลาถอดให้ยุ่งยาก เพียงเลิกกระโปรงขึ้นก็เริ่มกิจได้ทันที
ทว่าในฐานะคนยุคใหม่ ความโล่งโจ้งเช่นนี้กลับชวนให้รู้สึกแปลกพิลึก
หากเป็นประวัติศาสตร์ก่อนฉินแท้ ๆ ก็คงว่าไปอย่าง แต่ในโลกแฟนตาซีกึ่งโบราณที่อุตสาหกรรมสิ่งทอรุ่งเรืองเช่นนี้ อิ๋งเว่ยตัดสินใจแล้วว่า ทันทีที่กลับถึงแคว้นฉิน เขาจะสั่งให้ช่างตัดเย็บกางเกงชั้นในผ้าไหมออกมาให้จงได้!
กางเกงชั้นในคุณภาพดี ก็นับเป็นสุนทรียภาพอย่างหนึ่งเช่นกัน!
อิ๋งเว่ยถือคันเบ็ดนิ่ง ข้างกายมีจิงหนีนั่งคุกเข่าอย่างสงบเสงี่ยม คอยปอกผลไม้ป้อนเขาด้วยนิ้วเรียวงาม บ้างก็รินสุราหรือป้อนขนมจากโรงเตี๊ยมโหยวเจียนให้อิ๋งเว่ยได้ลิ้มรสความสุขจากการมีสาวงามคอยป้อนโดยไม่ต้องขยับมือ
ระบบศักดินานี่…มันช่างดีจริง ๆ
ขณะที่อิ๋งเว่ยกำลังเพลิดเพลินกับการตกปลาและสาวงามอยู่เคียงข้าง เสียงตะโกนรายงานก็ดังมาจากไกล ๆ “...หลี่ซือขอเข้าพบ!”
อิ๋งเว่ยเอ่ยตอบเสียงเนือยทั้งที่ตายังจ้องทุ่นเบ็ด “...เข้ามาเถิด”
สิ้นเสียง ชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกับอิ๋งเว่ย หน้าตาธรรมดาคนหนึ่งก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีประหม่า
ต่างจากอิ๋งเว่ยที่สวมชุดหรูหรา หลี่ซือสวมเสื้อผ้าสามัญ แม้จะไม่ใช่ผ้ากระสอบหยาบ ๆ ที่ไร้ฝีมือการทอ แต่สีที่ซีดจางก็บ่งบอกว่าผ่านการซักมานับครั้งไม่ถ้วน
เพียงเท่านี้ก็พอจะเห็นว่าฐานะครอบครัวของหลี่ซือยากจนเพียงใด แตกต่างจากชีวิตหรูหราของอิ๋งเว่ยและหานเฟยอย่างสิ้นเชิง
ทว่าคนเช่นนี้กลับสามารถดั้นด้นเข้ามาศึกษาในสำนักขงจื๊อ และได้รับการยอมรับเป็นศิษย์ของสวินจื่อ นั่นย่อมสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความสามารถอันเปี่ยมล้นของเขา
“หลี่ซือคารวะฉางอันจวิน!”
หลี่ซือเดินมาหยุดด้านหลังอิ๋งเว่ย ไม่กล้าชำเลืองมองจิงหนีที่แนบชิดอยู่ข้างกาย เกรงจะถูกความงามล่มเมืองนั้นครอบงำ เขาประสานมือชูขึ้นระดับอก โค้งคำนับต่ำอย่างนอบน้อม
“โอ้? ไม่ใช่ศิษย์น้องคารวะศิษย์พี่ แต่เป็นหลี่ซือคารวะฉางอันจวิน ดูท่าการมาพบข้าของเจ้าครั้งนี้คงมิใช่เรื่องเล็กเสียแล้ว”
อิ๋งเว่ยไม่หันกลับไป ยังคงนั่งหันหลังตกปลาอยู่เช่นเดิม
ท่าทีเช่นนี้ดูไร้มารยาทอยู่บ้าง แต่หลี่ซือไม่กล้าถือสา เขากัดฟัน ตัดสินใจแน่วแน่ ก่อนเอ่ยตรงไปตรงมา “...หลี่ซือมาครั้งนี้ เพียงเพื่อขอลาภยศสรรเสริญ!”
กล่าวจบ เขาก็โค้งคำนับอีกครั้ง
“ลาภยศสรรเสริญ?” อิ๋งเว่ยถามเสียงเรียบ “เจ้าอยากรับราชการในแคว้นฉินหรือ?”
เมื่อได้ยินอิ๋งเว่ยถามกลับ ไม่ได้ไล่ตะเพิดไปทันที หลี่ซือก็หน้าบานด้วยความยินดี ก้มหน้าตอบว่า
“ขอรับ แต่หลี่ซือมิกล้าหวังสูง เพียงขอได้เป็นผู้ติดตามในสังกัดของท่านจวินก็พอ”
“ผิงหยวนจวินแห่งแคว้นจ้าว ชุนเซินจวินแห่งแคว้นฉู่ เมิ่งฉางจวินแห่งแคว้นฉี และซิ่นหลิงจวินแห่งแคว้นเว่ย ต่างมีผู้ติดตามในสังกัดนับสามพัน หลี่ซือขอเป็นหนึ่งในผู้ติดตาม เพื่อคอยให้คำปรึกษาแก่ท่านจวิน”
“หากหลี่ซือมีความดีความชอบ หวังเพียงท่านจวินจะช่วยสนับสนุน ให้หลี่ซือได้เป็นขุนนางเล็ก ๆ ในแคว้นฉิน”
ยุคนี้ไม่มีการสอบจอหงวน การจะได้เป็นขุนนางร่ำรวยไม่ใช่เรื่องง่าย การฝากตัวเป็นผู้ติดตามของผู้มีอำนาจ เพื่อให้ผลงานเข้าตาและได้รับการเลื่อนขั้น คือเส้นทางที่มั่นคงที่สุด
คุณชายทั้งสี่แห่งยุคจั้นกั๋วล้วนมีผู้ติดตามนับพัน ทำให้ผู้มีความสามารถแย่งกันเสนอตัว จนชื่อเสียงของพวกเขาเลื่องลือไปทั่วหล้า
แม้ผู้ติดตามส่วนใหญ่จะไร้ประโยชน์ แต่ท่านจวินเหล่านี้มีที่ดินศักดินา การเลี้ยงดูคนจำนวนมากจึงไม่ใช่ปัญหา สิ่งที่พวกเขาต้องการแท้จริงคือชื่อเสียงบารมี
แม้แต่หลี่ปู้เหว่ย เมื่อได้เป็นอัครมหาเสนาบดี ก็ยังเลียนแบบคนเหล่านี้ เปิดรับผู้ติดตามมากมายเพื่อสร้างบารมีให้ตนเอง
หลี่ซือผู้มีกำเนิดต่ำต้อย หากต้องการก้าวหน้า ย่อมจำเป็นต้องหาที่พึ่งพิง
“ฉางอันจวินแห่งแคว้นฉิน ชื่อก็ดูไพเราะอยู่หรอก แต่คุณชายทั้งสี่ล้วนกระหายผู้มีความสามารถ ซิ่นหลิงจวินถึงขั้นขโมยตราพยัคฆ์ช่วยแคว้นจ้าว สร้างชื่อกระเดื่องนาม ข้ามีดีอะไรจะไปเทียบกับพวกเขาได้”
แม้ถ้อยคำของอิ๋งเว่ยจะฟังดูถ่อมตน แต่น้ำเสียงกลับราบเรียบ แฝงแววดูแคลนคุณชายทั้งสี่อย่างชัดเจน
หลี่ซือย่อมไม่กล้าต่อปากต่อคำ ได้แต่ยืนฟังอย่างสงบ
“ข้าจำได้ว่าเจ้าเป็นคนแคว้นฉู่ใช่หรือไม่? เหตุใดไม่ไปหาตำแหน่งขุนนางในแคว้นฉู่ หรือไปหาหานเฟยเล่า เขาก็เป็นศิษย์พี่ของเจ้า ทั้งยังเป็นองค์ชายเก้าแห่งแคว้นหาน การที่เจ้าได้รับการยอมรับจากท่านอาจารย์ ย่อมแสดงว่าเป็นผู้มีความสามารถ หากไปพึ่งพาหานเฟย เขาต้องต้อนรับเจ้าแน่นอน”
อิ๋งเว่ยยังคงจับจ้องผิวน้ำ ขณะเดียวกัน จิงหนีที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ก็ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้ารบกวนการสนทนาแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าเรื่องนี้มิได้เกี่ยวกับนาง เพียงแต่จิงหนีรู้ดีว่า ยามใดที่อิ๋งเว่ยสนทนาเรื่องสำคัญ นางไม่ควรแทรกแซง
[จบแล้ว]