- หน้าแรก
- นายอำเภอจอมขมังเวทย์แห่งแดนตะวันตก
- บทที่ 46 - พลิกเกมรุกรับ
บทที่ 46 - พลิกเกมรุกรับ
บทที่ 46 - พลิกเกมรุกรับ
บทที่ 46 - พลิกเกมรุกรับ
◉◉◉◉◉
เมื่อเทียบกับกองกำลังขนาดมหึมาที่ดูดำทะมึนในตอนแรก
เจ็ดคนสุดท้ายที่ไล่ตามออกมาจากควันปืนและฝุ่นตลบ แม้ความดุดันจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในแง่ของบารมีนั้น เทียบกับเมื่อกี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
หลังจากรอดพ้นจากการระดมยิงมาได้ระลอกหนึ่ง
ตอนแรกลินนายังมองดูคนไม่กี่คนที่เหลืออยู่ของอีกฝ่าย ด้วยท่าทีที่ความมั่นใจกลับมาเต็มเปี่ยม ราวกับจะบอกว่างานนี้หมูๆ สบายๆ
แต่แล้วรอยยิ้มของเธอก็แข็งค้างไปอย่างรวดเร็ว
เวย์นสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของเธอ ความระมัดระวังพุ่งสูงขึ้นทันที "เป็นอะไรไป มีปัญหาตรงไหนเหรอ"
ลินนาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ หันมาบอกเวย์นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"ไอ้ '200 ดอลลาร์' คนแรกที่เห็น มันหายไปแล้วอะ"
ฉัน...
เวย์นพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
สุดท้ายเขาก็เอื้อมมือไปเก็บปืนลูกโม่ของตัวเองขึ้นมาจากพื้นรถม้า แล้วยัดใส่มือลินนา
"ถ้ามันไม่หาย พวกเรานี่แหละจะหายไปเอง"
ลินนากำลังจะอ้าปากพูดต่อ แต่พวกโจรที่ไล่ตามมาข้างหลังก็เริ่มเปิดฉากยิงชุดใหม่ใส่ท้ายรถม้าอีกครั้ง
"ปุ! ปุ!"
"เพล้ง!"
"เคร้ง!"
ท่ามกลางเสียงกระสุนที่กระทบตัวรถรัวๆ ทั้งสามคนรีบหมอบลงไปหลบในตัวรถกันจ้าละหวั่น
พวกที่เหลืออยู่ไม่กี่คนต่างดาหน้าเข้ามาแบบไม่กลัวตาย
เวย์นยกปืนไรเฟิลลูกเลื่อนขึ้นเล็งใหม่ กำลังลังเลว่าจะสอยคนไหนก่อนดี
เสียงของอินิซ่าก็ดังมาจากหน้ารถ "เวย์น! ข้างหน้ามันทางตันใช่ไหม"
เวย์นหันขวับไปมอง
ก่อนหน้านี้รถม้าหนีตายแบบไม่คิดชีวิต เดี๋ยวต้องหลบกระสุน เดี๋ยวต้องยิงสวน เวย์นเลยไม่มีเวลาดูทิศดูทาง ขอแค่รถม้ายังวิ่งไปข้างหน้าได้ ก็ใส่เกียร์หมาไปก่อนไม่สนสี่สนแปด
พอมาดูตอนนี้ เวย์นค้นความทรงจำถึงได้รู้ว่า รถม้าเลี้ยวลัดเลาะมาตามทางแยกในหุบเขา จนมาโผล่ที่ปากทางเข้าเหมืองหินแห่งหนึ่ง
หินที่ใช้ถมทางรถไฟของเมืองแบล็กสโตน ช่วงหนึ่งก็เคยขุดเอาจากที่นี่
แต่เพราะต่อมาชาวบ้านไปเจอแหล่งหินที่ขนส่งสะดวกกว่า ที่นี่เลยถูกทิ้งร้างไป
งานงอกแล้วไง
ในความทรงจำ รู้สึกว่าข้างในนั้นจะเป็นหน้าผาสูงชันทั้งสามด้าน ไม่มีทางอื่นให้ไปจริงๆ
เข้าออกได้ทางเดียวเท่านั้น
เวย์นทบทวนความจำครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปที่ส่วนลึกของเหมืองหิน
"เข้าไปแล้วเลียบหน้าผาฝั่งขวาไปเลย! ข้างในเป็นเพิงพักเก่าของพวกคนงานเหมือง!"
ขณะที่เวย์นกำลังบอกทาง
ลินนากับคุณพ่อฮัคก็ช่วยกันโยนข้าวโพดออกจากท้ายรถไปอีกหลายฝัก
พวกโจรที่เหลือรอดชีวิตจากระเบิดลูกใหญ่มาหมาดๆ ตอนนี้เริ่มหวาดระแวงไปหมด
พอเห็นก้อนสีเหลืองๆ กลิ้งหลุนๆ ลงมาจากรถม้า ต่อให้กำลังเลือดขึ้นหน้า ก็อดระแวงไม่ได้ว่าคนบนรถจะเล่นลูกไม้อะไรอีก
พวกโจรเลยชะลอความเร็วลงนิดหน่อย
รถม้าพุ่งเข้าไปในเหมืองหินแล้วเลี้ยวขวับ ทิ้งระยะห่างจากพวกมันออกไปได้อีกช่วงหนึ่ง
รถม้ายังคงวิ่งตะบึงต่อไป
อ้อมผ่านแอ่งเขาเล็กๆ แล้วพวกเวย์นก็มองเห็นดงเพิงพัก
เพิงพักแถบนี้ปลูกสร้างกันอย่างหนาแน่น ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้กระดานที่ตอนนี้ดูผุพังทรุดโทรม ถ้าเป็นในยุคปัจจุบันคงเรียกว่า "สลัม"
สมัยที่คนเยอะที่สุด ว่ากันว่าที่นี่เคยมีคนงานพร้อมครอบครัวอาศัยอยู่กันสองสามร้อยคนเลยทีเดียว
ลึกเข้าไปกว่านี้ ก็เป็นหน้าผาสูงชันทุกด้านแล้ว
พอเข้ามาในเขตดงเพิงพัก ทั้งหมดก็รีบคว้าอาวุธกระโดดลงจากรถ เตรียมตัวซุ่มโจมตี
ส่วนอินิซ่าสะบัดบังเหียน ปล่อยให้ม้าลากรถเปล่าวิ่งตามทางเลียบหน้าผาต่อไปอีกหน่อย
พอเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายซุ่มโจมตี รู้สึกว่าความระทึกขวัญจะลดลงไปเยอะ
เวย์นคืนปืนไรเฟิลให้อินิซ่า ส่วนตัวเองแบ่งปืนพกมาจากคุณพ่อฮัคกระบอกหนึ่ง
จากนั้นทั้งสามคนมองตากัน อินิซ่าหันไปหาจุดชัยภูมิสูงๆ ลินนาคิดนิดหนึ่งแล้วมุดเข้าไปในเพิงพักที่อยู่ห่างออกไปทางทิศตรงข้าม
คุณพ่อฮัคกำลังลังเลว่าจะตามสองสาวคนไหนไปดี ก็โดนเวย์นลากตัวไปซะก่อน
สองคนนั้นเขาเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญ
อินิซ่ายังพอว่า แต่ถ้าคุณพ่อฮัคตามลินนาไป เธอคงไม่สะดวกจะใช้พลังพิเศษต่อหน้าต่อตาคุณแน่ๆ
เวย์นให้คุณพ่อฮัคถือระเบิดไดนาไมต์แท่งสุดท้ายไปซ่อนตัวในเพิงพักหลังหนึ่ง ส่วนตัวเวย์นยืนอยู่ในจุดที่ค่อนข้างสะดุดตาใกล้ๆ
เสียงกีบม้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
พอเห็นพวกโจรโผล่พ้นแอ่งเขาตามหามาจนเจอ
เวย์นก็กระโดดเหยงๆ โบกไม้โบกมือให้พวกมัน ตะโกน "เฮ้ พวก" ไปทีหนึ่ง แล้วรีบมุดหนีเข้าไปในตรอกเล็กๆ ระหว่างเพิงพัก
หาที่ซ่อนที่คิดว่ารุกได้รับได้
เสียงม้าดูเหมือนจะเพิ่งเข้ามาใกล้เขตเพิงพัก เสียงปืนก็ดังขึ้นมาจากระยะไกล
"ปัง!"
ไกลขนาดนี้ น่าจะเป็นฝีมือปืนไรเฟิลลูกเลื่อน
เวย์นเดาว่าคงมีโจรคนหนึ่งได้กินลูกตะกั่วไปแล้ว
งั้นก็เหลือหก
จากนั้นในทิศทางอื่นของดงเพิงพัก ก็มีเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้นพร้อมกัน
เสียงลินนานั่นเอง
เสียงกรีดร้องของเธอไม่ได้ใส่อารมณ์ร่วมเท่าไหร่ ฟังดู "จงใจหลอกล่อให้คนเข้าไปหา" แบบขอไปทีสุดๆ
เวย์นเลยไม่ยอมน้อยหน้า
เงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วร้อง "อ๊าก" ไปบ้าง
รอสักพัก
เขตเพิงพักแห่งนี้ก็กลับมาเงียบสงัด แม้แต่เสียงกีบม้าก็ไม่ได้ยินแล้ว
เวย์นเดาว่าพวกโจรคงลงจากม้ากันแล้ว
เขาเลยย่องเบาออกมาข้างนอกสองสามก้าว แล้วเปิดใช้งานเนตรลายเส้นเพื่อแอบดู
...มีโจรสองคน กำลังช่วยกันคุ้มกัน ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจากไม่ไกลนัก
พวกมันยังไม่เจอเป้าหมาย แถวนี้ก็มีแต่เพิงร้าง พวกมันเลยเคลื่อนที่กันช้ามาก
ทุกครั้งที่ผ่านประตูเพิง หรือตรอกซอกซอย พวกมันต้องคอยสังเกตการณ์อย่างระมัดระวัง ปากกระบอกปืนส่ายไปมารอบตัวไม่หยุด สองคนสลับกันเดินหน้า
ข้อดีของการเปิดโปรมองทะลุก็อยู่ตรงนี้แหละ
เวย์นอ้อมไปด้านหลังเพิงหลังหนึ่ง หาจุดเหมาะๆ แล้วยกปืนรอ
โจรสองคนนี้ไม่ค่อยระวังจุดที่ตรวจเช็กไปแล้วเท่าไหร่
โจรคนหนึ่งกำลังยกปืนไรเฟิลคานเหวี่ยงคุ้มกันเพื่อน ส่วนอีกคนกำลังเช็กว่าในเพิงข้างๆ ปลอดภัยไหม
พอเห็นเพื่อนส่งสัญญาณว่าเพิงนั้นเคลียร์ โจรคนแรกก็หันหลังกลับ ถึงตาที่เขาจะต้องเดินหน้าต่อโดยมีเพื่อนคุ้มกันบ้าง
จังหวะที่หันมา หัวของเขาก็วิ่งเข้ามาหาศูนย์เล็งพอดีเป๊ะ
"ปัง!"
กระสุนพุ่งผ่านรอยแตกของผนังเพิง ทะลุประตู ออกไปเจาะกะโหลกเป้าหมาย
ยิงเข้าเป้าแล้วก็รีบชิ่ง
เพื่อนโจรคนนั้นรีบหันกระบอกปืนกลับมา แล้วรัวยิงใส่ทิศที่เวย์นเคยอยู่เมื่อกี้ "ปัง ปัง ปัง ปัง" แบบไม่ยั้ง
รอจนมันยิงจนพอใจ เวย์นก็แอบอ้อมไปโผล่ที่ข้างทางที่พวกมันเพิ่งเดินผ่านมา
ฝ่ายตรงข้ามกำลังระแวง เตรียมจะถอยไปตั้งหลัก
ทันใดนั้น แถวๆ เพิงที่คุณพ่อฮัคซ่อนตัวอยู่ ก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น
"ตูม!"
เสียงระเบิดก้องสะท้อนไปมาระหว่างหน้าผาในเหมืองหิน
บ้านไม้ผุๆ ทนแรงอัดอากาศไม่ไหว เสียงถล่มครืนดังตามมาติดๆ
ซวยล่ะสิ
อย่าบอกนะว่าคุณพ่อฮัคระเบิดตัวเองตายตกไปตามกันกับโจรแล้ว
เวย์นใจหายวาบ แล้วรีบกระโจนออกไปทันที
อาศัยจังหวะที่โจรคนสุดท้ายกำลังเบนความสนใจไปที่เสียงระเบิด เวย์นยกมือขึ้นใช้เทคนิคการยิงแบบโมซัมบิกฉบับย่อ
"ปัง! ปัง!"
นัดแรกเล็งแถวหัวใจ ให้มันหมดทางสู้ แล้วซ้ำนัดสองเข้าหัว
ไม่มีเวลามาเล่นด้วยแล้ว รีบจบงานดีกว่า
จากนั้นเวย์นก็ไม่หันกลับมามอง รีบวิ่งเหยาะๆ ไปทางต้นเสียงระเบิด
เลี้ยวพ้นโค้งสุดท้าย
เวย์นเกือบจะวิ่งชนกับคุณพ่อฮัคที่วิ่งสวนมา
แล้วเขาก็เห็นว่า ในซากเพิงพักที่ถูกระเบิดจนราบคาบ
มีตัวอะไรสักอย่างที่พอดูออกว่าเป็นรูปร่างมนุษย์ ร่างกายเละเทะเลือดท่วม กำลังค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
กล้ามเนื้อบนตัวเจ้ารูปร่างมนุษย์นั่นกำลังบิดเบี้ยวและขยับเขยื้อน ดูเหมือนกำลังกลายสภาพไปสู่ความเป็น "อสุรกาย"
[จบแล้ว]