เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 จิงหนีผู้ถูกหยอกเย้าสารพัดวิธี

ตอนที่ 33 จิงหนีผู้ถูกหยอกเย้าสารพัดวิธี

ตอนที่ 33 จิงหนีผู้ถูกหยอกเย้าสารพัดวิธี


หานเฟยยกจอกสุราดับทุกข์เข้าไปอีกหลายอึก ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ “หากถึงคราวจำเป็นจริง ๆ หวังว่าศิษย์น้องจะไม่ยั้งมือ”

อิ๋งเว่ยลูบไล้เอวบางของจิงหนีแผ่วเบา จากบนลงล่างเพียงครั้งเดียวนางก็เข้าใจความหมายทันที มือเรียวขาวผ่องประคองจอกหยกขึ้นจรดริมฝีปากเขาของเขาอย่างรู้หน้าที่

อิ๋งเว่ยจิบสุรารสเลิศ พลางพินิจนิ้วเรียวงามที่แต้มสีแดงชาดชวนหลงใหล ก่อนจะเผลอไผลใช้ปลายลิ้นแตะปลายนิ้วนางเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว

“ด้วยสติปัญญาและความสามารถอันล้ำเลิศของศิษย์พี่ ข้าจะกล้าออมมือได้อย่างไร? เพียงแต่หากวันนั้นมาถึงจริง ๆ ก็ขอให้ศิษย์พี่อย่าได้เคียดแค้นข้า”

เมื่อวันนั้นมาถึง บางทีอาจเป็นคราวที่หานเฟยต้องสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน

อิ๋งเว่ยลอบถอนหายใจ

ว่ากันตามตรง หานเฟยเป็นสหายที่น่าคบหา แม้จะยึดมั่นในนิติธรรมอย่างเข้มงวด แต่ก็ไม่ใช่คนไร้น้ำใจ ความเข้มงวดของเขามีไว้ใช้กับกฎหมายและราชสำนัก มิใช่กับมิตรสหาย

อีกทั้งหานเฟยไม่ใช่คนหัวโบราณคร่ำครึ ไม่ถือตัวในฐานะองค์ชายแคว้นหาน รู้จักล้อเลียนตัวเอง และปฏิบัติต่อผู้คนอย่างจริงใจ นับเป็นมิตรแท้ที่หาได้ยากยิ่ง

ทว่าในยุคจั้นกั๋วที่ไฟสงครามลุกโชนเช่นนี้ เรื่องส่วนตัวกับเรื่องบ้านเมืองย่อมต้องแยกแยะให้ชัด บางสิ่งมิอาจเป็นไปตามใจปรารถนาได้

ไม่รู้ว่าหานเฟยกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งใด ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นคารวะอิ๋งเว่ยจากระยะไกล “ข้าเองก็ทำได้เพียงทุ่มเทสุดกำลัง หวังว่าเหตุการณ์เช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้น”

พูดจบ หานเฟยก็ลุกขึ้น ส่งยิ้มมีเลศนัยให้อิ๋งเว่ย “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ไม่ขออยู่รบกวนเวลาสำราญอันมีค่าของศิษย์น้อง”

ทว่าพูดจบ เขากลับยืนนิ่ง จ้องมองอิ๋งเว่ยตาไม่กะพริบ

อิ๋งเว่ยทำหน้าแปลกใจก่อนเอ่ยถาม “ศิษย์พี่ยังมีธุระอันใดอีกหรือไม่?”

หานเฟยปั้นหน้าเศร้า “ศิษย์น้องมีสาวงามเคียงกาย สุขสำราญบานใจนัก ส่วนข้ากลับเดียวดาย แม้จะไปดื่มสุราตอนค่ำก็ไร้คนร่วม...เห็นแก่ที่ศิษย์พี่น่าเวทนาถึงเพียงนี้ ศิษย์น้องช่วยสงเคราะห์ แบ่งสุรารสเลิศเหล่านั้นให้ข้าบ้างจะได้หรือไม่?”

อิ๋งเว่ยเห็นท่าทีเวทนานั้นก็หัวเราะเสียงดัง “ศิษย์พี่เอ่ยปากเช่นนี้ ศิษย์น้องจะปฏิเสธลงได้อย่างไร? แต่ศิษย์พี่อย่าลืมสัญญาเรื่องจื่อหลานเซวียนของเราเสียล่ะ”

กล่าวพลางหยิบกาสุราที่ยังไม่เปิดข้างกาย โยนไปทางหานเฟยอย่างสบายอารมณ์

กาเหล้านั้นแฝงด้วยกำลังภายในของอิ๋งเว่ย มันลอยละลิ่วไปอย่างเชื่องช้า ต่อให้หานเฟยไร้วรยุทธ์ก็รับได้โดยไม่ลำบาก

“แน่นอน แน่นอน!”

หานเฟยรับกาสุรามา ก่อนจะยิ้มแฉ่งเดินจากไป

ทว่าการควบคุมกำลังภายในที่ละเอียดอ่อนของอิ๋งเว่ย ทำให้จิงหนีเหลือบมองเขาอย่างแนบเนียน

ในใจนางกำลังประเมินระดับวรยุทธ์ของเขา จากการแนบชิดกันตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางย่อมพอประเมินได้บ้าง

กำลังภายในของเขาเกือบแตะขีดจำกัดเท่าที่คนวัยนี้จะทำได้ แสดงให้เห็นถึงความหมั่นเพียรในการฝึกฝน แต่ระดับวรยุทธ์กลับไม่สูงอย่างที่คิด ค่อนข้างขัดกับฐานะศิษย์สำนักขงจื๊ออยู่บ้าง

กระนั้น ในหมู่เชื้อพระวงศ์และขุนนาง ระดับฝีมือเช่นนี้ก็นับว่าหาได้ยากยิ่ง

การฝึกยุทธ์ต้องอาศัยความเพียรพยายามและความอดทนอย่างสูง ลูกหลานขุนนางที่เกิดมาบนกองเงินกองทองจะมีสักกี่คนที่ทนลำบากทำเช่นนี้ได้

ยิ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงที่มีองครักษ์ติดตามห้อมล้อม ยิ่งไม่มีเหตุผลให้ต้องฝึกด้วยตนเอง

ด้วยเหตุนี้ ลูกหลานขุนนางส่วนใหญ่จึงไร้วรยุทธ์ หรือต่อให้มีก็เป็นเพียงวิชาพื้นฐาน ยอดฝีมือที่แท้จริงหาได้ยากยิ่งในชนชั้นนี้

ผู้เชี่ยวชาญวรยุทธ์ที่แท้จริงล้วนเป็นผู้พเนจรในยุทธภพ และเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจ ก็ได้แต่กลายเป็นเครื่องมือของผู้อื่น

เพราะโลกใบนี้ไม่ใช่โลกที่พลังส่วนบุคคลจะตัดสินทุกสิ่งได้โดยสมบูรณ์

จิงหนีประเมินฝีมือของอิ๋งเว่ยในใจ แม้นางจะมีวรยุทธ์เหนือกว่าเขามาก แต่ภารกิจครั้งนี้ไม่อาจประมาท ต้องลงมือเพียงครั้งเดียวให้เด็ดขาด เลือกเวลาและสถานที่อย่างรอบคอบที่สุด

อิ๋งเว่ยไม่รู้เลยว่าจิงหนีกำลังคิดอะไรอยู่ หรือต่อให้รู้ก็ไม่สนใจ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่านางมาเพื่อสังหาร

โดยเฉพาะความรู้สึกที่รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายหมายเอาชีวิต แต่กลับต้องยอมจำนนร้องครวญครางใต้ร่าง ความสุขสมเช่นนี้ยากจะอธิบายให้คนนอกเข้าใจได้

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนมากมายถึงหลงใหลกีฬาผาดโผน การเต้นระบำอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นความตาย ช่างกระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งพล่านเสียจริง

อิ๋งเว่ยไม่เคยคิดจะเปิดโปงตัวจริงของจิงหนี แล้วเกลี้ยกล่อมให้นางกลับตัวกลับใจ ด้วยถ้อยคำเชยชืดอย่าง “การเป็นนักฆ่าไร้อนาคต มาอยู่กับข้าเถิด” อะไรทำนองนั้น

สำหรับนักฆ่าสาวที่ถูกหลัวหวังเลี้ยงดูมาแต่เล็ก ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน การเทศนาด้วยวาจาเพียงอย่างเดียวไม่มีทางเปลี่ยนใจนางได้ ต้องอาศัยจุดเปลี่ยนบางอย่างที่มากพอจะสั่นคลอนจิตใจนาง

เพียงแต่จุดเปลี่ยนนั้นยังมาไม่ถึง

ดังนั้นในยามนี้ ก็ขอเสพสุขกับเรือนร่างของนางให้เต็มที่ก่อน ข้ามภพมาเป็นถึงท่านจวินแห่งแคว้นฉิน ในยุคกึ่งทาสกึ่งศักดินา จะให้มาทำตัวเป็นคนดีศรีสังคมแบบยุคปัจจุบันได้อย่างไร? ย่อมเป็นไปไม่ได้!

แม้แต่สำนักขงจื๊อในตอนนี้ ก็ยังไม่เคร่งครัดคร่ำครึเหมือนในยุคหลังเสียด้วยซ้ำ

อิ๋งเว่ยระงับความคิดฟุ้งซ่านแบบคนยุคใหม่ที่ผุดขึ้นมาเป็นพัก ๆ ดื่มสุราจนหมดจอก ก่อนจะโน้มตัวอุ้มจิงขึ้นแนบอก

สุรากับนารี หากหานเฟยหลงใหลในสุรา อิ๋งเว่ยก็หลงใหลในนารียิ่งกว่า

เมื่อถูกอุ้มขึ้นทั้งตัว จิงหนีก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางถูกบังคับให้เผชิญเรื่องน่าอายมานับไม่ถ้วน

เมื่อนึกถึงข้อมูลที่หลัวหวังให้มา เรื่องความเจ้าสำราญของอิ๋งเว่ยก็ดูจะไม่เกินจริงนัก เพียงแต่พฤติกรรมของเขา หากเทียบกับขุนนางคนอื่นในยุคนี้ ก็ถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร อาจจะเรียกว่ารู้จักยับยั้งชั่งใจเสียด้วยซ้ำ ผู้ที่เล่นพิเรนทร์กว่านี้มีนับไม่ถ้วน

ไม่ว่าจะเรื่องใด ครั้งแรกมักตื่นเต้นเสมอ แต่พอนานเข้าก็กลายเป็นความชินชา

เช่นเดียวกับจิงหนีในตอนนี้ จิตใจของนางสงบนิ่ง มีเพียงความคิดสับสนวนเวียนในหัว

ในฐานะนักฆ่า นางไม่ควรมีความคิดฟุ้งซ่านเช่นนี้ แต่ในขณะเดียวกันนางก็เป็นสตรี ความรู้สึกทางกายย่อมมีอยู่จริง

เมื่อถูกอิ๋งเว่ยหยอกเย้าด้วยสารพัดวิธี หัวใจที่สงบนิ่งดั่งผืนน้ำของนาง ก็เริ่มเกิดระลอกคลื่นขึ้นเป็นครั้งคราว

ขณะที่จิงหนีโอบคออิ๋งเว่ยแน่น เตรียมใจรับบทเพลงรักที่จะตามมา กลับพบว่าอิ๋งเว่ยไม่ได้พาเดินเข้าห้อง แต่กลับพาเดินตรงไปยังป่าละเมาะข้าง ๆ แทน

จิงหนีตกใจเล็กน้อย แต่ในฐานะนางบำเรอ นางไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ได้แต่ถอนหายใจในใจ คิดว่าหากมีใครผ่านมา นางคงต้องหาทางเตือนเขา

ด้วยระดับวรยุทธ์ของนาง หากมีความเคลื่อนไหวใด ๆ ในระยะร้อยเมตร นางจะรับรู้ได้ทันที

แต่แท้จริงแล้ว นางกลับกังวลเกินเหตุ

ที่นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิขงจื๊อ เหล่าศิษย์ขงจื๊อล้วนเคร่งครัดในมารยาท นอกจากหานเฟยผู้ไม่ถือสาหาความแล้ว หากใครจะมา ย่อมต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน

และตอนนี้หานเฟยเพิ่งจากไป คงไม่ย้อนกลับมาในเร็ว ๆ นี้เป็นแน่

อีกประการ แม้วรยุทธ์ของอิ๋งเว่ยจะดูไม่สูงส่ง แต่นั่นเป็นเพราะเขายังไม่ได้บรรลุ “เต๋า” ของตนเองอย่างแท้จริง

การฝึกยุทธ์คือการฝึกทั้งกาย ปราณ และจิต แม้ระดับวรยุทธ์ของอิ๋งเว่ยจะยังไม่สูง แต่พลังจิตของเขากลับแข็งแกร่ง แม้การรับรู้จะไม่เท่าจิงหนี แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่ามากนัก หากมีใครเข้ามาใกล้ เขาย่อมรู้ตัวล่วงหน้าได้เช่นกัน

โดยเฉพาะเมื่อเป็นการหยอกเย้ากลางแจ้ง ทั้งสองยังสวมอาภรณ์ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องถอดให้ยุ่งยาก

เช่นนั้น…ก็ไม่มีสิ่งใดต้องหวาดกลัวแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 33 จิงหนีผู้ถูกหยอกเย้าสารพัดวิธี

คัดลอกลิงก์แล้ว