เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 หานเฟยและฉางอันจวิน

ตอนที่ 2 หานเฟยและฉางอันจวิน

ตอนที่ 2 หานเฟยและฉางอันจวิน


ภายในโรงเตี๊ยมตกแต่งอย่างพิถีพิถัน โต๊ะเตี้ยและแท่นวางล้วนทำจากไม้สนชั้นดี คานถูกแกะสลัก เสาถูกวาดลวดลาย ผ้าโปร่งห้อยระย้าพลิ้วไหว ฉากหยกตั้งเรียงเพื่อบดบังสายตา

ชั้นหนึ่งของโรงเตี๊ยมเป็นที่สำหรับให้แขกได้กินดื่ม ส่วนชั้นบนเป็นส่วนห้องพัก การที่สามารถเปิดโรงเตี๊ยมระดับสูงเช่นนี้ในนครหลวงต้าเหลียงแห่งแคว้นเว่ยได้ แสดงให้เห็นว่าผู้เป็นเจ้าของเบื้องหลังย่อมต้องมีเส้นสายและฐานะไม่ธรรมดา

กลางห้องโถงใหญ่ พ่อค้าวาณิชและแขกผู้มีเกียรติจากทั่วสารทิศต่างดื่มด่ำสังสรรค์ แต่ละคนล้วนสวมใส่ผ้าไหมเนื้อดี เห็นได้ชัดว่าฐานะมั่งคั่งไม่ธรรมดา

ยุคก่อนราชวงศ์ฉินยังไม่มีโต๊ะเก้าอี้เช่นยุคหลัง คุณชายผู้หนึ่งในชุดผ้าไหมสีม่วงกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนเบาะนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลา แก้มแดงระเรื่อ เมามายตะโกนเสียงอ้อแอ้ว่า “...เอาเหล้าดี ๆ มาให้ข้าอีก!”

สิ้นเสียง ร่างกายท่อนบนของเขาก็อ่อนยวบ ทรุดตัวฟุบลงบนแท่นอย่างไร้เรี่ยวแรง

เสี่ยวเอ้อร์สวมชุดผ้ากระสอบเนื้อหยาบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาด้วยรอยยิ้มประจบ ทว่าเมื่อเห็นไหสุราวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ สีหน้าก็เริ่มลังเล ก่อนกล่าวอย่างกังวลว่า “...คุณชาย ท่านดื่มมากเกินไปแล้วนะขอรับ”

วาจานี้ฟังดูอ้อมค้อม หลัก ๆ คือเห็นคุณชายผู้นี้ดื่มหนักเกินไป จึงเกรงว่าจะไม่มีเงินจ่าย

แม้คุณชายจะสวมอาภรณ์หรูหรา หน้าตาดี แต่ในฐานะเสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในต้าเหลียง เขาย่อมผ่านโลกมามาก

โดยปกติคุณชายตระกูลขุนนางเช่นนี้ย่อมมีผู้ติดตามคอยรับใช้ มีรถม้าคอยรอรับส่ง แม้แต่พ่อค้าเศรษฐียังมีบ่าวไพร่คอยปรนนิบัติ

ทว่าคุณชายผู้นี้กลับมาเพียงลำพัง ใครจะรู้ว่าพกเงินติดตัวมาหรือไม่

แม้หานเฟยจะเมามาย แต่สมองยังคงใช้การได้อยู่บ้าง จากวาจาอ้อมค้อมของเสี่ยวเอ้อร์ เขาก็พอจะเดาความหมายได้

เขาด่าทอเจือเสียงหัวเราะว่า “...กลัวคุณชายอย่างข้าไม่มีเงินจ่ายรึ?”

เสี่ยวเอ้อร์รีบโค้งตัวยิ้มประจบ “...จะเป็นเช่นนั้นได้เยี่ยงไร คุณชายผู้... ผู้ไม่ธรรมดาเช่นท่าน จะไม่มีเงินจ่ายได้อย่างไรกัน”

เสี่ยวเอ้อร์ติดอ่างอยู่นาน สรรหาคำพูดจนหัวแทบแตกก่อนจะพูดออกมาอย่างฝืนใจ

หานเฟยคร้านจะต่อปากต่อคำ เขาคลำที่เอว หยิบถุงใบเล็กที่ตัดเย็บอย่างประณีตออกมาเปิดปากถุงแล้วเทลงบนโต๊ะ

ชั่วพริบตา หานเฟยสร่างเมาไปห้าส่วน เขาพบว่าในถุงนั้นกลับว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดเลย

สีหน้าของเขาเริ่มร้อนรน เขย่าถุงแรง ๆ อีกครั้ง ก่อนจะยกขึ้นส่องดูด้านใน สีหน้าค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วน

รอยยิ้มประจบของเสี่ยวเอ้อร์เลือนหายไปในพริบตา คิดเพียงว่าวันนี้คงเจอคนมาขอกินแล้วชักดาบ

การจะเปิดโรงเตี๊ยมเช่นนี้ในต้าเหลียงได้ เจ้าของโรงเตี๊ยมย่อมมีฐานะไม่ธรรมดา

ในต้าเหลียงเองก็มีบุคคลบางกลุ่มที่แม้แต่เจ้าของโรงเตี๊ยมยังไม่กล้าตอแย ซึ่งหลงจู๊(ผู้จัดการ)ได้กำชับนักหนาว่าหากคนเหล่านี้มาต้องดูแลอย่างดีที่สุด

แต่ในบรรดาคนที่ห้ามล่วงเกินเหล่านั้น ไม่มีคุณชายผู้นี้รวมอยู่ด้วยแน่นอน

“คุณชาย เมื่อครู่ท่านดื่มไปไม่น้อย ค่าเหล้าพวกนี้ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะขอรับ”

เสี่ยวเอ้อร์ฐานะต่ำต้อย ต่อให้เผชิญหน้ากับคุณชายผู้สวมอาภรณ์หรูหราก็ไม่กล้าล่วงเกิน หากคุณชายผู้นี้ไม่มีเงิน ก็คงต้องไปตามหลงจู๊มาจัดการ

หานเฟยหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะดื่มมากไปหรือเพราะอับอาย แต่ดูแล้วน่าจะเป็นอย่างแรกเสียมากกว่า

เขากัดฟันกรอด ล้วงหยกพกออกมาจากเอว วางลงบนโต๊ะตรงหน้าพลางกล่าวว่า “...หยกพกของข้าชิ้นนี้มูลค่าร้อยตำลึงทอง วันนี้ขอจำนำไว้ที่นี่ก่อน พอจะใช้แทนค่าเหล้าได้หรือไม่? วันหน้าข้าจะมาไถ่คืน”

เสี่ยวเอ้อร์เป็นคนรู้ของ เมื่อเห็นเนื้อหยกโปร่งใสก็รู้ได้ว่ามูลค่ามหาศาล จึงยิ้มร่าทันที “...ใช้ได้ ใช้ได้ขอรับ!”

กล่าวจบ เขาก็ยื่นมือเตรียมจะหยิบหยกพกชิ้นนั้นไป

แน่นอนว่าของสิ่งนี้เขาไม่กล้ายักยอก ต้องนำไปมอบให้หลงจู๊จัดการ

ทันใดนั้นเอง แผ่นทองคำขนาดเล็กชิ้นหนึ่งก็ถูกโยนลงบนโต๊ะ พร้อมกับสุ้มเสียงกังวานใสที่ดังขึ้น

“...สุรามื้อนี้มิใช่ของล้ำค่าถึงร้อยตำลึงทอง เป็นเพียงสุราธรรมดา ย่อมไม่คุ้มค่ากับหยกเช่นนี้ เจ้าดูซิว่าทองคำแผ่นนี้พอค่าเหล้าหรือไม่?”

หานเฟยและเสี่ยวเอ้อร์ต่างหันไปมองตามเสียง เห็นเพียงคุณชายรูปงามวัยเยาว์ สวมเสื้อคลุมขนสัตว์ ทับเสื้อไหมสีขาวบริสุทธิ์ ที่เอวห้อยหยกงาม กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับองครักษ์ไม่กี่นาย

ใบหน้าดุจหยกสลัก บุคลิกสง่างามผ่าเผย แผ่กลิ่นอายสูงศักดิ์ของผู้เติบโตในวังหลวงมาเนิ่นนาน เครื่องหน้าไม่ได้ดูอ่อนช้อย หากแต่แข็งแกร่งคมคาย โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่สว่างไสวราวดวงไฟ แฝงความสุขุมเยือกเย็นที่ไม่สมกับวัย

เสี่ยวเอ้อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ครั้นสบเข้ากับสายตาของเหล่าองครักษ์ด้านหลังผู้มาใหม่ เขารู้สึกตัวแข็งทื่อ เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย รีบกล่าวว่า

“...พอแล้ว พอแล้วขอรับ เหลือเฟือเลยทีเดียว”

อิ๋งเว่ยโบกมือเป็นเชิงไล่ให้เสี่ยวเอ้อร์ออกไป เสี่ยวเอ้อร์ราวกับได้รับการอภัยโทษ รีบหยิบแผ่นทองคำแล้วถอยออกไปทันที

เวลานี้หานเฟยได้สติกลับมาแล้ว เขาตะโกนสั่งเสี่ยวเอ้อร์อย่างฮึกเหิมว่า “...เอาเหล้ามาให้ข้าอีกหลาย ๆ ไห!”

ท่าทางลำพองใจนั้น ราวกับแผ่นทองคำเมื่อครู่เป็นของเขาเอง

ยามนี้หานเฟยสร่างเมาไปแล้วเจ็ดส่วน เขาพิจารณาอิ๋งเว่ยอย่างละเอียด ก่อนจะแปรเปลี่ยนสีหน้า

ทันใดนั้น หานเฟยก็ยกสองมือขึ้นประสานคารวะแล้วกล่าวว่า “...เฟย คารวะฉางอันจวิน!”

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 2 หานเฟยและฉางอันจวิน

คัดลอกลิงก์แล้ว