- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 8 ฟ้าสังหาร ดินพิฆาต ภูตพราย ปีศาจมาร
ตอนที่ 8 ฟ้าสังหาร ดินพิฆาต ภูตพราย ปีศาจมาร
ตอนที่ 8 ฟ้าสังหาร ดินพิฆาต ภูตพราย ปีศาจมาร
จิตใจของเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนปั่นป่วนสับสน นักฆ่าอันดับหนึ่งของหลัวหวังผู้นี้มีสีหน้าหม่นหมอง ร่างกายโซเซก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ก้มหน้าหลุบตาต่ำ เอ่ยเสียงแผ่วว่า
“...เสวียนเจี่ยนมิรู้ว่าได้ล่วงเกินท่านในเรื่องใดไป หากเป็นเสวียนเจี่ยนที่ล่วงเกิน ข้าขอยอมตายเพื่อไถ่โทษ เพียงขอท่านจวินเมตตาละเว้นลูกชายข้า เขาอายุยังน้อยนัก ได้โปรดให้ทางรอดแก่เขาด้วยเถิด”
อิ๋งเว่ยก้มมองทารกน้อยที่กำลังหลับสนิทในอ้อมแขน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ กล่าวว่า “...ข้าจะเอาชีวิตเจ้าไปทำไม คนตายจะมีประโยชน์อันใดต่อข้า?”
เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นฉับพลัน แววตาฉายประกายปิติยินดี
วาจาของอิ๋งเว่ยบอกชัดเจนว่าเขายังมีประโยชน์ สำหรับเสวียนเจี่ยนแล้ว การที่ตนยังมีประโยชน์นับเป็นเรื่องดี เพราะตราบใดที่เขายังมีค่า ย่อมหมายถึงโอกาสรอดของลูกชาย!
เสวียนเจี่ยนคุกเข่าอย่างสงบ รอคอยคำกล่าวถัดไป
อิ๋งเว่ยทอดสายตามองทิวเขากว้างไกลที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ แม้อายุยังน้อย แต่กลับมีท่วงท่ามั่นคงดั่งขุนเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย
“...เมื่อก้าวเข้าสู่หลัวหวังแล้ว หากไม่ตายก็ไม่มีวันถอนตัวได้ชั่วชีวิต ... เสวียนเจี่ยน ข้าขอถามเจ้า เจ้าคิดว่าเรื่องที่เจ้ามีความรักและมีลูก จะปิดบังหลัวหวังได้จริงหรือ?”
เสวียนเจี่ยนตอบแทบจะทันทีว่า “...ไม่ได้ขอรับ”
หากเรื่องนี้มีเพียงเขากับเชียนเชียนรู้กันสองคนก็ยังพอทำเนา แต่คนทั้งจวนมหาเสนาบดีโยธาแคว้นเว่ยต่างล่วงรู้ เรื่องนี้ย่อมไม่อาจปิดบังหลัวหวังได้
“ถ้าเช่นนั้น ข้าขอถามอีกข้อ หากหลัวหวังรู้ว่าเจ้ามีลูก และมีความผูกพันลึกซึ้ง หลัวหวังจะปฏิบัติต่อเด็กคนนี้อย่างไร?”
เสวียนเจี่ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยความเศร้าสร้อย “...หลัวหวังจะฝึกให้เขาเป็นนักฆ่า และใช้เขามาข่มขู่ข้า เพื่อให้ข้าภักดียิ่งขึ้น”
จากการอยู่หลัวหวังมานานหลายปี เสวียนเจี่ยนย่อมรู้ซึ้งถึงวิธีการของหลัวหวังดีที่สุด
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะมอบโอกาสให้เจ้า โอกาสที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเขา เจ้าอยากคว้าไว้หรือไม่?”
อิ๋งเว่ยละสายตาจากขุนเขา กลับมามองเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า
หัวใจของเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนสั่นไหว ความปิติยินดีเอ่อล้น แม้ตนจะเป็นนักฆ่าของหลัวหวัง แต่มีหรือที่เขาจะยินดีให้ลูกชายตัวเองกลายเป็นนักฆ่าของหลัวหวังไปด้วย
โดยเฉพาะตัวเขาที่เข้าร่วมหลัวหวังกลางคัน ยังพอหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่บ้าง แต่เด็กที่ถูกฝึกตั้งแต่วัยเยาว์ ย่อมกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไร้ความรู้สึกอย่างแท้จริง
ในฐานะพ่อ เขาจะยอมให้ลูกเดินบนเส้นทางสายนี้ได้อย่างไร
แต่เสวียนเจี่ยนรู้ดีว่าตนหนีจากหลัวหวังไม่พ้น ก่อนหน้านี้เขาจึงมองเห็นแต่อนาคตที่มืดมนของลูกชาย แต่คำพูดของอิ๋งเว่ยกลับทำให้เขามองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
“ขอท่านจวินโปรดชี้แนะ!”
ครานี้ เสวียนเจี่ยนก้มกราบแนบพื้น แสดงความเคารพสูงสุด
“ข้ากำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อที่สำนักเสี่ยวเซิ่งเสียนจวงในแถบแคว้นฉีและแคว้นลู่ กำลังขาดแคลนเด็กรับใช้อยู่พอดี แม้เด็กคนนี้จะยังเล็ก แต่ข้าสามารถเลี้ยงดูให้เขาเป็นเด็กรับใช้ที่ดีได้”
“ในฐานะเด็กรับใช้ของข้าที่เสี่ยวเซิ่งเสียนจวง เขาย่อมมีโอกาสได้ร่ำเรียนวิชาความรู้ หากตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ย่อมไม่แน่ว่าจะไร้โอกาสก้าวสู่ตำแหน่งสูงในอนาคต”
“เจ้าลองตรองดูเถิด ระหว่างเป็นบัณฑิตกับนักฆ่าแห่งหลัวหวัง สิ่งใดจะมีอนาคตกว่ากัน?”
อิ๋งเว่ยจ้องมองเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนที่คุกเข่าอยู่ แล้วถามเสียงขรึม
เสวียนเจี่ยนตอบโดยไม่ต้องคิด “...ติดตามท่านจวินย่อมมีอนาคตกว่าแน่นอน เพียงแต่...”
น้ำเสียงของเสวียนเจี่ยนลังเล
“มีอะไรก็พูดมาเถิด”
“เพียงแต่หากหลัวหวังพบว่าเด็กหายไป พวกเขาต้องระดมกำลังออกตามหาเป็นแน่”
เสวียนเจี่ยนค่อย ๆ เอ่ยถึงความกังวลในใจ
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล ในยุคที่ศึกสงครามไม่ขาดสายเช่นนี้ การหาศพทารกที่ตายตั้งแต่เกิดไม่ใช่เรื่องยาก ตอนที่ข้าอุ้มลูกเจ้าออกมาจากจวนมหาเสนาบดี ข้าได้นำศพทารกไปสับเปลี่ยนไว้แล้ว ทั้งยังจุดไฟเผาจวน สิ่งที่หลัวหวังจะพบคงมีเพียงศพไหม้เกรียมเท่านั้น”
“ต่อให้หลัวหวังสงสัยว่าเป็นตัวปลอม ก็ไม่มีทางคิดไปถึงว่าเด็กจะอยู่กับข้า เพราะไม่ว่าจะมองในมุมไหน นักฆ่าของหลัวหวังก็ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับองค์ชายแคว้นฉินอย่างข้าได้”
“อีกอย่าง หลัวหวังเพิ่งเริ่มแผ่อิทธิพลในแคว้นเว่ย เจ้าคิดว่าพวกมันจะตรวจสอบได้ลึกเพียงใด”
อิ๋งเว่ยผู้ซึ่งวางแผนมาอย่างรัดกุมล่าวอย่างมั่นใจ ถามย้อนเฮยไป๋เสวียนเจี่ยน
เสวียนเจี่ยนไตร่ตรองอย่างละเอียดแล้วตอบว่า “...ไม่ได้ขอรับ แม้ข้าจะไม่รู้รายละเอียดลึกซึ้ง แต่ก็รู้ว่าหน่วยข่าวกรองของหลัวหวังเพิ่งเริ่มก่อตั้งในแคว้นเว่ยได้ไม่นาน”
คำตอบของเสวียนเจี่ยนทำให้อิ๋งเว่ยพยักหน้าเงียบ ๆ เป็นการยืนยันความคิดของเขา
เมื่อแรกมาถึงโลกนี้ใหม่ ๆ และรู้ว่าไม่ใช่ยุคก่อนราชวงศ์ฉินตามประวัติศาสตร์จริง อิ๋งเว่ยก็หวาดกลัวและระแวงหลัวหวังมาก เพราะคิดว่าหลัวหวังจะสอดแทรกอยู่ทุกหนทุกแห่ง
แต่เมื่อเข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น อิ๋งเว่ยจึงตระหนักว่าตนเองมีอคติและยึดติดกับภาพจำเดิมเกินไป
หลัวหวังในอดีตแม้จะมีชื่อเสียงแต่ก็ไม่ได้โดดเด่น เพิ่งมามีชื่อเสียงระบือไปทั่วแคว้นต่าง ๆ ในช่วงสิบกว่าปีมานี้ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผลงานของหลี่ปู้เหว่ย
หลังจากวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล อิ๋งเว่ยก็พบแก่นของปัญหา
ฟ้าสังหาร ดินพิฆาต ภูตพราย ปีศาจมาร... ‘ฟ้าสังหาร ดินพิฆาต’ คือเหล่านักฆ่าผู้ลงมือสังหาร ส่วน ‘ภูตพราย ปีศาจมาร’ คือสายข่าวและหน่วยสืบ
สิ่งใดน่ากลัวยิ่งกว่า? ในมุมมองของอิ๋งเว่ย ‘ภูตพราย ปีศาจมาร’ น่ากลัวกว่ามาก
นักฆ่าเป็นเพียงปัจเจก ต่อให้เก่งกาจเพียงใดก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงกระแสธารแห่งยุคสมัยได้
แต่เครือข่ายข่าวกรองที่แทรกซึมไปทั่วทุกระแหงต่างหากที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
แล้วการจะสร้างเครือข่ายข่าวกรองเช่นนี้ขึ้นมาได้ต้องใช้อะไร? คำตอบย่อมเป็นคนและเงิน!
ดูจากจำนวนคนและงบประมาณมหาศาลของหน่วยข่าวกรองในโลกปัจจุบันก็รู้ได้ทันทีว่า ต้องมีอำนาจระดับรัฐหนุนหลังเท่านั้นจึงจะทำได้สำเร็จ
แม้หลัวหวังจะไม่ได้ถูกก่อตั้งโดยแคว้นฉิน และอิ๋งเว่ยก็พอจะเดาตัวตนผู้ก่อตั้งได้แล้ว แต่เขาก็มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า ก่อนจะเข้าสวามิภักดิ์ต่อหลี่ปู้เหว่ย หลัวหวังไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น
เหล่านักรบเดนตายและยอดนักฆ่า หลัวหวังในอดีตอาจฝึกฝนเองได้ เพราะไม่ได้ต้องการจำนวนมากนัก
แต่เครือข่ายข่าวกรองขนาดมหึมา หากปราศจากการสนับสนุนจากแคว้นที่แข็งแกร่งที่สุดในเจ็ดแคว้นอย่างแคว้นฉิน ย่อมไม่มีทางก่อร่างสร้างขึ้นได้
หากไม่มีแคว้นฉินหนุนหลัง หน่วยงานเช่นนี้คงถูกแคว้นต่าง ๆ กวาดล้างไปจนสิ้น
ไม่ว่าหลี่ปู้เหว่ยจะกระหายอำนาจเพียงใด สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เขาปรารถนาให้แคว้นฉินเข้มแข็งและรวบรวมหกแคว้นให้เป็นหนึ่ง ซึ่งท่านอัครมหาเสนาบดีผู้นี้ก็ได้ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อเป้าหมายนี้
หลังจากหลัวหวังเข้าสวามิภักดิ์ หลี่ปู้เหว่ยย่อมเล็งเห็นบทบาทสำคัญของหลัวหวังในการรวมแผ่นดิน
นักฆ่าระดับฟ้าสังหาร ดินพิฆาต ไม่ได้สลักสำคัญอะไร วิถีแห่งการลอบสังหารเป็นเพียงวิถีรอง ไม่อาจเชิดหน้าชูตาและกำหนดชะตาบ้านเมืองได้
แต่ระบบข่าวกรองของหลัวหวังต่างหาก คือสิ่งที่หลี่ปู้เหว่ยต้องการ
เมื่อได้รับการสนับสนุนจากอัครมหาเสนาบดีแคว้นฉิน หลัวหวังก็มีเงินทุนมหาศาล สามารถนำนักโทษประหารจากคุกแคว้นฉินมาฝึกฝน และใช้นามของแคว้นฉินดึงดูดคนที่มีความสามารถมาใช้งาน
ด้วยเหตุนี้ หลัวหวังจึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นหน่วยที่รวมทั้งการลอบสังหารและข่าวกรองเข้าด้วยกัน
นักฆ่าอาจฝึกฝนด้วยวิธีการโหดร้ายทารุณได้ แต่สายลับและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทำเช่นนั้นไม่ได้ พวกเขาต้องมีความคิดริเริ่มและไหวพริบของตัวเอง
หลัวหวังจะถึงจุดสูงสุดอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อแคว้นฉินรวบรวมหกแคว้นสำเร็จ เมื่อนั้นคนของหลัวหวังที่กระจายตัวอยู่ทั่วแผ่นดินที่รวมเป็นหนึ่ง ก็จะไม่ต่างอะไรกับ FBI
เครือข่ายที่แทรกซึมไปทุกที่ องค์กรขนาดมหึมาที่น่าสะพรึงกลัวในความทรงจำของอิ๋งเว่ย จะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อแผ่นดินรวมเป็นหนึ่งแล้วเท่านั้น
ส่วนหลัวหวังในตอนนี้... กำลังอยู่ในช่วงขยายตัวส่งสายลับแทรกซึมไปตามหกแคว้น ดังนั้นความน่ากลัวจึงยังไม่เทียบเท่าในความทรงจำ
อย่างน้อยที่สุด นอกเขตแคว้นฉิน หลัวหวังก็ยังไม่สามารถแทรกซึมได้ทุกหนแห่ง
‘หึ ดูจากประวัติของเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนก็พอจะรู้ ก่อนจะมาสวามิภักดิ์ต่อหลี่ปู้เหว่ย หลัวหวังจะมีแปดกระบี่แห่งเย่ว์อ๋องได้ที่ไหนกัน ต่อให้มี อย่างมากก็คงมีแค่ไม่กี่เล่ม’
‘คาดว่ากระบี่วิเศษเหล่านั้น คงได้มาหลังจากพึ่งบารมีหลี่ปู้เหว่ยแล้วทั้งสิ้น’
อิ๋งเว่ยคิดในใจ พร้อมกับรู้สึกหวาดหวั่น นั่นยิ่งทำให้เห็นว่าหลี่ปู้เหว่ยผู้นี้น่ากลัวเพียงใด
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวคือ หลี่ปู้เหว่ยอายุมากแล้ว และเมื่อคนเราแก่ตัว ย่อมเกิดความผิดพลาด ตัดสินใจผิดพลาด และนั่นคือโอกาส
ตราบใดที่ยังเป็นมนุษย์ ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นกันได้!
[จบแล้ว]