เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 ความงดงามแห่งอำนาจกษัตริย์

ตอนที่ 30 ความงดงามแห่งอำนาจกษัตริย์

ตอนที่ 30 ความงดงามแห่งอำนาจกษัตริย์


‘ไม่สิ ไม่ใช่ว่ายุคศักดินานั้นดี หากแต่เป็นเสน่ห์ของอำนาจต่างหากที่งดงาม’

อิ๋งเว่ยรีบปฏิเสธความคิดก่อนหน้าของตนอย่างฉับไว

ในโลกยุคปัจจุบัน หากมีเงินทองและอำนาจมากพอ ความสุขเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้ เพียงแต่เพราะยุคสมัยที่ก้าวหน้า ต่อให้ร่ำรวยล้นฟ้าหรือมีอำนาจล้นมือ ก็ยังมีสตรีบางคนที่เลือกจะเมินเฉยโดยไม่ไยดี

แต่ยุคโบราณนั้นต่างออกไป บางสิ่งแม้มีเงินทองก็ยังเอื้อมไม่ถึง ทว่าอำนาจ...โดยเฉพาะอำนาจกษัตริย์ กลับเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืน

‘ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนมากมายถึงอยากเป็นฮ่องเต้กันนัก’

อิ๋งเว่ยรำพึงในใจ เมื่อเห็นจิงหนีชำระล้างเรือนร่างจนสะอาดสะอ้าน เช็ดตัวจนแห้ง แล้วคลุมกายด้วยผ้าแพรบาง เขาจึงลุกขึ้นเดินลงถังไม้ โดยมีนางคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกาย

อิ๋งเว่ยเอนกายพิงขอบถัง สัมผัสความผ่อนคลายจากน้ำอุ่นที่ไหลผ่านผิวกาย เพียงคิดว่าน้ำนี้เพิ่งผ่านการแช่ตัวของจิงหนีมาหมาด ๆ หัวใจก็เต้นระรัวขึ้นโดยไม่อาจห้ามได้

‘น้ำนี้... แค่ดมยังหอมเลย!’

‘อ้อ... ที่แท้เป็นเพราะกลิ่นดอกไม้ที่โรยลงไปนี่เอง ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป!’

อิ๋งเว่ยหลับตาพริ้ม เอนพิงขอบถังไม้อย่างสบายอารมณ์

จิงหนีใช้มือเรียวงามวักน้ำทำความสะอาดร่างกายให้เขาอย่างแผ่วเบา บางคราก็ใช้นิ้วอ่อนนุ่มกดคลึงหน้าผากและช่วงบ่า

ต้องยอมรับว่าฝีมือนวดของจิงหนีนั้นยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นว่านางมีความรู้เรื่องจุดชีพจรเป็นอย่างดี แต่อิ๋งเว่ยก็ไม่กล้าผ่อนคลายเต็มที่ เกรงว่านางจะฉวยโอกาสส่งกำลังภายในเข้าสู่จุดตาย สังหารเขาโดยไม่ทันตั้งตัว

ในความเป็นจริง อิ๋งเว่ยหารู้ไม่ว่า ภารกิจของจิงหนีคือการสังหารเขานอกเขตแคว้นฉี ดังนั้นต่อให้มีโอกาส นางก็ยังไม่คิดจะลงมือในตอนนี้

ความอุ่นสบายของสายน้ำค่อย ๆ กล่อมให้อิ๋งเว่ยเริ่มง่วงงุน เขาเอื้อมมือลูบไล้มือขาวผ่องของจิงหนีที่โผล่พ้นชายผ้าโปร่ง ก่อนเอ่ยถามเสียงเนือย “อวี๋ เจ้าดีดพิณเป็นหรือไม่?”

จิงหนีตอบด้วยกลับเสียงใสกังวาน “ข้าน้อยยังไม่เคยร่ำเรียนมาเจ้าค่ะ หากท่านจวินโปรดปราน ข้าน้อยจะไปเรียนดีดพิณและร่ายรำ ไว้คอยสร้างความสำราญให้ท่านยามว่าง”

อิ๋งเว่ยพยักหน้า “ก็ดี ไว้ข้าว่างเมื่อไหร่จะสอนเจ้าดีดพิณเอง ส่วนเรื่องร่ายรำ...หญิงสาวแถบนี้ล้วนเชี่ยวชาญอยู่ไม่น้อย แม้จะเทียบระบำแคว้นจ้าวไม่ได้ แต่ก็นับว่าไม่เลว”

เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางลูบไล้มือของนางเล่น “ท่านอัครเสนาบดีหลี่ส่งเจ้ามาให้ข้า มีความคับข้องใจหรือไม่?”

จิงหนีตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ยุคนี้ข้าวยากหมากแพง ศึกสงครามไร้ท่าจบสิ้น ข้าน้อยเป็นเพียงคนต่ำต้อย ได้อาศัยรูปร่างหน้าตามาปรนนิบัติผู้สูงศักดิ์เช่นท่านจวินก็นับว่าวาสนามากแล้วเจ้าค่ะ”

“ข้าน้อยไม่หวังสิ่งอื่นใด เพียงขอได้อยู่รับใช้ข้างกายท่านจวิน มีที่ซุกหัวนอนอย่างสงบสุขก็พอแล้วเจ้าค่ะ”

ได้ยินคำตอบนั้น อิ๋งเว่ยอดไม่ได้ที่จะปรายตามองใบหน้างดงามดุจหยก สตรีผู้นี้มีความรู้และวาทศิลป์มากกว่าที่เขาคาดไว้ไม่น้อย ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดในต้นฉบับ นางจึงถูกส่งไปลอบสังหารเว่ยอู๋จี้

เว่ยอู๋จี้คือผู้ใด? เขาคือหนึ่งในสี่คุณชายแห่งยุคจั้นกั๋ว แม้แต่หลิวปัง จอมอันธพาลผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นยังยกย่องเลื่อมใส

บุคคลระดับนั้นย่อมผ่านโลกมามาก หากจิงหนีเป็นเพียงเครื่องจักรสังหารไร้อารมณ์  ต่อให้ส่งไปอยู่ข้างกายเว่ยอู๋จี้เพียงแวบเดียวก็คงถูกจับพิรุธได้ตั้งแต่แรกเห็น

คงเป็นเพราะจิงหนีมีความรู้ติดตัว ประกอบกับความงามล่มเมือง จึงสามารถได้รับความโปรดปรานจากเว่ยอู๋จี้ได้อยู่หมัด

แต่สิ่งนี้เองกลับเผยให้เห็นปัญหาอย่างหนึ่ง นั่นคือระบบการฝึกของหลัวหวังอาจมีข้อบกพร่อง หรือไม่ก็ถูกความจำเป็นบีบคั้นจนต้องยอมแลก

เหตุใดหลายราชวงศ์จึงใช้นโยบายปิดหูปิดตาประชาชน ไม่ให้คนชั้นล่างได้เข้าถึงความรู้? ก็เพราะความรู้ทำให้เกิดปัญญา

เมื่อผู้คนมีปัญญา รู้คิดเป็น เข้าใจเหตุผล ชนชั้นปกครองย่อมหลอกลวงได้ยากขึ้น

นักฆ่าก็เช่นเดียวกัน หากรู้มากเกินไป ย่อมเริ่มคิดเป็นของตนเอง เริ่มครุ่นคิดถึงชีวิต ซึ่งขัดแย้งกับการเป็นเครื่องจักรสังหารโดยสิ้นเชิง

นักฆ่าเช่นนี้อาจภักดีต่อสำนักด้วยความหวาดกลัว แต่ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เอง ก็มีโอกาสทรยศได้เช่นกัน

สิ่งที่จิงหนีพูดว่าปรารถนาเพียงชีวิตสงบสุข อาจเป็นความต้องการลึก ๆ ในใจ เพียงแต่จิงหนีในตอนนี้ยังไม่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตน จำต้องมีคนคอยชี้นำ

อิ๋งเว่ยเก็บความคิดเหล่านั้นไว้ในใจ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน “เจ้าหิวหรือยัง?”

จิงหนีส่ายหน้า “ข้าน้อยยังไม่หิวเจ้าค่ะ”

“ไม่หิวหรือ?” อิ๋งเว่ยยิ้มบาง “ถ้าเช่นนั้น… เรามาต่อกันเถอะ!”

กล่าวจบ เขาก็ลุกพรวด อุ้มร่างจิงหนีเดินตรงไปยังเตียง

สาวงามระดับนี้ แค่บ่ายเดียวจะไปพอได้อย่างไร

คืนนี้… ไม่มีใครต้องหลับใหลแล้ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 30 ความงดงามแห่งอำนาจกษัตริย์

คัดลอกลิงก์แล้ว