- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 24 อิ๋งเว่ย: ข้าพึงพอใจกับสาวงามนางนี้ยิ่งนัก!
ตอนที่ 24 อิ๋งเว่ย: ข้าพึงพอใจกับสาวงามนางนี้ยิ่งนัก!
ตอนที่ 24 อิ๋งเว่ย: ข้าพึงพอใจกับสาวงามนางนี้ยิ่งนัก!
อิ๋งเว่ยลอบบ่นพึมพำในใจ พลางประเมินฝีมือวรยุทธ์ของจางหานว่าพอจะคุ้มกันตนกลับแคว้นฉินได้หรือไม่
แต่ความคิดนั้นก็ตกไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่จางหานหลังยุคปราบปรามกบฏ ฝีมือก็ยังไม่อาจเทียบกับนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งชั้นอักษรฟ้าได้ นับประสาอะไรกับจางหานในเวลานี้
จางหานเป็นผู้มีความสามารถจริง แต่ความสามารถนั้นหาได้อยู่ที่วรยุทธ์ไม่
‘เฮ้อ...เวลานี้ก่ายเนี่ยน่าจะได้รับตำแหน่งอาจารย์สอนกระบี่ให้พี่เจิ้งแล้ว หากเป็นก่ายเนี่ยมาแทนคงจะดีกว่า อย่างน้อยก็ยังพอมีประโยชน์กว่าจางหาน’
‘ไม่สิ... ต่อให้เป็นก่ายเนี่ยในตอนนี้ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจิงหนีเหมือนกัน ต่อให้มาก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ลำพังแค่ก่ายเนี่ยคนเดียวคงปกป้องข้าไม่ได้แน่’
อิ๋งเว่ยแสร้งทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “เมื่อกลับถึงเสียนหยาง ฝากกราบทูลเสด็จพี่ด้วยว่า อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าข้าจะกลับแคว้นฉิน”
จางหานซึ่งไม่รู้ตัวเลยว่าถูกอิ๋งเว่ยเมินฝีมือในใจ พอได้ยินคำตอบก็ดีใจยิ่ง “...เช่นนั้นข้าน้อยขอพำนักอยู่ที่ซางไห่ รอเวลาคุ้มกันท่านจวินกลับแคว้นได้หรือไม่ขอรับ?”
อิ๋งเว่ยปฏิเสธทันควัน “จางชิงไม่จำเป็นต้องลำบากทำเช่นนั้น เสด็จพี่ย่อมต้องการตัวท่านมากกว่าข้า ทิ้งองครักษ์เหล่านี้ไว้ก็พอแล้ว”
อิ๋งเว่ยลอบบ่นในใจ ‘เป็นอย่างที่คิด จางหานได้รับภารกิจอีกอย่างมาด้วย หรืออาจจะเป็นภารกิจหลักเลยก็ว่าได้ นั่นคือพาข้ากลับแคว้น’
แต่เขาจะยอมให้จางหานอยู่ต่อได้อย่างไร หากจางหานอยู่ต่อ เกรงว่าจะต้องกลายเป็นวิญญาณใต้คมกระบี่ของจิงหนีเข้า คนมีความสามารถเช่นนี้จะให้มาตายเปล่าไม่ได้
“ขอรับ!”
เมื่อได้รับกำหนดเวลาที่แน่ชัดในการกลับแคว้น จางหานก็ถือว่าบรรลุภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เขาก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
ในฐานะคนใกล้ชิดของกษัตริย์ หากงานแรกที่ได้รับมอบหมายยังทำไม่สำเร็จ คงจะละอายต่อพระมหากรุณาธิคุณยิ่งนัก
ทันใดนั้น สายลมอ่อนพัดผ่าน พลิกผ้าโปร่งเบาบางด้านนอกรถรถม้าขึ้น
อิ๋งเว่ยชำเลืองมองตามไป เห็นสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่ภายใน นางงดงามอ่อนโยนดุจสายน้ำ
นางสวมชุดยาวสีเหลืองอ่อน คิ้วโก่งดั่งคันศร ใบหน้าหมดจดงดงาม ท่วงท่าอ่อนช้อยมีเสน่ห์
เพียงแค่เหลือบมองแวบเดียว ก็เห็นผิวพรรณขาวเนียนดั่งหิมะ ใบหน้าหวานล้ำดุจดอกท้อ เป็นความงามล่มเมืองชวนให้ผู้คนหลงใหล
เพียงแรกเห็น อิ๋งเว่ยก็ตื่นตะลึงในความงาม แต่แล้วหัวใจก็กระตุกวูบ เขาเดาได้ทันทีว่านางคือนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งอักษรชั้นฟ้าของหลัวหวัง — จิงหนี!
อิ๋งเว่ยเก็บอาการไม่ให้แสดงออก เอ่ยถามจางหานด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “สตรีในรถม้าผู้นั้นคือนางใดหรือ?”
จางหานที่ไม่ทันสังเกตความผิดปกติ ประสานมือตอบกลับ “ก่อนข้าน้อยจะออกจากเสียนหยาง ได้พบกับท่านอัครเสนาบดีหลี่ ท่านได้อ่านตำราของท่านจวินแล้วชื่นชมยิ่งนัก”
“ท่านอัครเสนาบดีทราบว่าท่านจวินชื่นชอบสุราและนารี จึงเจาะจงส่งสาวงามผู้นี้มาถวาย เพื่อเป็นนางบำเรอขอรับ”
อิ๋งเว่ยเงียบไปชั่วขณะ ในใจก่นด่าไม่หยุด ‘หานเฟยนะหานเฟย เจ้าทำข้าเดือดร้อนแท้ ๆ!’
‘ข้าอิ๋งเว่ย วิญญูชนผู้สำรวม อ่อนโยนมีคุณธรรม ความประพฤติเที่ยงตรง ต้องมาเสียชื่อเสียงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวกบ้ากามก็เพราะเจ้า!’
แล้วทีนี้ จะรับจิงหนีไว้ดีหรือไม่?
อิ๋งเว่ยครุ่นคิด พลางถามต่อ “...แล้วเสด็จพี่ทรงทราบเรื่องนี้หรือไม่?”
“ทรงทราบขอรับ”
“แล้วเสด็จพี่ว่าอย่างไรบ้าง?”
จางหานตอบโดยไม่คิดอะไรมาก “...ท่านอ๋องทรงทราบดีว่าท่านจวินเป็นคนเจ้าสำราญ จึงไม่ได้ว่ากล่าวอันใดเรื่องที่ท่านอัครเสนาบดีส่งนางบำเรอมาให้ขอรับ”
‘ดูท่าพี่เจิ้งคงไม่รู้สินะ ว่าสิ่งที่หลี่ปู้เหว่ยส่งมาไม่ใช่นางบำเรอ แต่เป็นนักฆ่าสาว’
‘ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องเช่นนี้หลี่ปู้เหว่ยก็ไม่ใช่ทำเป็นครั้งแรก ครั้งนั้นก็ส่งจ้าวจี มารดาของพี่เจิ้ง ให้ท่านพ่ออีกด้วย’
‘เฮ้อ... หลี่ปู้เหว่ยนะหลี่ปู้เหว่ย ทีกับท่านพ่อข้า เจ้าส่งเมียตัวเองให้ แต่กับข้า เจ้าดันส่งนักฆ่ามาให้ ช่างไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!’
อิ๋งเว่ยก่นด่าในใจ แต่เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว จิงหนีผู้นี้ ต่อให้ไม่อยากรับ ก็ต้องรับ
ประการแรก หากไม่รับไว้จะผิดวิสัยปกติของเขา และอาจทำให้คนอื่นจับพิรุธได้ ตัวเขาในตอนนี้ไม่ควรจะล่วงรู้แผนการลอบสังหารของหลี่ปู้เหว่ย
และหากทำให้ฝ่ายนั้นสงสัย จิงหนีอาจตัดสินใจลงมือสังหารทันที แม้สุดท้ายนางอาจต้องแลกด้วยชีวิต แต่ชีวิตของเขาก็อาจจบสิ้นไปพร้อมกัน
เขาไม่อยากจับมือจิงหนีไปเป็นคู่รักใต้ปรโลกด้วยกัน
ประการที่สอง เก็บจิงหนีไว้ในสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงย่อมปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะเมื่อเขารู้ฐานะที่แท้จริงของนาง ก็จะสามารถเตรียมการรับมือได้ล่วงหน้า
นักฆ่าที่อันตรายที่สุดคือนักฆ่าที่เราไม่รู้ตัวตน ไม่รู้ที่อยู่ แต่สำหรับนักฆ่าที่อยู่ใต้จมูกเช่นนี้ กลับรับมือได้ง่ายกว่า
เมื่อคิดได้ดังนี้ อิ๋งเว่ยจึงพยักหน้าช้า ๆ “ตอนจางชิงกลับเสียนหยาง ฝากขอบคุณท่านอัครเสนาบดีแทนข้าด้วย บอกไปว่าข้าพึงพอใจกับสาวงามนางนี้ยิ่งนัก”
‘พึงพอใจจนแทบอยากจะแล่เนื้อเจ้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้นเลยเชียว!’
[จบแล้ว]