- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 25 กระบี่สามประการแห่งนิติธรรม
ตอนที่ 25 กระบี่สามประการแห่งนิติธรรม
ตอนที่ 25 กระบี่สามประการแห่งนิติธรรม
เสียงไผ่ลู่ลมดังเกรียวกราว อิ๋งเว่ยยืนอยู่ท่ามกลางป่าไผ่เขียวขจีด้วยสีหน้ากังวลใจ
หลังจากจางหานนำรับสั่งของอิ๋งเจิ้ง ของพระราชทาน และสาวงามที่หลี่ปู้เหว่ย ‘ส่งมา’ มอบให้เรียบร้อยแล้ว อิ๋งเว่ยก็ส่งเขากลับไปในทันที
ส่วนองครักษ์นับสิบคนที่ติดตามมาด้วย อิ๋งเว่ยให้พวกเขาหาบ้านพักหลังใหญ่ในเมืองซางไห่พำนักชั่วคราว
สำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงเป็นสถานศึกษา มิอาจปล่อยให้คนเหล่านี้มารบกวนเหล่าศิษย์ได้ อีกทั้งองครักษ์เพียงสิบกว่านายนี้ ก็แทบไม่มีประโยชน์อันใดเมื่ออยู่ต่อหน้าจิงหนี
หากต้องการป้องกันการลอบสังหารจากนักฆ่าระดับจิงหนี ถ้าไม่มียอดฝีมือระดับเดียวกันคอยคุ้มกัน ก็ต้องมีองครักษ์จำนวนมากพอที่จะตั้งค่ายกลสังหารได้
ทว่านี่คือแผ่นดินแคว้นฉีและแคว้นลู่ การที่แคว้นฉินส่งองครักษ์สิบกว่านายมาคุ้มกันฉางอันจวินกลับแคว้นอาจยังพอรับได้ แต่หากส่งทหารมามากเกินไป แคว้นฉีย่อมไม่อนุญาตเป็นแน่
“กว่าเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนจะมาถึง เกรงว่าคงต้องติดอยู่ในสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงไปสักพัก...ตอนนี้เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนน่าจะได้รับคำสั่งจากหลัวหวังให้ไปสังหารเฉิงเจียว กว่าจะทำภารกิจสำเร็จแล้วเดินทางมาหาข้า คงต้องใช้เวลาร่วมเดือน”
“ระยะทางจากแคว้นฉินมายังแคว้นฉี แม้จะมีรถม้าก็ต้องใช้เวลานานโข แสดงว่าหลี่ปู้เหว่ยไม่ได้คิดจะสังหารข้าอย่างปุบปับ แต่ตัดสินใจมาตั้งแต่ก่อนเฉิงเจียวจะก่อกบฏเสียอีก เวลาถึงได้ประจวบเหมาะเช่นนี้”
“หากเป็นไปตามข่าวลือที่ว่าข้าเป็นคนเจ้าสำราญ เมื่อได้พบสาวงามเช่นนี้ ย่อมต้องพานางออกจากสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงไปเสพสุข และจากนั้น ก็คงไม่มีตอนต่อไป...”
“ถึงตอนนั้น ต่อให้การตายของข้าจะมีพิรุธ แต่ก็คงไม่เกิดแรงกระเพื่อมอะไรมากนัก เพราะคนตายย่อมไร้ความหมาย ไม่มีใครใส่ใจคนตาย และยิ่งไม่มีใครยอมเป็นศัตรูกับอัครมหาเสนาบดีหลี่ปู้เหว่ย เพียงเพื่อคนตายคนหนึ่ง”
“ต่อให้สุดท้ายพี่เจิ้งสังหารหลี่ปู้เหว่ยล้างแค้นแทนข้า แล้วมันจะมีความหมายอันใด ในเมื่อข้าตายไปแล้ว”
ดังนั้น ช่วงเวลาร่วมเดือนนี้ เขาจำเป็นต้องอยู่ในเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงเท่านั้น ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด
อิ๋งเว่ยเดินวนไปมา พลางขบคิดถึงผลได้ผลเสีย
“หากปล่อยจิงหนีไว้เฉยๆ อาจจะปลอดภัยก็จริง แต่การทำเช่นนั้น ย่อมทำให้นางเกิดความสงสัย...”
“นักฆ่าของหลัวหวังถือภารกิจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่นักฆ่าระดับจิงหนี หลัวหวังคงไม่ยอมทิ้งขว้างนางเพียงเพื่อสังหารข้าคนเดียวแน่ ดังนั้นโอกาสที่จิงหนีจะบุกมาสังหารข้าในสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงจึงต่ำมาก หากนางทำเช่นนั้น ข้าคงตายสนิท แต่นางเองก็ยากจะหนีรอดออกจากดินแดนแห่งปราชญ์ขงจื๊อนี้ไปได้เช่นกัน”
“วิธีลอบสังหารแบบนั้นคือทางเลือกสุดท้าย ตราบใดที่ข้าทำให้นางหลงเชื่อว่ายังมีโอกาสที่ดีกว่า นางก็จะไม่เสี่ยงลงมือบุ่มบ่าม”
อิ๋งเว่ยลูบไล้หยกพกที่เอว แผนการลึกล้ำผุดขึ้นในใจ
‘การบอกฐานะของจิงหนีให้อาจารย์สวินจื่อรู้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่อาจช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่จะมัวคอยระวังโจรวันแล้ววันเล่าได้อย่างไร ตอนนี้ผู้ที่ถูกส่งมาสังหารคือจิงหนี ข้าเองก็พอรู้ตื้นลึกหนาบางนางอยู่บ้าง โดยเฉพาะสตรีผู้นี้ยังพอมีทางเยียวยา ยังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่ หากจิงหนีทำงานพลาด หลี่ปู้เหว่ยย่อมประเมินระดับความอันตรายของข้าสูงขึ้น ถึงตอนนั้นการลอบสังหารคงจะรุนแรงกว่านี้หลายเท่า’
ตอนนี้หลัวหวังมีนักฆ่าอักษรชั้นฟ้ากี่คน อิ๋งเว่ยก็ไม่อาจทราบ
แต่ที่แน่ ๆ อย่างน้อยต้องมีเยี่ยนรื่อ หากมีผู้ถือกระบี่แห่งเย่ว์อ๋องเล่มอื่นอีก แล้วพากันรุมสังหารโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ เขาจะตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบอย่างยิ่ง
“ถ่วงเวลาจิงหนีไว้ ขอแค่กลับถึงแคว้นฉินได้ ข้าก็ปลอดภัยแล้ว!”
อิ๋งเว่ยกำหนดเป้าหมายในใจทันที
การลอบสังหารเป็นเพียงวิถีทางรอง ด้วยความสามารถของหลี่ปู้เหว่ย เขาจะไม่ใช้การลอบสังหารเป็นไม้ตาย โดยเฉพาะหลัวหวังจะลงมือสังหารเฉพาะนอกแคว้นฉินเท่านั้น จะไม่ทำในแคว้นฉินเด็ดขาด
หลี่ปู้เหว่ยไม่ใช่คนโง่ หากหลัวหวังลงมือสังหารคนในแคว้นฉิน ย่อมสร้างความตื่นตระหนก และทำให้เขาไร้ที่ยืนในแคว้นฉิน เป็นการทำลายกฎเกณฑ์อย่างร้ายแรง
ยิ่งไปกว่านั้น หลัวหวังเป็นเพียงกระบี่ หากหลี่ปู้เหว่ยให้อำนาจหลัวหวังฆ่าคนในแคว้นฉิน กระบี่ย่อมมีสองคม หลัวหวังอาจกลายเป็นม้าพยศที่ควบคุมไม่อยู่ และสุดท้ายตัวเขาเองที่จะเดือดร้อน
“ดังนั้น ขอแค่ทำให้จิงหนีเข้าใจผิดว่ายังมีโอกาสลงมือที่ดีกว่านี้ได้ ในช่วงเวลานี้ นางก็จะไม่อันตรายแต่อย่างใด เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย นางย่อมยอมอดทนทุกอย่าง”
“ในเมื่อข้า อิ๋งเว่ยถูกหานเฟยทำเสียคน กลายเป็นคนบ้ากามในสายตาชาวบ้านไปแล้ว ก็ต้องเล่นบทนี้ให้สมจริงสิ! ข้ามันคนวิตถาร เป็นพวกชอบแสวงหาความสำราญในสถานที่แห่งการศึกษา แล้วมันผิดตรงไหน?”
“เฮ้อ ทั้งหมดนี้ต้องโทษยุคสมัยที่จารีตเสื่อมโทรมดนตรีวิบัติ ขงจื๊อไม่เคยกล่าวความเท็จเลยจริง ๆ!”
เมื่อมั่นใจในความปลอดภัยชั่วคราว อิ๋งเว่ยก็เริ่มคิดสนุก ในเมื่อสาวงามปานนี้ยอมให้ตักตวงผลประโยชน์ได้ตามใจชอบ ไยต้องรีรอ รีบกินรวบให้เกลี้ยง จะรอให้ผู้อื่นมาเสพสุขแทนหรืออย่างไร?
อิ๋งเว่ยเดินออกจากป่าไผ่ มุ่งหน้าไปยังเรือนพักส่วนตัวหลังเดี่ยวในสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวง
สำนักขงจื๊อเองก็เลือกปฏิบัติเช่นกัน อิ๋งเว่ยในฐานะฉางอันจวินแห่งแคว้นฉิน ย่อมได้ที่พักที่ดีกว่าผู้อื่น เช่นเดียวกับหานเฟย องค์ชายเก้าแห่งแคว้นหาน ที่ได้พำนักในเรือนเล็กเงียบสงบ
อิ๋งเว่ยคำนวณตำแหน่งที่ตั้งของเรือนพัก หากจิงหนีคิดลอบสังหาร ขอเพียงเขาทำเสียงดังสักหน่อย จิงหนีย่อมถูกล้อมด้วยยอดฝีมือของสำนักขงจื๊อจำนวนมาก ไม่มีทางหนีรอด
ด้วยฝีมือของจิงหนี นางย่อมประเมินสถานการณ์ได้เช่นกัน ดังนั้นนางจึงไม่มีทางลงมือโดยพลการ
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ระดับวรยุทธ์ของเขาจะไม่ได้สูงส่ง แต่การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องมานานหลายปี ทำให้กำลังภายในของเขาไม่ธรรมดา จิงหนีเองก็คงรู้ดีว่าเขามีวรยุทธ์ จึงต้องระวังตัวเป็นพิเศษ
และสิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้คือ อิ๋งเว่ยได้คิดค้น ‘กระบี่สามประการแห่งนิติธรรม’ ขึ้นมา แม้ระดับวรยุทธ์จะหยุดชะงักชั่วคราว ก็สามารถใช้กลวิธีชดเชยได้
[จบแล้ว]