- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 29 คราแรกยามได้รับความโปรดปราน
ตอนที่ 29 คราแรกยามได้รับความโปรดปราน
ตอนที่ 29 คราแรกยามได้รับความโปรดปราน
พริบตาเดียว เวลาก็ล่วงเลยไปถึงสองชั่วยาม ท้องฟ้าภายนอกเริ่มมืดสลัวลง
อิ๋งเว่ยและจิงหนียังคงแนบชิดพัวพันกันไม่ห่าง เขาโน้มตัวลงมองจิงหนีที่นอนคว่ำอยู่บนเตียง เผยแผ่นหลังขาวเนียนไร้ที่ติ ซึ่งบัดนี้มีเพียงเม็ดเหงื่อผุดพราย
อิ๋งเว่ยทอดสายตามองแผ่นหลังอันเนียนละเอียดนั้นด้วยความอิ่มเอมใจ
ผิวพรรณแผ่นหลังของจิงหนีขาวนวลราวหยกขัด ภายใต้แสงจันทร์สลัวกลับยิ่งขาวสะดุดตา ทว่ายามนี้ผิวขาวผ่องนั้นกลับแฝงด้วยสีแดงระเรื่อ
แม้จะผ่านศึกรักมาตลอดทั้งบ่าย แต่อิ๋งเว่ยกลับรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไร้ซึ่งความเหนื่อยล้า จนอดรำพึงในใจไม่ได้ว่า โลกที่มีวรยุทธ์นี่ช่างดีจริง ๆ
อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง เพียงมีกำลังภายใน ก็สามารถฟื้นฟูเรี่ยวแรงที่สูญเสียไปได้อย่างเหลือเฟือ
อิ๋งเว่ยผละจากจิงหนีอย่างนึกเสียดาย ก่อนเอนกายพิงหัวเตียง เอ่ยเสียงเนือย ๆ ว่า “...อวี๋ ไปต้มน้ำร้อนมาหน่อยสิ”
จิงหนีพยุงกายลุกขึ้นอย่างอ้อนแอ้น ลมหายใจยังหอบกระเส่าเล็กน้อย ดูบอบบางราวกับมิอาจรองรับความรักใคร่ที่มากเกินไปได้
แต่อิ๋งเว่ยรู้ดี ด้วยระดับวรยุทธ์ของนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งชั้นอักษรฟ้าเช่นนางมีหรือจะเหนื่อยง่ายเพียงนี้ การต้องแสร้งทำเป็นสตรีอ่อนแอธรรมดาเช่นนี้คงลำบากนางไม่น้อย
“เจ้าค่ะ ท่านจวิน” จิงหนีขานรับเสียงแผ่วเบา ในแววตาคู่งามยังคงแฝงความโศกเศร้าที่ไม่อาจจางหาย
นางสวมชุดผ้าโปร่งสีม่วงอ่อนคลุมเรือนร่างขาวผ่องดุจหยกที่ชวนให้คนึงหา ก่อนเดินไปยังโต๊ะเพื่อจุดเทียน
แสงเทียนสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดที่ค่อย ๆ โรยตัวลงในห้อง เกิดเป็นวงแสงนวลตา
เปลวเทียนวูบไหว ก่อให้เกิดเงาสลัวไหวระริก สร้างบรรยากาศคลุมเครือหากแฝงไว้ด้วยความลึกลับ
เงาที่ทาบทับบดบังใบหน้าของอิ๋งเว่ยไปครึ่งซีก ยามนี้เขากำลังจ้องมองรอยเลือดดุจดอกเหมยแดงบนผ้าปูที่นอนด้วยความรู้สึกซับซ้อน
จิงหนียังบริสุทธิ์ผุดผ่อง เรื่องนี้ทำให้อิ๋งเว่ยประหลาดใจไม่น้อย แต่ที่มากกว่าคือความยินดีปรีดา
ยุคสมัยนี้ต่างจากยุคหลังที่ได้รับอิทธิพลจากลัทธิขงจื๊ออย่างหนัก แม้ความบริสุทธิ์ของหญิงสาวจะมีความสำคัญ แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง
บุรุษชาวจีนในยุคหลังยึดติดกับพรหมจรรย์ล้วนเป็นผลจากแนวคิดขงจื๊อที่สั่งสมสืบทอดมานับพันปี
ทว่าในยุคนี้ จ้าวอ๋องยังแต่งตั้งนางโลมเป็นราชินี มารดาของฉินอ๋องก็เคยเป็นอนุภรรยาของผู้อื่น เรื่องพรรค์นี้ล้วนพบเห็นได้ทั่วไป
ยิ่งไปกว่านั้น จิงหนีถูกหลัวหวังเลี้ยงดูมาตั้งแต่เยาว์วัย ใครจะรู้ว่าระหว่างการฝึกฝนเป็นนักฆ่า นางต้องผ่านเรื่องราวเลวร้ายเพียงใด โดยเฉพาะกับสำนักอื้อฉาวเช่นหลัวหวัง
ดังนั้นก่อนจะมีสัมพันธ์กับจิงหนี อิ๋งเว่ยถึงขั้นทำใจไว้แล้วว่านางอาจไม่บริสุทธิ์ เพราะในต้นฉบับเดิม นางก็เคยใช้เรือนร่างเพื่อลอบสังหารเว่ยอู๋จี้มาแล้ว
ทว่าความจริงกลับพิสูจน์ว่าเขาคิดมากไปเอง จิงหนีไร้ซึ่งประสบการณ์ในเรื่องนี้
เห็นได้ชัดว่าวิธีการฝึกฝนจิงหนีนั้นแตกต่างจากนักฆ่าหญิงคนอื่น
ด้วยพรสวรรค์อันล้ำเลิศ การใช้เรือนร่างเข้าแลกเพื่อสังหารเป้าหมาย แม้จะเป็นข้อได้เปรียบของสตรี แต่ก็นับเป็นวิธีการชั้นต่ำ
สำหรับผู้มีพรสวรรค์หาตัวจับยากอย่างจิงหนี ย่อมต้องมุ่งฝึกฝนวรยุทธ์และการตัดขาดความเป็นมนุษย์ เพื่อหล่อหลอมให้นางกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง
เป้าหมายที่จิงหนีเคยสังหารมาก่อนหน้า ล้วนไม่จำเป็นต้องให้นางใช้ร่างกายเข้าแลก นางจึงยังสามารถรักษาความบริสุทธิ์ไว้ได้
จนกระทั่งได้รับภารกิจสังหารอิ๋งเว่ย จึงจำต้องเอาตัวเข้าแลก
ขณะที่อิ๋งเว่ยกำลังคิดฟุ้งซ่าน เสียงหวานใสแต่แฝงความอ่อนล้าของจิงหนีก็ดังขึ้นในห้อง “...ท่านจวิน น้ำร้อนพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”
ถังไม้เต็มไปด้วยน้ำอุ่นกำลังส่งไอร้อนกรุ่นลอยขึ้นไม่ขาดสาย
ในยุคนี้หลายสิ่งหลายอย่างไม่สะดวกสบาย การจะอาบน้ำร้อนสักครั้งยุ่งยากยิ่งนัก ไม่เหมือนยุคปัจจุบันที่แค่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นก็ใช้งานได้ทันที
โชคดีที่เขาเกิดในตระกูลเชื้อพระวงศ์ หากเป็นครอบครัวธรรมดาคงต้องทนร้อนทนหนาว และไม่ได้อาบน้ำทุกวันเป็นแน่
“เจ้าล้างตัวก่อนเถิด” อิ๋งเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน
จิงหนีรับคำก่อนปลดผ้าบางเบาออกจากร่าง ยกขาเรียวยาวก้าวลงไปในถังไม้อย่างเชื่องช้า
นางนั่งหันหลังให้อิ๋งเว่ย เส้นผมดำขลับดุจหมึกที่เคยเกล้าไว้ถูกปล่อยสยาย ราวกับผ้าไหมเนื้อดี
อิ๋งเว่ยนอนตะแคงอยู่บนเตียง มองดูจิงหนีใช้มือเรียววักน้ำอุ่นราดรดผิวพรรณขาวผ่องดั่งแสงจันทร์อย่างเพลิดเพลิน
‘ยุคศักดินานี่มันดีจริง ๆ หากเป็นยุคปัจจุบัน ต่อให้ได้ใกล้ชิดกับสตรีงามดั่งเทพธิดาเช่นนี้ ก็คงต้องเป็นข้าที่อุ้มนางไปอาบน้ำ คอยดูแลปรนนิบัติ’
แต่ในยุคนี้กลับกลายเป็นฝ่ายหญิงที่ต้องต้มน้ำมาดูแลเขา
หากไม่รู้มาก่อนว่าจิงหนีมีวรยุทธ์สูงส่ง อิ๋งเว่ยคงรู้สึกสงสารนางไม่น้อย เพราะการต้มน้ำถังใหญ่ขนาดนี้ แล้วต้องยกมาเทใส่ถังไม้ ต้องใช้แรงกายมิใช่น้อย
[จบแล้ว]