เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27 ยามเมื่อดวงจันทร์สกาว ราตรีวสันต์หนึ่งครู่ มีค่าดั่งพันตำลึง

ตอนที่ 27 ยามเมื่อดวงจันทร์สกาว ราตรีวสันต์หนึ่งครู่ มีค่าดั่งพันตำลึง

ตอนที่ 27 ยามเมื่อดวงจันทร์สกาว ราตรีวสันต์หนึ่งครู่ มีค่าดั่งพันตำลึง


ภายใต้กระโปรงยาวของจิงหนีแอบซ่อนเรียวขางดงาม อิ่มกลม ผิวขาวดุจหิมะ เกลี้ยงเกลาราวหยกไร้มลทิน เพียงแตะต้องเบา ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความลื่นละมุนและอบอุ่นที่ไหลผ่านปลายนิ้ว ชวนให้หลงใหลจนยากจะถอนมือ

ก่อนหน้าสมัยดูอนิเมะ อิ๋งเว่ยเคยคิดว่าหากเป็นขาคู่นี้เขาคงสามารถเล่นสนุกได้ทั้งชาติ และเมื่อได้สัมผัสด้วยตัวเองในวันนี้ เขาก็ยิ่งมั่นใจในความคิดนั้นมากขึ้นไปอีก

ทว่านักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งชั้นอักษรฟ้าของหลัวหวังผู้นี้กลับปล่อยให้เขาหยอกเย้าเล่นตามอำเภอใจ สิ่งนี้ทำให้อิ๋งเว่ยรู้สึกว่าการข้ามภพครั้งนี้ช่างคุ้มค่าเสียจริง

ประเด็นสำคัญคือเป้าหมายของจิงหนีคือการสังหารเขา ทั้งที่รู้ดีว่านางมาเพื่อเอาชีวิต แต่ในเวลานี้กลับทำได้เพียงยอมจำนน

ความสุขจากการบิดเบือนความคิดของอีกฝ่าย ทั้งที่อีกฝ่ายไม่อาจขัดขืน ต้องอดกลั้นทนรับ ทำให้อิ๋งเว่ยรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก

หากจิงหนีว่านอนสอนง่ายเกินไป อิ๋งเว่ยคงรู้สึกขาดรสชาติแห่งความตื่นเต้น

ความระทึกใจดั่งเต้นระบำบนคมมีด การลิ้มรสอันตรายที่ทำให้หัวใจเต้นแรงเช่นนี้ ช่างชวนให้หลงใหลจนไม่รู้จะมีสิ่งใดมาเปรียบได้

นี่สินะ... รสชาติของพิษร้ายแห่งอำนาจ

อิ๋งเว่ยลอบถอนหายใจ หากเขาไม่ใช่องค์ชายแคว้นฉิน หากไม่มีสถานะนี้ค้ำคอ จิงหนีคงไม่เลือกใช้วิธีลอบสังหารเช่นนี้แน่นอน

วิธีสังหารที่แท้จริงของนางคือสวมหน้ากากแล้วปลิดชีพในคราเดียว ไหนเลยต้องซับซ้อนและเปลืองเนื้อเปลืองตัวถึงเพียงนี้

ความสุขที่อำนาจมอบให้ ก็คือความปรารถนาในการควบคุม ไม่ว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างไร จะยอมจำนนจริงหรือเพียงต่อต้านในใจ ท้ายที่สุดก็ต้องก้มหัวทำตามคำสั่ง

อิ๋งเว่ยถือโอกาสคว้าข้อเท้าเรียวบางของจิงหนี ก่อนจะค่อย ๆ ถอดรองเท้าปักลายดอกไม้คู่เล็กและถุงเท้าผ้าไหมอันชวนรำคาญออก เผยให้เห็นเท้าเล็กเรียว ปลายนิ้วเท้าดั่งเมล็ดกระวาน ใสกระจ่างดั่งหยก เปล่งประกายแสงนวลตา เปี่ยมเสน่ห์เย้ายวน

เมื่อถูกอิ๋งเว่ยกุมเท้าขาวผ่องไว้ จิงหนีรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย ร่างกายบิดเร้าเบา ๆ ส่วนเท้าที่ถูกกุมไว้ไม่กล้าแม้แต่จะดิ้นหนี

อิ๋งเว่ยชื่นชมราวกับกำลังพินิจเครื่องเคลือบล้ำค่า ไล่สายตาจากข้อเท้าขึ้นไปหยุดที่ใบหน้างดงามอ่อนหวานของจิงหนี เวลานี้ลมหายใจของนางเริ่มถี่กระชั้น แต่แววตายังคงใสกระจ่างดุจสายน้ำ

จิงหนีมีความเย้ายวน แต่เป็นเสน่ห์ที่ไม่ได้เผยออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ใช่การใช้กิริยาวาจา หากแต่เป็นเสน่ห์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในบุคลิก เป็นความเย้ายวนเงียบงันที่ชวนกระชากใจเสียยิ่งกว่า

ทั้งที่ดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้นไร้ความรู้สึกรักใคร่ใด ๆ แอบแฝง แต่กลับยั่วยวนยิ่งกว่าสตรีเสแสร้งแกล้งทำในหอซิ่งเล่อที่อิ๋งเว่ยเคยพบเจอเสียอีก

อิ๋งเว่ยเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดส่องสว่างบอกเวลาบ่ายคล้อยกำลังพอเหมาะพอดี

“จันทร์กระจ่างฟ้า โฉมงามเจิดจ้า นวลนางสง่า ดวงใจข้าคนึงหาเงียบงัน!”

อิ๋งเว่ยไม่สนว่าจิงหนีจะเข้าใจความหมายหรือไม่ แต่ในสายตาของเขา จิงหนีเปรียบดั่งจันทร์กระจ่างในยามค่ำคืน งามผ่องไร้มลทิน

ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ หรือบุคลิกอันเย็นชา ล้วนงดงามสง่าดั่งจันทร์เพ็ญที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด

“ราตรีวสันต์หนึ่งครู่ มีค่าดั่งพันตำลึง หากรอช้ากว่านี้ก็เหมือนทำลายของล้ำค่า”

อิ๋งเว่ยหาข้ออ้างส่งเดช แล้วเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าตนเอง

ทันใดนั้น มือเรียวบางของจิงหนีก็คว้าข้อมืออิ๋งเว่ยไว้ นางไม่ได้ใช้กำลังภายใน เป็นเพียงแรงบีบที่นุ่มนวลและแผ่วเบา ทว่าร่างกายของอิ๋งเว่ยกลับแข็งทื่อในพริบตา กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเครียด เกรงว่าวินาทีถัดไปจิงหนีจะลงมือสังหารเขาเสียตรงนั้น

‘ข้ายังไม่อยากตายใต้ดอกโบตั๋น แล้วกลายเป็นผีเจ้าสำราญหรอกนะ!’

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 27 ยามเมื่อดวงจันทร์สกาว ราตรีวสันต์หนึ่งครู่ มีค่าดั่งพันตำลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว