เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 การลอบสังหารของจิงหนี!

ตอนที่ 18 การลอบสังหารของจิงหนี!

ตอนที่ 18 การลอบสังหารของจิงหนี!


หลังออกจากเรือนไม้ของสวินจื่อ อิ๋งเว่ยก็กลับไปหาหานเฟยอีกครั้ง

“ขออภัยที่ทำให้ศิษย์พี่ต้องคอยนาน ท่านอาจารย์เรียกข้าไปเล่นหมากหนึ่งกระดาน” อิ๋งเว่ยประสานมือกล่าวขอโทษ

หานเฟยย่อมรู้ดีว่าการที่สวินจื่อเรียกอิ๋งเว่ยไปนั้น ย่อมไม่ใช่เพียงเพื่อเล่นหมาก กระนั้นเขาก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง แต่กลับดึงแขนเสื้ออิ๋งเว่ยพลางทำท่าทางรีบร้อนอยากจะไปดื่มเหล้าเคล้านารีเต็มแก่

ความบันเทิงในยุคนี้มีน้อยยิ่ง การดื่มสุรากับหญิงงามจึงเป็นความสุขที่บุรุษยากจะปฏิเสธ ทั้งสองรีบมุ่งหน้าไปยังหอซิ่งเล่อแห่งเมืองซางไห่

การดื่มกินในครานี้ลากยาวไปจนถึงยามดึก

ทั้งสองเดินโซเซออกจากหอซิ่งเล่อด้วยความมึนเมา โดยไม่ได้ทำเรื่องอื่นใดต่อ เช่น การค้างคืนอยู่ที่นั่น

ไม่ใช่ว่าอิ๋งเว่ยเป็นคนรักนวลสงวนตัวอย่างเคร่งครัด ก่อนข้ามภพมา ในสมัยที่ต้องวิ่งเต้นเรื่องงาน เขาเองก็ผ่านเรื่องทำนองนี้มาไม่น้อย

เพียงแต่อิ๋งเว่ยในตอนนี้ถือตัวด้วยฐานะ หากมิใช่งามล่มเมืองระดับนางฟ้า เขาไม่คิดจะลดตัวลงไปเสียเวลาด้วย

ส่วนหานเฟย ในสายตาของอิ๋งเว่ย ชายผู้นี้ราวกับบรรลุไปอีกขั้น จริงอยู่ที่หานเฟยชื่นชอบหญิงงาม แต่สิ่งที่เขาชอบยิ่งกว่าคือบรรยากาศการดื่มสุรา มิใช่ความสัมพันธ์ทางกาย

หากอยู่ในยุคปัจจุบัน หานเฟยคงเป็นขาประจำของสถานบันเทิงยามค่ำคืนอย่างไม่ต้องสงสัย

ทั้งสองกอดคอกันเดินกลับ ขณะเดินผ่านถนนสายเริงรมย์ อิ๋งเว่ยสังเกตเห็นสัญลักษณ์ลับที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่ง

เขารีบโคจรลมปราณเพื่อสลายฤทธิ์สุรา สีหน้าพลันกลับมาแจ่มใส ก่อนหันไปกล่าวกับหานเฟยว่า “...ศิษย์พี่ ข้านึกขึ้นได้ว่ามีธุระเล็กน้อยต้องจัดการ ท่านกลับไปก่อนเถอะ”

หานเฟยคิดเพียงแค่ว่าอิ๋งเว่ยคงอยากไปหาสาวงามคนไหนสักคนค้างคืนด้วย จึงไม่ได้ใส่ใจ ตอบกลับไปว่า “...เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

พูดจบ หานเฟยก็เดินโซซัดโซเซจากไป

เห็นสภาพเมามายของหานเฟย อิ๋งเว่ยก็ได้แต่ส่ายหน้า เขาไม่ได้สนใจสัญลักษณ์บนต้นไม้นั่น แต่กลับเดินตรงไปยังบ้านร้างหลังหนึ่งบนถนน

หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่ารอบข้างไม่มีผู้ใด อิ๋งเว่ยก็พลิ้วกายกระโดดข้ามกำแพงสูงเข้าสู่ลานบ้านอย่างเงียบเชียบ

เรือนหลังนี้ อิ๋งเว่ยสั่งให้เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนลอบซื้อไว้เพื่อใช้เป็นจุดแลกเปลี่ยนข่าวสาร

เมื่อเข้าไปในห้อง อิ๋งเว่ยเปิดตู้ลับที่ซ่อนอยู่ ภายในมีผ้าไหมขนาดเล็กสองชิ้นถูกฉีกออกมาวางไว้

อิ๋งเว่ยไม่ได้พิจารณาโดยละเอียด เพียงเก็บผ้าไหมทั้งสองชิ้นเข้าอกเสื้อ ปิดประตูห้อง แล้วใช้วิชาตัวเบากระโดดข้ามกำแพงกลับออกมาอีกครั้ง กลมกลืนไปกับผู้คนบนถนน แสร้งทำเป็นคนเมาเดินโซเซกลับไปยังสำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวง

เมื่อกลับถึงที่พักในสำนัก อิ๋งเว่ยปิดประตูอย่างแน่นหนา แล้วหยิบผ้าไหมสองชิ้นนั้นออกมา

บนผ้าไหมชิ้นแรกมีตัวอักษรเขียนไว้เพียงไม่กี่คำ: เฉิงเจียวก่อกบฏ!

“นึกไม่ถึงเลยว่าชายผู้นั้นจะก่อกบฏจริง ๆ ประวัติศาสตร์กลับบันทึกเรื่องนี้ไว้อย่างคลุมเครือเสียด้วย...แต่จากสถานการณ์ในราชสำนักฉินเวลานี้ เกรงว่ากบฏเฉิงเจียวคงหนีไม่พ้นเงื้อมมือของหลี่ปู้เหว่ย”

อิ๋งเว่ยหวนนึกถึงข่าวกรองที่เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนเคยส่งมา ว่ามีข่าวลือแพร่สะพัดในเมืองเสียนหยางว่า ‘อิ๋งเจิ้งเป็นบุตรของหลี่ปู้เหว่ย’ ดวงตาของเขาพลันเป็นประกายวูบวาบ

นี่น่าจะเป็นชนวนเหตุหลักของการก่อกบฏครั้งนี้

แต่ข่าวลือเช่นนี้ หลี่ปู้เหว่ยย่อมไม่ใช่ผู้ปล่อยออกมาเอง การที่เฉิงเจียวก่อกบฏและถูกปราบปรามอย่างรวดเร็ว น่าจะเป็นแผนการตัดไฟแต่ต้นลม และกำจัดผลกระทบของหลี่ปู้เหว่ยมากกว่า

เช่นนั้นแล้ว ตัวการผู้อยู่เบื้องหลังการปล่อยข่าวลือนี้ก็ยิ่งชวนให้ครุ่นคิด

“ฮวาหยางไทเฮา...ชางผิงจวิน!”

ความคิดของอิ๋งเว่ยหมุนเร็วรี่ กำหนดเป้าไปที่กลุ่มอำนาจแคว้นฉู่ภายในแคว้นฉินทันที ดูท่ากลุ่มแคว้นฉู่จะหวาดกลัวอำนาจของหลี่ปู้เหว่ยในตอนนี้ จึงคิดถ่วงแข้งถ่วงขาเขา

เรื่องพรรค์นี้ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ย่อมยากจะมองทะลุ ส่วนคนรุ่นหลังที่ได้อ่านจากบันทึกประวัติศาสตร์อันสั้น ๆ ก็ยิ่งยากจะคาดเดา

เกรงว่าแม้แต่หลี่ปู้เหว่ยเอง ก็คงนึกไม่ถึงว่าเป็นฝีมือของชางผิงจวิน เพราะอาเขยผู้นั้นดูซื่อสัตย์สุจริต ไม่น่าจะทำเรื่องนอกลู่นอกทาง

แต่หากยืนอยู่บนจุดสูงสุดของประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ในกระดานแข่งขัน หลายสิ่งก็จะประหนึ่งรอยงูเลื้อยตามหญ้า เพียงมองก็เชื่อมโยงภาพทั้งหมดได้ทันที

อิ๋งเว่ยเผาผ้าไหมแผ่นนั้นกับเปลวเทียน ทว่าเมื่อเขาหยิบผ้าไหมแผ่นที่สองขึ้นมาดู รูม่านตาของเขากลับหดเกร็งในทันที

‘หลี่ปู้เหว่ยคิดจะลงมือกับข้า!’

ใช่แล้ว ข่าวลือในเมืองเสียนหยางจะสั่นคลอนความชอบธรรมในการครองราชย์ของอิ๋งเจิ้ง หากอิ๋งเจิ้งไม่ใช่โอรสของพระเจ้าจวงเซียง ก็ย่อมไม่อาจเป็นฉินอ๋องได้

อิ๋งเจิ้งเกิดที่แคว้นจ้าว มารดาคือจ้าวจีซึ่งเคยเป็นสนมของหลี่ปู้เหว่ย จึงตกเป็นเป้าความคลางแคลง

แต่เฉิงเจียวเกิดในแคว้นฉิน สายเลือดของเขาไร้ข้อกังขา

หากความชอบธรรมของอิ๋งเจิ้งมีปัญหา ผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุดคือเฉิงเจียว รองลงมาคืออิ๋งเว่ย เพราะอิ๋งเว่ยเองก็เกิดในวังเสียนหยาง และสายเลือดของเขาก็ไร้ข้อกังขาเช่นกัน

หลี่ปู้เหว่ยไม่มีวันยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ผู้ที่นั่งบัลลังก์ฉินต้องเป็นอิ๋งเจิ้งเท่านั้น เขาจึงจะได้รับผลประโยชน์สูงสุด

ดังนั้นเขาจึงบีบให้เฉิงเจียวก่อกบฏ แล้วจัดการสังหารทิ้งเสีย

แม้ตอนนี้เฉิงเจียวจะยังไม่ตาย แต่จุดจบของเขาก็ถูกกำหนดไว้แล้ว

‘…เมื่อเฉิงเจียวตาย ขวากหนามชิ้นต่อไปก็คือข้า!’

บนผ้าไหมแผ่นที่สอง ระบุชื่อมือสังหารที่หลัวหวังส่งมาเพื่อปลิดชีพเขาไว้อย่างชัดเจน... จิงหนี!

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 18 การลอบสังหารของจิงหนี!

คัดลอกลิงก์แล้ว