- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 26 โฉมงามล่มเมือง
ตอนที่ 26 โฉมงามล่มเมือง
ตอนที่ 26 โฉมงามล่มเมือง
อิ๋งเว่ยเดินผ่านลานบ้าน พลางปรับอารมณ์ให้สงบลง ตอนนี้เขาต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของจิงหนีให้แนบเนียนเสียก่อน
หัวใจอาจเต้นแรงได้ แต่ต้องเป็นเพราะความตื่นเต้นยามได้พบสาวงาม มิใช่เพราะความระแวงหรือหวาดกลัว
ที่พักในสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงแม้จะไม่หรูหราเท่าในวังเสียนหยาง แต่ก็เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
เมื่อผลักบานประตูเข้าไป อิ๋งเว่ยก็เห็นสตรีร่างสูงโปร่ง สัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกำลังยืนพิงขอบหน้าต่าง
นางสวมชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อน ผมดำขลับถูกเกล้าสูง แม้มิได้เปิดเผยเนื้อหนัง แต่ท่วงท่าอันงดงามก็ช่วยเผยให้เห็นเส้นโค้งอันอ่อนช้อยชวนมองได้เป็นอย่างดี
เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากด้านหลัง หญิงสาวจึงหันกลับมา
ใบหน้าแสนงดงามเหนือสามัญ คิ้วเรียวดั่งภูผาไกล ผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกเนื้อดี ทว่าแฝงความเย็นชาและแววเศร้าสร้อยดั่งสตรีแห่งเจียงหนาน ชวนให้น่าทะนุถนอมยิ่งนัก
นางยืนพิงหน้าต่าง เบื้องนอกคือป่าไผ่เขียวขจีและสนคราม ราวกับมีหมอกควันบางเบาโอบล้อม ภาพตรงหน้าราวดั่งเทพธิดาจุติลงจากสวรรค์
“ท่านจวิน”
จิงหนีย่อกายคารวะอย่างอ่อนช้อย หลุบตาต่ำ ท่าทางอ่อนแอราวดอกไม้ที่ต้องลมฝน เพียงแต่น่าเสียดายนัก แววตานางเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม ไร้รอยยิ้มประดับ
อิ๋งเว่ยคาดเดาว่า ในฐานะนักฆ่าชั้นอักษรฟ้า จิงหนีคงพึ่งพาวรยุทธ์เป็นหลักในการสังหาร การปลอมตัวจึงด้อยกว่านักฆ่าหญิงคนอื่น และคงชินกับการปั้นหน้าเย็นชาเช่นนี้
แต่ด้วยบุคลิกอันโดดเด่น ต่อให้นางจะไม่ยิ้ม ก็ยังนับเป็นความงามในอีกรูปแบบหนึ่ง
“โจวโย่วอ๋องยอมจุดไฟสัญญาณหลอกเจ้าเมืองทั้งหลายเพื่อแลกกับรอยยิ้มของเปาซื่อ หรือข้าต้องล้อเล่นกับเจ้าเมืองทั้งหลายบ้าง ถึงจะทำให้โฉมงามยอมยิ้มได้?”
อิ๋งเว่ยสวมบทบาทคุณชายเจ้าสำราญ กวาดสายตามองจิงหนีอย่างเปิดเผยพลางเอ่ยเย้าแหย่
ฐานะนางบำเรอก็เป็นเพียงของเล่นส่วนตัว ต่างจากภรรยาเอกหรืออนุภรรยาโดยสิ้นเชิง หากเบื่อแล้วจะยกให้คนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
ขนาดจ้าวจี นางบำเรอของหลี่ปู้เหว่ย พออิ๋งอี้เหรินเอ่ยปากขอ หลี่ปู้เหว่ยยังยกให้โดยไม่ลังเล
“ท่านจวินล้อข้าเล่นแล้ว”
สีหน้าของจิงหนีดูไม่สู้ดีนัก นางรู้ดีว่าถ้อยคำเมื่อครู่คือการตำหนิที่นางไม่ยิ้มเสียบ้าง
มุมปากอิ่มของจิงหนีกระตุกเล็กน้อย พยายามฝืนยิ้มให้ดูดี แต่กลับทำลายความงามดั่งภาพวาดลงอย่างน่าเสียดาย
อิ๋งเว่ยส่ายหน้า “เฮ้อ ช่างเถอะ ๆ คนงามอย่างเจ้าไม่จำเป็นต้องยิ้มก็ได้ แบบนี้สิดี ข้าชอบท่าทางเศร้าสร้อยแต่อ่อนโยนของเจ้ามากกว่า”
จิงหนีลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะนางยิ้มไม่เป็นจริง ๆ วิธีลอบสังหารเช่นนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ลองทำ นางจะไปรู้วิธีเอาอกเอาใจบุรุษแบบสตรีทั่วไปได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายครั้งนี้ช่างมีฐานะสูงส่ง และสถานที่ก็ไม่เอื้อให้ใช้วิธีลอบสังหารธรรมดาได้
หลัวหวังจึงต้องส่งนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งชั้นอักษรฟ้าอย่างนาง ผู้ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เยาว์วัย มีวรยุทธ์สูงส่ง และมีความงามสะกดทุกสายตามาทำภารกิจนี้
อิ๋งเว่ยเดินเข้าใกล้จิงหนี จับมือเรียวงามของนางขึ้นมาประคอง สัมผัสผิวพรรณนุ่มนวล เล็บตัดแต่งเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลูบไล้มือเรียวนั้น รู้สึกถึงผิวหยกเย็นเยียบทว่าอ่อนนุ่มดั่งสายน้ำ
ปลายนิ้วไร้รอยด้านเช่นผู้ฝึกหนัก ชวนให้สงสัยนักว่านี่หรือคือมือของผู้ใช้กระบี่?
อิ๋งเว่ยจูงมือจิงหนี แล้วกดไหล่ขาวเนียนของนางให้นั่งลงที่ขอบเตียง
คอเสื้อของนางค่อนข้างกว้าง เผยให้เห็นไหปลาร้าสวยได้รูปและผิวขาวผ่อง เนินอกอวบอิ่มภายใต้ร่มผ้าที่โผล่พ้นขอบเสื้อเล็กน้อยยิ่งชวนให้หลงใหล
“เจ้าชื่ออะไร? เป็นคนที่ไหน?”
อิ๋งเว่ยเอ่ยถาม พลันมือไม้ก็เริ่มอยู่ไม่สุข เขาเลิกชายกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อนของจิงหนี สังเกตขาเรียวยาวเหยียดตรง ไร้จุดตำหนิ ผิวขาวผ่องดั่งแสงจันทร์ ตัดกับเลือดฝาดจาง ๆ แลดูสะอาดตา
จิงหนีนั่งตัวตรงสำรวม เท้าวางราบกับพื้น สวมรองเท้าปักลายดอกไม้คู่เล็กน่ารัก หุ้มด้วยถุงเท้าผ้าไหมเนื้อดี
‘เรียวขานี้... แค่เห็นในอนิเมะก็อยากสัมผัสจะแย่แล้ว’
เมื่อเห็นอิ๋งเว่ยเริ่มลูบไล้ไม่หยุด ในใจนางเกิดระลอกคลื่นความรู้สึกบางอย่าง แต่น้ำเสียงยังคงนิ่งเรียบขณะตอบคำถามออกไป
“ข้าน้อยชื่อ ‘อวี๋’ เป็นชาวแคว้นฉิน ฐานะทางบ้านยากจน แต่เพราะมีหน้าตาพอใช้ได้อยู่บ้าง จึงได้รับความเมตตาจากท่านอัครเสนาบดีชุบเลี้ยงเจ้าค่ะ”
อิ๋งเว่ยยิ้มเจ้าเล่ห์ มีหน้าตาพอใช้ได้อยู่บ้างหรือ? นี่มันงามล่มเมืองชัด ๆ แล้วชุบเลี้ยงที่ว่านั่น... เลี้ยงให้เป็นนักฆ่าน่ะสิ?
แต่ชื่อนี้ก็น่าสนใจดี จิงหนี ตัวอักษรแปลได้ว่าอสรพิษน้ำหรือปลายักษ์ แต่ไม่ว่าจะแบบใดก็ล้วนเป็นปลา
ในเมื่อเป็นปลา จะชื่อว่า ‘อวี๋’ (ปลา) ก็ไม่ผิดแปลก อีกทั้งในยุคนี้ นางบำเรอหรือนางสนมก็มักถูกเรียกว่า ‘แม่นาง_’ กันทั้งนั้น ชื่อปลอมนี้จะให้เรียกว่า ‘แม่นางอวี๋’ ก็ย่อมได้
‘หึ ถ้าไม่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองแซ่อิ๋ง คงนึกว่าตัวเองเจ้าแคว้นฉู่ผู้ยิ่งใหญ่เสียแล้ว!’
[จบแล้ว]