- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 15 ข้าได้ยินว่าท่านมีน้องสาวคนหนึ่ง?
ตอนที่ 15 ข้าได้ยินว่าท่านมีน้องสาวคนหนึ่ง?
ตอนที่ 15 ข้าได้ยินว่าท่านมีน้องสาวคนหนึ่ง?
หานเฟยได้ยินเช่นนั้น ในใจพลันเกิดความอิจฉา ผู้ที่มีศักดินาเป็นของตนช่างสบายจริง ๆ
ไม่เหมือนเขา แม้จะเป็นองค์ชายเก้าแห่งแคว้นหาน แต่กลับยากจนสิ้นดี เรียกได้ว่ากระเป๋าตังค์สะอาดกว่าหน้าเสียอีก ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงต้องขายเครื่องประดับติดตัวแลกเงินเป็นแน่
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหัวเราะร่า “...เช่นนั้นก็ดีเลยสิ รีบไปกันเถอะศิษย์น้อง วันนี้ไม่เมาไม่เลิก!”
อิ๋งเว่ยเดินเคียงข้างเขา พลางกล่าวว่า “...ครั้งนี้ข้าเลี้ยงศิษย์พี่ ครั้งหน้าต้องเป็นตาศิษย์พี่เลี้ยงข้าบ้างนะ”
หานเฟยพยักหน้าหงึกหงักทันที “...ครั้งหน้าแน่นอน!”
ท่าทีสบาย ๆ ของเขา ดูราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การกินแล้วไม่จ่ายโดยแท้
ทันใดนั้น อิ๋งเว่ยก็ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า “...ข้าได้ยินมาว่าเมื่อสองปีก่อน มีหอนางโลมชื่อจื่อหลานเซวียนเปิดกิจการที่เมืองซินเจิ้ง สาวงามในนั้นต่างมีเสน่ห์ดึงดูดใจดุจบุปผาบานในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง”
“นับตั้งแต่จื่อหลานเซวียนเปิดกิจการ บรรดาเถ้าแก่ร้านอื่นในซินเจิ้งต่างพากันบ่นอุบ หากข้ามีเวลาว่างไปเยือนซินเจิ้ง ศิษย์พี่จะไม่เลี้ยงข้าไปเมามายที่จื่อหลานเซวียนสักครั้งบ้างหรือ?”
หานเฟยประหลาดใจ เอ่ยว่า “...ศิษย์น้องอยู่ไกลถึงซางไห่ แต่กลับหูไวตาไวเรื่องเมืองซินเจิ้งถึงเพียงนี้เชียวหรือ ข้าเองก็เพิ่งได้ยินเรื่องจื่อหลานเซวียน คิดไว้ว่าหากเรียนจบกลับไปเมื่อใดจะต้องไปเยี่ยมชมให้ได้”
อิ๋งเว่ยโบกมือ “...ข้ามีช่องทางข่าวสารของข้าเอง นอกจากนี้ ข้ายังได้ยินว่าสตรีแคว้นจ้าวเชี่ยวชาญการร่ายรำ และปรมาจารย์การร่ายรำแห่งแคว้นจ้าวรับศิษย์คนหนึ่งชื่อเสวี่ยหนวี่”
“แม้นางยังเยาว์วัย แต่ก็ได้รับการถ่ายทอดวิชามาไม่น้อย หอเฟยเสวี่ยกำลังเตรียมการแสดงครั้งแรกของนางอยู่ น่าเสียดายที่ชาวจ้าวชิงชังชาวฉินเข้ากระดูกดำ ข้าคงไปไม่ได้ หากมีโอกาส คงต้องให้หอเฟยเสวี่ยมาเปิดการแสดงที่เสียนหยางบ้าง”
หานเฟยหัวเราะ “...เรื่องนี้ไม่ยาก ด้วยฐานะของศิษย์น้อง หอเฟยเสวี่ยคงไม่กล้าปฏิเสธ”
แม้อิ๋งเว่ยจะไร้อำนาจทางการเมืองในปัจจุบัน แต่ฐานะฉางอันจวินแห่งแคว้นฉิน ก็ทำให้ไม่มีใครกล้าดูแคลน
นี่คือเชื้อพระวงศ์ฉินโดยแท้ ผู้ครองบรรดาศักดิ์และที่ดินศักดินา
“ศิษย์น้องยังมีข่าวคราวแบบนี้อีกหรือไม่ เล่าให้ข้าฟังบ้างสิ?”
หานเฟยเริ่มสนใจ ดั่งบุรุษยุคหลังที่ชอบซุบซิบนินทา เขาเองก็อยากฟังข่าวคราวเรื่องรักใคร่ในสายลมและแสงจันทร์ของแคว้นต่าง ๆ เช่นกัน
อิ๋งเว่ยเหลือบมองหานเฟย สายตานั้นทำเอาหนังตาหานเฟยกระตุก เมื่ออิ๋งเว่ยกล่าวว่า “...ข้ายังรู้อีกว่าศิษย์พี่มีน้องสาวคนหนึ่งชื่อหงเหลียน ว่ากันว่าองค์หญิงหงเหลียนงดงามดั่งบุปผาหยกขาว ผู้คนในซินเจิ้งต่างพากันชื่นชมในความงาม ชายหนุ่มนับไม่ถ้วนต่างหมายปอง”
สีหน้าหานเฟยเปลี่ยนไปทันที เขารีบโบกมือปฏิเสธ “...ไม่ได้ ๆ ข่าวลือพวกนี้น่ะเชื่อถือไม่ได้ หงเหลียนน่ะไม่ไหวหรอก อย่าไปเชื่อข่าวลือตามท้องตลาดเชียว นางทั้งเอาแต่ใจและดื้อรั้น ข้าที่เป็นพี่ชายรู้ซึ้งถึงนิสัยนางดี ทุกข์ระทมเหลือเกิน”
อิ๋งเว่ยทำหน้าครุ่นคิด “...เป็นเช่นนี้นี่เอง หากมีโอกาสได้พบองค์หญิงหงเหลียน ข้าคงต้องเล่าให้นางฟังเสียหน่อยว่า ในใจพี่ชายเก้าของนางคิดเห็นเช่นไร”
ลมหายใจของหานเฟยสะดุดไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนชาติที่แล้วไปทำเวรทำกรรมอะไรกับอิ๋งเว่ยไว้หรือเปล่า ทำไมชาตินี้ถึงต้องมาโดนศิษย์น้องคนนี้รังแกอยู่ร่ำไป
เขาไม่กล้าแนะนำน้องสาวให้อิ๋งเว่ยรู้จัก ผู้ชายด้วยกันย่อมดูออก เขาเข้าใจดีว่าอิ๋งเว่ยไม่ใช่คู่ครองที่ดี ไม่ใช่เพราะอิ๋งเว่ยเจ้าสำราญ เรื่องเช่นนี้ในหมู่ชนชั้นสูงจะมักมากในกามารมณ์ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่เพราะหานเฟยรู้ดีว่าอิ๋งเว่ยหยั่งถึงแก่นแท้นิติธรรม และคนประเภทนี้มักมองโลกตามความเป็นจริงอย่างยิ่ง หรืออาจเรียกได้ว่าเลือดเย็นไร้หัวใจ
แม้ถ้อยคำนี้จะคล้ายเป็นการด่าตนเองไปด้วย แต่หานเฟยก็รู้ตัวดีว่า เขาเองก็ไม่ใช่คู่ครองที่ดีเช่นกัน
หานเฟยเข้าใจโลกอย่างถ่องแท้ จุดจบของผู้ยึดถือนิติธรรมมักไม่สวยหรู ส่วนใหญ่ลงเอยด้วยการนำภัยมาสู่ครอบครัว ผู้ที่ถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรมีให้เห็นอยู่ถมไป
หากต้องการ ‘ตัดสินทุกอย่างด้วยกฎหมาย’ จำต้องมีจิตใจที่แข็งกระด้าง ไม่หวั่นไหวต่อสายใยโลหิตและสิ่งภายนอก
นี่คือปณิธานและเป้าหมายชีวิตของหานเฟย เขาจึงต้องฝืนบังคับตัวเองให้กลายเป็นคนเช่นนั้น
แน่นอน หานเฟยก็หวังลึก ๆ ว่าเขาอาจมองผิดไป อิ๋งเว่ยอาจไม่ใช่คนเช่นนั้น เพราะอิ๋งเว่ยเชิดชู ‘คุณธรรมคู่พระเดช’ และยังสนับสนุนแนวคิดบางส่วนของขงจื๊อ จุดจบของเขาอาจดีกว่าพวกนิติธรรมสุดโต่ง
มิเช่นนั้น การกระทำเช่นเดียวกับที่ซางยางเคยทำ ต่อให้เป็นเชื้อพระวงศ์แคว้นฉินเป็นผู้ผลักดันก็ยากจะมีจุดจบที่ดี
ดังเช่นหลังจากฉินเซี่ยวกงสวรรคต ซางยางก็ถูกประหารล้างตระกูล
หานเฟยจำต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อบ้านเมือง แต่เขาก็รู้ดีว่า นี่ไม่ใช่เรื่องดีแต่อย่างใด
อิ๋งเว่ยไม่ได้เจาะจงพูดถึงเรื่องนี้ต่อ เพียงแค่เกริ่นไว้ก่อน วันหน้าค่อยหารือกันอย่างจริงจัง จึงเปลี่ยนเรื่องคุย
“...กลับมาเรื่องจื่อหลานเซวียนดีกว่า เมื่อข้าไปถึงซินเจิ้ง ศิษย์พี่ต้องพาข้าไปเที่ยวจื่อหลานเซวียนให้หนำใจ ตกลงตามนี้?”
หานเฟยเห็นอิ๋งเว่ยเปลี่ยนเรื่องก็เลิกคิดมาก รีบตอบรับ “...ตกลงตามนี้!”
ทันใดนั้น เด็กน้อยคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เมื่อเห็นอิ๋งเว่ยก็ยิ้มกว้าง รีบคารวะ “...ท่านอาจารย์อาวุโสเรียกท่านไปพบขอรับ”
อิ๋งเว่ยถอนหายใจ หันไปพูดกับหานเฟยอย่างจนใจ “...ไม่รู้ท่านอาจารย์มีธุระอันใด ดูท่าการไปเยือนหอซิ่งเล่อของเราคงต้องเลื่อนไปค่ำหน่อยแล้ว”
หานเฟยเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ “...เวลายังมีอีกมาก ไม่ต้องรีบร้อน”
“ได้ เช่นนั้นศิษย์พี่รอข้าสักครู่ ข้าขอไปพบท่านอาจารย์ก่อน” อิ๋งเว่ยประสานมือลา หานเฟยประสานมือตอบรับ
[จบแล้ว]