เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 ข้าอยากเป็นจักรพรรดิองค์ที่สองแห่งราชวงศ์ฉินมากกว่า!

ตอนที่ 17 ข้าอยากเป็นจักรพรรดิองค์ที่สองแห่งราชวงศ์ฉินมากกว่า!

ตอนที่ 17 ข้าอยากเป็นจักรพรรดิองค์ที่สองแห่งราชวงศ์ฉินมากกว่า!


สายตาอันร่วงโรยแต่ยังคงฉายแววเฉียบคมของสวินจื่อจับจ้องอยู่ที่กระดานหมากตรงหน้า ราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่อิ๋งเว่ยพูดเลยแม้แต่น้อย คล้ายจะสนใจเพียงสถานการณ์หมากตรงหน้าเท่านั้น

ทันใดนั้น สวินจื่อก็เอ่ยขึ้นว่า “...เจ้ามีใจคิดอยากขึ้นเป็นกษัตริย์หรือ?”

อิ๋งเว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ

‘ไม่ใช่สิ ท่านอาจารย์จะพูดมั่วซั่วไม่ได้นะ แม้จะเป็นยุคสมัยนี้ ข้าก็ยังฟ้องท่านข้อหาหมิ่นประมาทได้เหมือนกัน!’

ผู้คนใต้หล้าล้วนต่างปรารถนาอยากเป็นกษัตริย์ อยากเป็นฮ่องเต้ แต่ในสายตาของอิ๋งเว่ย มีฮ่องเต้สองประเภทที่ไม่น่าเป็นที่สุด

ประเภทแรกคือกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ ต่อให้มีสติปัญญาล้ำเลิศเพียงใด แต่เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากเกินจะเยียวยา ผลลัพธ์มักไม่ต่างกันนัก ล้วนต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดผวา ไม่รู้จะตายวันตายพรุ่ง

อีกประเภทคือปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ การบุกเบิกราชวงศ์ใหม่ต้องอาศัยพระปรีชาสามารถ และต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมหาศาล

และ ณ ขณะนี้ นับเป็นช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบพันปี เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่แคว้นฉินจะรวบรวมหกแคว้นให้เป็นหนึ่งเดียว

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่กษัตริย์แคว้นฉินจะต้องเคร่งครัดกับตนเองทุกลมหายใจ เพื่อจัดการกับราชกิจอันซับซ้อนยุ่งยาก

พระเชษฐาของเขา อิ๋งเจิ้ง แม้ในตอนนี้จะยังไม่ได้ว่าราชการด้วยพระองค์เองอย่างเต็มตัว แต่ก็ต้องจัดการกับกองภูเขาเอกสารไม้ไผ่มหาศาลในทุกวัน

หากถึงวันที่ทรงว่าราชการด้วยพระองค์เอง เกรงว่าคงแทบไม่มีเวลาให้ได้พักผ่อน

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ในยุคนี้ยังไม่เหมือนยุคหลัง แนวคิดเรื่องการรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นยังไม่ถือกำเนิด เมื่อราชวงศ์ใหม่สถาปนาขึ้น หลายสิ่งหลายอย่างสามารถแก้ไขได้ด้วยการยึดตามธรรมเนียมเก่า และประชาชนก็ยินดีกับการรวมชาติ

แต่ตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้น ผู้คนในเจ็ดแคว้นต่างยึดติดกับแคว้นของตน ต่อให้รวมแผ่นดินสำเร็จ ก็ยังต้องเผชิญกับปัญหานับไม่ถ้วน

ในฐานะปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์แรกที่รวบรวมแผ่นดินจีน ภาระหน้าที่นี้จึงหนักหนาสาหัสที่สุด

ชาติก่อน อิ๋งเว่ยต้องทำงานหนักแบบเก้าโมงเช้าถึงสามทุ่ม หกวันต่อสัปดาห์ เพื่อแลกกับสิ่งที่เรียกว่า ‘ผลตอบแทน’ อุตส่าห์ข้ามภพเกิดใหม่มาเป็นเชื้อพระวงศ์ทั้งที จะให้กลับไปทำงานหนักแล้วจมอยู่กับกองงานราชการอีกหรือ?

ไม่มีทางเสียหรอก!

เพียงดูชีวิตของอิ๋งเจิ้งก็รู้แล้ว แทบไม่มีเวลาเสพสุข กลายเป็นคนบ้างานโดยแท้

ในเมื่อโลกนี้มีสาวงามมากมาย สำหรับอิ๋งเว่ยแล้ว การใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดไปกับการหาความสุขจึงเป็นวิถีที่ถูกต้อง ส่วนเรื่องงานน่ะ ชาติก่อนโดนกดขี่มามากพอแล้ว ชาตินี้ขอนอนเอนกายบ้างเถอะ

หากเลือกได้ อิ๋งเว่ยอยากเป็นจักรพรรดิองค์ที่สองแห่งราชวงศ์ฉิน มากกว่าเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้ ปฐมจักรพรรดิผู้รวมแผ่นดิน!

เรื่องยุ่งยากก็ปล่อยให้พี่เจิ้งจัดการไป ส่วนเรื่องเสพสุขปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง!

ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะพระอนุชาของปฐมจักรพรรดิ ตราบใดที่อิ๋งเว่ยไม่คิดกบฏ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร อิ๋งเจิ้งย่อมเห็นแก่สายเลือดพี่น้อง และไม่เอาเรื่องเขาแน่นอน

ต่อให้ต้องเป็นฮ่องเต้จริง ๆ อิ๋งเว่ยก็ขอเป็นแบบจักรพรรดิหย่งเล่อเสียยังดีกว่า

ขณะที่ครุ่นคิด อิ๋งเว่ยก็ยังคงวางหมากต่อไป แต่สถานการณ์บนกระดานกลับย่ำแย่ เห็นได้ชัดว่าสมาธิของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่กับมันเลย

“ในราชวงศ์ การแย่งชิงอำนาจ พ่อลูกฆ่าฟัน พี่น้องแตกแยก ล้วนเป็นโศกนาฏกรรมของมนุษยธรรมมาตลอด หากเจ้าไม่มีความคิดเช่นนั้น ก็ถือเป็นเรื่องดียิ่ง”

“แปะ——”

สวินจื่อวางหมากขาวลงอย่างใจเย็น ก่อนเอ่ยเนิบ ๆ “...คัมภีร์เต๋าในหอตำรา เจ้าคงอ่านจนปรุโปร่งหมดแล้ว ในฐานะอาจารย์ ข้าไม่มีอะไรจะสอนเจ้าอีกต่อไป เจ้าสำเร็จวิชาแล้ว”

อิ๋งเว่ยมองดูกองทัพมังกรของตนที่ถูกไล่ต้อนจนยับเยินบนกระดาน แล้วหัวเราะออกมาอย่างไม่ยี่หระ

ไม่ใช่เพราะเขาละวางลาภยศสรรเสริญ แต่เพราะเขาสามารถมองหมากกระดานนี้และมองโลกด้วยสายตาที่สงบเยือกเย็นจากมุมมองที่เหนือกว่า

อิ๋งเว่ยปัดชายแขนเสื้อ ลุกขึ้นคุกเข่าโขกศีรษะทำความเคารพอย่างสูงส่ง “...ศิษย์อิ๋งเว่ย ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาอบรมสั่งสอน!”

สวินจื่อรับการคารวะ แล้วโบกมือไล่ให้เขารีบไป

อิ๋งเว่ยคำนับสามครั้ง ก่อนหันหลังเดินออกจากเรือนไม้ไป

สวินจื่อมองตามแผ่นหลังของอิ๋งเว่ยด้วยสายตาเปี่ยมปลื้ม

หน้าที่ของอาจารย์ ไม่ใช่การสร้างนักเรียนให้กลายเป็นสำเนาของตน แต่คือการถ่ายทอดความรู้ และสอนวิธีคิด จากนั้นก็ปล่อยให้ศิษย์ไปทำความเข้าใจชีวิต และค้นพบเส้นทางของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ สวินจื่อจึงไม่ถือสาที่ศิษย์ทั้งสามของตนจะเลือกเดินคนละเส้นทาง สองคนยึดถือนิติธรรมละทิ้งขงจื๊อ อีกหนึ่งคนศึกษาเต๋า ยอมรับบางส่วนของขงจื๊อ แต่ไม่ยอมรับทั้งหมด

สำหรับสวินจื่อ การที่ศิษย์รู้จักคิดเป็นของตัวเอง ไม่ใช่เพียงลอกเลียนแบบอาจารย์ นั่นคือความสำเร็จสูงสุดของการเป็นครู และด้วยความสามารถของพวกเขา ย่อมต้องได้รับการจารึกชื่อในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

ลัทธิขงจื๊อเน้นการสั่งสอนผู้คน ในมุมของสวินจื่อผู้เป็นอาจารย์ จะมีความสุขใดมากไปกว่าการได้สั่งสอนศิษย์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้

แต่มนุษย์ย่อมมีใจเอนเอียง ในบรรดาศิษย์ทั้งสาม สวินจื่อโปรดปรานอิ๋งเว่ยที่สุด

แม้แก่นความคิดจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว สวินจื่อเป็นขงจื๊อขนานแท้ แต่ในหลายแนวคิด ทั้งสองกลับมีความเห็นสอดคล้องกันอย่างน่าประหลาด

ทัศนะหลายอย่างของอิ๋งเว่ย เช่น ‘กษัตริย์ดั่งเรือ ราษฎรดั่งน้ำ’, ‘ธรรมชาติของมนุษย์คือความชั่วร้าย’, ‘วัฏจักรแห่งฟ้าดินย่อมเป็นไปตามครรลอง’ ที่เชื่อว่ากฎเกณฑ์ของจักรวาลไม่เปลี่ยนแปลงตามเจตจำนงของมนุษย์ แต่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์และดัดแปลงธรรมชาติได้ แนวคิดเหล่านี้ล้วนสอดคล้องกับสวินจื่อทั้งสิ้น

อิ๋งเว่ยได้ค้นพบวิถีของตนเอง และในขณะเดียวกันก็สืบทอดเจตนารมณ์ของอาจารย์ ในสายตาของสวินจื่อ อิ๋งเว่ยคือผู้สืบทอดที่แท้จริง

สวินจื่อหวนนึกถึงถ้อยคำที่ตนเคยกล่าวเมื่อเข้าสู่แคว้นฉิน “...สี่ชั่วคนแห่งชัยชนะ เป็นชะตาลิขิต มิใช่โชคช่วย ทว่าหากวัดด้วยบรรทัดฐานแห่งราชันผู้ทรงธรรม ก็ยังห่างไกลนัก!”

แคว้นฉินใช้กฎหมายเข้มงวด แม้จะทำให้บ้านเมืองเข้มแข็ง แต่หากทำเช่นนี้สืบไป ย่อมก่อให้เกิดเภทภัยภายหลัง

บัดนี้ อิ๋งเว่ยได้เข้าใจถึงวิถี ‘คุณธรรมคู่พระเดช’ อย่างถ่องแท้ ไม่อาจรู้ได้เลยว่า เมื่อเขากลับไปแคว้นฉิน จะนำมาซึ่งโชคหรือเคราะห์แก่หกแคว้นที่เหลือ

“พอแก่ตัวลง ก็ยิ่งชอบนึกถึงแต่อดีต หากแคว้นฉินอันเกรียงไกรเข้าใจในคุณธรรมและจริยธรรม นั่นย่อมเป็นเรื่องดี ข้าจะมัวมานั่งกลุ้มใจไปไยกัน”

สวินจื่อหัวเราะอย่างเบิกบาน กวาดหมากดำและขาวบนกระดานไปกองรวมกันไว้ด้านข้าง

บางคนกล่าวว่า เรื่องราวในโลกหล้าเปรียบดั่งกระดานหมาก แต่ในสายตาของสวินจื่อ โลกนี้ซับซ้อนเกินบรรยาย ไหนเลยกระดานหมากเพียงกระดานเดียวจะสรุปความได้หมด

การเล่นหมาก ก็เป็นเพียงความบันเทิงเพื่อกล่อมเกลาจิตใจเท่านั้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 17 ข้าอยากเป็นจักรพรรดิองค์ที่สองแห่งราชวงศ์ฉินมากกว่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว