- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 28 โลหิตหยดแรกของจิงหนี
ตอนที่ 28 โลหิตหยดแรกของจิงหนี
ตอนที่ 28 โลหิตหยดแรกของจิงหนี
การที่จิงหนีหยุดเขาไว้เช่นนี้ ทำให้อิ๋งเว่ยรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
หรือว่าเขาจะคาดการณ์ผิดไป? นางจะยอมแลกชีวิตเพื่อสังหารเป้าหมายจริง ๆ หรือ? นักฆ่าระดับจิงหนี อาจเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่หลัวหวังพร้อมโยนทิ้งได้ง่ายดายเพียงนั้นหรือไม่
ไม่น่าจะเป็นไปได้ การจะฝึกยอดฝีมือระดับจิงหนีขึ้นมาสักคน ต้องทุ่มเททั้งทรัพยากรและแรงงานอย่างมหาศาล โดยเฉพาะ ความงามที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้าของนาง ยิ่งไม่ควรถูกทิ้งขว้างโดยเปล่าประโยชน์
อิ๋งเว่ยเกรงว่าจิงหนีจะจับพิรุธจากสภาพร่างกายที่ตึงเครียดของเขาได้ จึงแสร้งทำเป็นโกรธ เอ่ยเสียงแข็ง “อวี๋ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ราวกับโกรธที่ถูกขัดใจ ท่าทางนั้นสื่อชัดเจนว่า เจ้าเป็นเพียงนางบำเรอ แต่กลับกล้าปฏิเสธข้าเชียวหรือ
จิงหนีก้มหน้าลง ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “...ข้าน้อยมิกล้า เพียงแต่เวลานี้ยังเร็วไปเจ้าค่ะ ท่านจวินจะไม่รอให้ถึงยามค่ำก่อนหรือเจ้าคะ?”
อิ๋งเว่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “...ข้าไม่ชอบกลางคืน ข้าชอบกลางวัน”
ท่าทีที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะร่วมรักกลางวันแสก ๆ ทำให้นิ้วมือของจิงหนีชะงักค้างไปชั่วขณะ
ก่อนมาปฏิบัติภารกิจ หลัวหวังย่อมมอบข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับอิ๋งเว่ยให้นางอย่างครบถ้วน
จิงหนีรู้ดีว่าฉางอันจวินแห่งแคว้นฉินผู้นี้เป็นคนเจ้าสำราญ หลงใหลในสุรานารี เหตุที่หลัวหวังวางแผนลอบสังหารโดยวิธีการเช่นนี้ นอกจากจะเหมาะสมที่สุดแล้ว ยังสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของอิ๋งเว่ยโดยสิ้นเชิง
อิ๋งเว่ยมีฐานะสูงส่ง แต่ข้างกายกลับมีทหารคุ้มกันน้อยนิด ดูเผิน ๆ เหมือนสังหารได้ง่าย แต่สถานที่ที่เขาพำนักกลับยากแก่การลงมือ
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตนของอิ๋งเว่ยพิเศษเกินไป จะให้สังหารอย่างเอิกเกริกย่อมไม่ได้ แม้ใคร ๆ จะคาดเดาได้ว่าเขาตายอย่างไร หรือแม้จะสงสัยว่าเป็นฝีมือหลัวหวัง ก็ต้องไม่เหลือหลักฐานใด ๆ
ในฐานะอัครมหาเสนาบดีแคว้นฉิน หลี่ปู้เหว่ยย่อมไม่ยอมให้ตนเองมีมลทินแปดเปื้อน
ดังนั้นจิงหนีจึงต้องแฝงตัวเข้ามาในฐานะนางบำเรอ ทำให้เขาคลายความระแวง รอจนเขากลับแคว้นฉิน แล้วค่อยลงมือสังหารระหว่างทาง นี่คือคำสั่งที่หลี่ปู้เหว่ยมอบแก่หลัวหวัง
แคว้นฉินยึดหลักผูกมิตรแดนไกล โจมตีแดนใกล้ แคว้นฉินกับแคว้นฉีไม่มีพรมแดนติดต่อกัน อีกทั้งแคว้นฉียังขี้ขลาดตาขาว จึงไม่จำเป็นต้องผลักไสแคว้นฉีไปเป็นศัตรู
ตามความประสงค์ของหลี่ปู้เหว่ย เพียงรอให้อิ๋งเว่ยออกจากแคว้นฉี เดินทางผ่านแคว้นอื่น แล้วหลัวหวังค่อยลงมือสังหาร เพื่อโยนความผิดให้แคว้นนั้น ๆ
เมื่อถึงเวลานั้น แคว้นฉินก็จะมีข้ออ้างในการยกทัพ โดยอ้างว่ามาแก้แค้นให้ฉางอันจวิน ทั้งยังสามารถปลุกเร้าขวัญกำลังใจทหารให้ร่วมแรงร่วมใจกันได้อย่างเต็มที่
ในเมื่อหลี่ปู้เหว่ยต้องการรวบรวมหกแคว้นอยู่แล้ว แม้เขาต้องการจะสังหารอิ๋งเว่ย ก็ต้องใช้ประโยชน์จากความตายของอิ๋งเว่ยให้คุ้มค่าที่สุด ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
อิ๋งเว่ยไม่คาดคิดว่าหลี่ปู้เหว่ยจะคิดไกลถึงขั้นใช้ประโยชน์จากคนตาย แต่เขาเองก็มั่นใจมากว่าจิงหนีจะไม่ลงมือตอนนี้ และความต้องการของเขาในยามนี้ก็มาจากใจจริง
ยุคก่อนราชวงศ์ฉินยังไม่มีหลอดไฟ ยามค่ำคืนจึงมีเพียงแสงเทียนริบหรี่ จะมองเห็นสิ่งใดได้?
แม้จะปิดไฟแล้วผู้หญิงหน้าตาเช่นไรก็พุ่งเข้าหาได้ มันเหมาะสำหรับใช้กับหญิงอัปลักษณ์ แต่กับสาวงามล่มเมืองอย่างจิงหนี ย่อมต้องมองให้เห็นชัด ๆ ทุกอิริยาบถ
ชาติก่อนอิ๋งเว่ยเคยบ่นว่า สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดคือผู้หญิงที่ขอให้ปิดไฟ
ถ้าขอให้ปิดม่านตอนกลางวันยังพอเข้าใจได้ เพื่อกันคนภายนอกมองเห็น แต่ตอนกลางคืนจะให้ปิดไฟอีกทำไมกัน?
ย่อมเป็นเพราะมีจุดบกพร่องบนเรือนร่างที่ไม่อยากให้เห็น หรือไม่ก็ขี้อายเกินไป
ดังนั้น กับสาวงามล่มเมืองอย่างจิงหนี หากต้องรอถึงกลางคืนก็ช่างเสียของเปล่า ในเมื่อแสงแดดยังดี ก็ต้องรีบทำเรื่องสำคัญเสียเดี๋ยวนี้!
บัณฑิตขงจื๊อในยุคหลังช่างทำลายสัญชาตญาณมนุษย์ ไม่รู้จักความสุขในยามกลางวันเอาเสียเลย!
เมื่อเห็นอิ๋งเว่ยยืนกราน จิงหนีลอบถอนหายใจแผ่วเบา กระนั้นใจนางก็ยังสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความขุ่นเคือง
นางเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องพลีกายให้อิ๋งเว่ย ในยุคสมัยที่แนวคิดขงจื๊อยังไม่ฝังรากลึก ถึงจะเป็นหญิงม่ายลูกติดแต่งงานใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่อย่างใด
สิ่งสำคัญที่สุดคือนางเป็นเพียงนักฆ่าของหลัวหวัง นางต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสังหารเป้าหมายให้สำเร็จ ร่างกายก็เป็นเพียงอาวุธสังหารรูปแบบหนึ่งเท่านั้น
จิงหนีปล่อยข้อมืออิ๋งเว่ย มือเรียวงามเลื่อนไปที่สายคาดเอวของเขา เอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล “...ข้าน้อยเพียงอยากช่วยท่านจวินผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า”
กล่าวจบ นางก็ค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าของอิ๋งเว่ยออกทีละชิ้น แต่เมื่อนางจะถอดเสื้อผ้าของตัวเอง อิ๋งเว่ยกลับยกมือห้ามไว้
ท่ามกลางสายตาฉงนสนเท่ห์ของนาง อิ๋งเว่ยกล่าวด้วยความเข้าใจโลก “ดูท่าคนงามจะไม่เข้าใจความหรรษาในห้องหอ เรื่องเช่นนี้ควรให้ข้าเป็นคนช่วยเจ้าจะดีกว่า”
จิงหนีทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ไม่นาน เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ร่วงหล่นกองกับพื้น เรือนร่างสตรีอันงดงามราวสวรรค์สรรค์สร้างปรากฏต่อสายตาอิ๋งเว่ย
[จบแล้ว]