- หน้าแรก
- ข้ามเวลาสู่ต้าฉิน เต๋าเป็นจิต กฎหมายเป็นแก่น ขงจื๊อหุ้มเปลือก
- ตอนที่ 7 เพื่อให้ข้าได้ใช้งาน
ตอนที่ 7 เพื่อให้ข้าได้ใช้งาน
ตอนที่ 7 เพื่อให้ข้าได้ใช้งาน
เมื่ออิ๋งเว่ยได้ยินข่าวจากหานเฟยว่าแม่ทัพใหญ่แคว้นเว่ยถูกลอบสังหาก็พลันนึกถึงเนื้อเรื่องส่วนนี้ขึ้นมาได้
นักฆ่าแห่งหลัวหวังตกหลุมรักสตรีนางหนึ่ง แต่ทว่านักฆ่าที่มือเปื้อนเลือดผู้นี้ ชะตากรรมย่อมไม่อาจจบลงอย่างสวยงาม สุดท้ายเหลือไว้เพียงความเศร้าโศกจากการสูญเสีย
อิ๋งเว่ยหวนนึกถึงเรื่องราวความรักระหว่างนักฆ่ากับบุตรสาวมหาเสนาบดีโยธาแคว้นเว่ย เขาใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนแล้วเห็นว่า นี่อาจเป็นโอกาสทอง
ตอนอยู่แคว้นฉิน เพื่อตบตาหลี่ปู้เหว่ยและรักษาชีวิตน้อย ๆ ของตัวเอง อิ๋งเว่ยจึงแสร้งทำตัวเรียบง่ายไร้พิษสง ไม่ต่างจากองค์ชายสามัญที่มีอยู่ทั่วไปในแต่ละแคว้น
ข้อดีคือไม่ต้องเอาปีกที่ยังไม่กล้าแข็งไปงัดข้อกับจิ้งจอกเฒ่าอย่างหลี่ปู้เหว่ย แต่ข้อเสียคือตอนอยู่แคว้นฉิน อิ๋งเว่ยไม่มีโอกาสสร้างฐานอำนาจของตนเองเลย
แต่เหตุการณ์ของเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนครั้งนี้ กลับทำให้อิ๋งเว่ยตระหนักว่า นี่อาจเป็นโอกาสเหมาะที่จะสยบนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งชั้นอักษรฟ้าของหลัวหวังมาเป็นพวก
หากใช้งานนักฆ่าระดับพระกาฬเช่นนี้ได้ถูกทาง ย่อมเป็นไพ่ตายชั้นยอดในมือ
ถ้าต้องเผชิญหน้ากับนักฆ่าขั้นสูงคนอื่นของหลัวหวัง อิ๋งเว่ยคงจนปัญญา แต่หากเป็นเฮยไป๋เสวียนเจี่ยน เวลานี้นับเป็นโอกาสเดียวที่จะทำได้
เมื่อใดที่นักฆ่าผู้เย็นชาเริ่มมีความรัก เมื่อนั้นเขาย่อมมีจุดอ่อน
วิธีที่อิ๋งเว่ยใช้ก็ไม่พ้นการใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ แต่ ‘พระเดช’ ที่ว่านี้ไม่ใช่ความน่าเกรงขาม หากแต่เป็นการข่มขู่!
การจะช่วยชีวิตเว่ยเชียนเชียน ภรรยาของเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนนั้น อิ๋งเว่ยรู้ขีดความสามารถของตนดีว่าเป็นไปไม่ได้
ในถิ่นของแคว้นเว่ย ลำพังแค่ทหารธรรมดาไม่กี่สิบคน จะไปกระตุกหนวดเสือต่อหน้ามหาเสนาบดีโยธาแคว้นเว่ย ก็ไม่ต่างจากคนบ้าละเมอเพ้อพก
ขืนทำเช่นนั้นจริง นอกจากจะทำไม่สำเร็จแล้ว ยังจะเป็นการเปิดเผยตัวตน และนำมาซึ่งภัยถึงแก่ชีวิต
อิ๋งเว่ยเป็นคนฉลาด ก่อนจะข้ามภพมา เขาผ่านการขัดเกลาจากสังคมมาหลายปี อาศัยความพยายามของตนเอง แม้จะไม่ถึงกับรุ่งโรจน์จนยิ่งใหญ่ แต่ก็ได้เป็นถึงหัวหน้าระดับกลาง
เขาจึงไม่มีความหุนหันแบบวัยรุ่น ไม่มีการกระทำที่ขาดความยั้งคิดถึงผลลัพธ์ สิ่งที่เขามีคือความสุขุมรอบคอบเกินวัย และนิสัยวางแผนให้รัดกุมก่อนลงมือ
ในเมื่อเว่ยเชียนเชียนไม่อาจใช้เป็น ‘ตัวประกัน’ ได้ อิ๋งเว่ยจึงเบนเป้าไปที่ลูกชายของเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนแทน
บนโลกที่มีวิชายุทธ์อยู่จริง ในฐานะคนยุคใหม่ อิ๋งเว่ยย่อมต้องสนใจเป็นธรรมดา
และในฐานะองค์ชายแคว้นฉิน นอกเหนือจากวิชาลับเฉพาะของสำนักต่าง ๆ แล้ว เขาย่อมสามารถเรียนรู้วรยุทธ์ที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย
อิ๋งเว่ยมีพรสวรรค์ไม่เลว ตลอดการฝึกฝนอย่างหนักมาสิบปี อาจกล่าวได้ว่าฝีมือกระบี่ของเขาเองก็ไม่ธรรมดา
ในฐานะองค์ชายแคว้นฉินแห่งยุคจั้นกั๋ว อิ๋งเว่ยมองโลกอย่างทะลุปรุโปร่ง รู้ว่าวรยุทธ์ส่วนบุคคลในโลกนี้แม้จะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด อำนาจต่างหากที่ทำให้คนอยู่เหนือคนได้อย่างแท้จริง!
แต่เพราะมีวรยุทธ์ดำรงอยู่ อิ๋งเว่ยจึงเข้าใจว่า นอกจากอำนาจแล้ว แม้ไม่จำเป็นต้องเป็นยอดฝีมือไร้เทียมทาน แต่อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีกำลังพอจะปกป้องตัวเองได้
มีเพียงอำนาจยิ่งใหญ่และมีฝีมือที่ไม่หวั่นเกรงการลอบสังหารเท่านั้น ถึงจะมีชีวิตยืนยาวและไปได้ไกลในยุคนี้
ดังนั้นการฝึกวรยุทธ์และเพลงกระบี่ของอิ๋งเว่ยจึงมีเป้าหมายชัดเจน ข้อกำหนดแรกที่เขาตั้งไว้ให้ตนเองคือต้องเอาตัวรอดให้ได้ก่อน
อย่างไรเสีย เขาก็เป็นถึงฉางอันจวิน จะให้ไปเสี่ยงตายแลกชีวิตเหมือนพวกนักฆ่าที่เลียเลือดปลายมีดทุกวันได้อย่างไร นั่นมันหน้าที่ของลูกน้องต่างหาก
ขอเพียงกุมอำนาจไว้ในมือได้สำเร็จ แค่คำสั่งเดียวก็มีคนเก่งมากมายพร้อมถวายชีวิตให้
และหากต้องการความสามารถในการเอาตัวรอด เพลงกระบี่ถือเป็นเรื่องรอง วิชาตัวเบาต่างหากที่สำคัญที่สุด
ดังนั้นตลอดสิบปีที่ร่ำเรียนวรยุทธ์ เรื่องอื่นอิ๋งเว่ยไม่กล้าคุยโว แต่วิชาตัวเบาเขาฝึกจนช่ำชองคล่องแคล่ว
หากวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน เขาก็ยังมีโอกาสได้หลบหนี
และเพราะมั่นใจในวิชาตัวเบานี้เอง อิ๋งเว่ยจึงกล้าวางแผนการนี้ขึ้นมา
ในตอนนี้ เขาเป็นฉางอันจวินแต่เพียงในนาม ไร้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ใช้งานได้ จึงจำต้องออกโรงด้วยตัวเองเพื่อสร้างรากฐาน
และเป็นไปตามที่คาด เว่ยยง มหาเสนาบดีโยธาแห่งแคว้นเว่ยต้องการวางกับดักสังหารเฮยไป๋เสวียนเจี่ยน จึงเกณฑ์องครักษ์ทั้งหมดออกจากจวนจนแทบไร้การป้องกัน
อิ๋งเว่ยจึงสามารถขโมยลูกของเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนออกมาได้อย่างง่ายดาย เว่ยยงคงมั่นใจว่าเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนต้องตายแน่ จึงละเลยการเฝ้าระวังเด็กคนนี้
หากจวนของเว่ยยงยังมีการป้องกันแน่นหนา อิ๋งเว่ยก็ไม่มีทางลงมือตามแผนนี้ได้เด็ดขาด คุณชายผู้สูงศักดิ์ย่อมไม่นั่งอยู่ใต้ชายคาที่จวนจะถล่ม เรื่องเสี่ยงเจ็บตัวแบบนี้ เขาไม่ลงมือทำแน่ ๆ
ถึงกระนั้น สาเหตุที่อิ๋งเว่ยกล้าปรากฏตัวต่อหน้าเฮยไป๋เสวียนเจี่ยน ก็เพราะอีกฝ่ายกำลังบาดเจ็บสาหัส หากฝ่ายนั้นคิดจะลงมือสังหาร อิ๋งเว่ยก็มั่นใจเต็มร้อยว่าจะสามารถหลบหนีได้
ประการต่อมาคือการประกาศชื่อเสียงเรียงนามในทันที เพื่อให้เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนเกรงกลัวและระแวงว่ารอบข้างอาจมีองครักษ์ซุ่มอยู่ อีกทั้งยังมีเด็กอยู่ในมือ เขาย่อมไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม
เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมรู้ดีว่าหากสังหารอิ๋งเว่ยไป ข้อหาลอบปลงพระชนม์องค์ชายแคว้นฉินนี้ ต่อให้เขาและลูกหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ก็ไม่มีทางหนีพ้นการตามล่าของแคว้นฉินและหลัวหวังไปได้
อิ๋งเว่ยคำนวณทุกความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ เพื่อให้ตนเองอยู่ในจุดที่ปลอดภัยที่สุด และเพื่อให้ตนยืนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีวันพ่าย
เมื่อเฮยไป๋เสวียนเจี่ยนได้ยินอิ๋งเว่ยประกาศชื่อแซ่ ในใจก็ตื่นตะลึง ไม่รู้ว่าตนไปล่วงเกินฉางอันจวินผู้นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้นำบุตรชายของเขามาข่มขู่เช่นนี้
สำหรับเล่ห์เหลี่ยมของพวกผู้มีอำนาจ เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนย่อมรู้ซึ้งแก่ใจ เว่ยยงได้แสดงให้เขาเห็นเป็นตัวอย่างแล้ว
บัดนี้บุตรชายของเขากับเชียนเชียนหลุดพ้นจากเงื้อมมือเว่ยยงมาได้ แต่กลับต้องมาตกอยู่ในมือของฉางอันจวิน ช่างเหมือนหนีเสือปะจระเข้โดยแท้
เฮยไป๋เสวียนเจี่ยนเก็บซ่อนจิตสังหารทั้งหมด หากคนตรงหน้าคือเว่ยยง เขาอาจจะยอมสู้ตาย
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับองค์ชายแคว้นฉิน เขากลับไม่กล้าต่อต้านแม้แต่น้อย
ยามนี้หลัวหวังภักดีต่อแคว้นฉิน หากเขากล้าลงมือกับฉางอันจวิน หลัวหวังย่อมเดือดดาล เขาและลูกชายคงไร้หนทางรอด
หากมีเพียงตัวเขาตายก็แล้วไป แต่ลูกชายยังเล็กนัก หากต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร เขาจะมีหน้าไปพบเชียนเชียนได้อย่างไรกัน?
[จบแล้ว]