- หน้าแรก
- นายอำเภอจอมขมังเวทย์แห่งแดนตะวันตก
- บทที่ 12 - สืบแจ้งสืบลับ
บทที่ 12 - สืบแจ้งสืบลับ
บทที่ 12 - สืบแจ้งสืบลับ
บทที่ 12 - สืบแจ้งสืบลับ
◉◉◉◉◉
คำถามของเวย์น สำหรับผู้เชี่ยวชาญอย่างอินิซ่าแล้ว ดูเหมือนจะง่ายเหมือนปอกกล้วย
อินิซ่าตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด "นั่นขึ้นอยู่กับระดับของน้ำมนต์ และสายพลังกับระดับชั้นของผู้ใช้พลังพิเศษคนนั้นค่ะ"
"น้ำมนต์ก็คือแบบเกรดพรีเมียมที่คุณพ่อฮัคเอามานั่นแหละ แต่ปริมาณแค่จิบเดียวนะ ไม่เยอะ"
เวย์นชี้ไปที่กองเลือดแห้งกรัง "ส่วนคน ก็สมมติว่าเป็นเจ้านี่"
อินิซ่าครุ่นคิด
"ถ้าเป็นผู้ใช้พลังพิเศษระดับต่ำสาย 'ความมืด' และร่างกายก็ใกล้จะพังทลายอยู่แล้ว การดื่มน้ำมนต์ระดับสูงลงท้อง ก็มีโอกาสที่จะบาดเจ็บหนักขนาดนี้ได้ค่ะ เพราะการป้องกันภายในร่างกายย่อมเปราะบางกว่าผิวหนังภายนอกมาก"
พูดจบ เธอก็เสริมว่า
"น้ำมนต์จะสร้างความเสียหายได้มากแค่ไหน หลักๆ ขึ้นอยู่กับระดับของน้ำมนต์ ใช้กับใคร และสัมผัสโดนส่วนไหน ปริมาณไม่ได้มีผลมากขนาดนั้น
"ถ้าร่างกายอีกฝ่ายต้านทานได้ ปริมาณมากแค่ไหนก็ไร้ผล กลับกันก็เช่นกัน"
เข้าใจละ หลักการเจาะเกราะ
เหมือนให้คนเอามือแตะไหล่
ถ้าแรงไม่เยอะ แตะแป๊บเดียวเรียกสัมผัส แตะนานหน่อยก็แค่นวด
เพิ่มเวลายังไงก็ไม่ถลอก
แต่ถ้าควักเข็มออกมาจิ้ม จึ๊กเดียวก็เลือดสาด
อินิซ่าวิเคราะห์ต่อ
"แต่โดยปกติแล้ว น้ำมนต์ยากที่จะสร้างความเสียหายรุนแรงถึงขั้นชี้เป็นชี้ตายได้ หลักๆ เอาไว้ใช้แยกแยะหรือลดทอนกำลังของผู้ใช้พลังพิเศษที่ไม่ใช่สายศักดิ์สิทธิ์ หรือที่ทางโบสถ์เรียกว่า 'ผู้ร่วงหล่น'
"ต่อให้เผลอดื่มน้ำมนต์เข้าไป พอรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติ ตามสัญชาตญาณของผู้ใช้พลังพิเศษ ก็น่าจะรีบอาเจียนออกมา ไม่น่าจะฝืนกลั้นไว้จนกระอักเลือดขนาดนี้
"บังเอิญว่าแผลจากการเผาไหม้ไปโดนเส้นเลือดใหญ่จนเลือดไหลไม่หยุดก็พอเป็นไปได้ แต่มันก็ขัดกับลักษณะของกองเลือดกองใหญ่ตรงนี้"
ไม่แน่เสมอไปหรอก
ถ้ามีบาทหลวงสองคนกับหมอผีอีกหนึ่งคนอยู่ในงาน ซึ่งสองคนในนั้นไม่รู้ฝีมือแน่ชัด และอีกฝ่ายก็รู้ตัวว่าตัวเองมีพิรุธ...
ถ้าเป็นผม
ผมก็คงอมน้ำมนต์ไว้ก่อนแล้วค่อยหาที่แอบบ้วนทิ้ง หรือไม่ก็กัดฟันกลืนลงไปเลย
ยังไงก็ดีกว่าโดนรุมยำตีนตายคาที่
ผู้เชี่ยวชาญด้านการปราบมารที่มีอำนาจการทำลายล้างระดับถล่มบ้านคนอื่นได้อย่างอินิซ่า
คงไม่เข้าใจความคิดของพวกเพลย์เซฟอย่างเราหรอก
เวย์นเล่าเรื่องที่เขาแอบเหยาะน้ำมนต์ใส่เนื้อย่างเมื่อคืน รวมถึงข้อสันนิษฐานของเขาให้อินิซ่าฟัง
อินิซ่าถึงกับอึ้ง
"ทำไมคุณถึงทำแบบนั้นคะ? หรือคุณสงสัยแต่แรกแล้วว่าในงานเลี้ยงบ้านนายกฯ เมื่อคืน มีผู้ใช้พลังพิเศษแฝงตัวอยู่?"
เอ่อ...
เวย์นพูดไม่ออก
จะให้บอกว่าแค่ผมอยากกินเผ็ด แล้วบังเอิญฟลุ๊กงั้นเหรอ
เวย์นเลยเปลี่ยนเรื่อง "เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แต่ดูจากสถานการณ์โดยรวมตอนนี้ ข้อสันนิษฐานของผมก็ถือว่าสมเหตุสมผลใช่ไหมครับ"
อินิซ่าพยักหน้า "ถึงจะไม่มีหลักฐานชี้ชัด แต่ก็มีความเป็นไปได้ค่ะ"
เวย์นสวมวิญญาณผู้เชี่ยวชาญ
"ในเมื่อมีความเป็นไปได้ เราก็ตรวจสอบสิครับ ถือซะว่าเป็นการตัดตัวเลือกที่ผิดทิ้งก็ได้
"ยังไงซะคนเจ็บก็ต้องโดนน้ำมนต์เล่นงานจนสะบักสะบอม เราแค่ลองทดสอบทุกคนที่ไปกินข้าวบ้านนายกฯ เมื่อคืนก็รู้เรื่องแล้ว"
หึ ใครใช้ให้แกดันกินเผ็ดไม่ได้พอดิบพอดีล่ะ
ช่างบังเอิญจริงๆ
———
ในฐานะคนคุ้นเคยที่ชาวเมืองรู้ไส้รู้พุง และเป็นนายอำเภอที่มาจากการเลือกตั้ง
บางเรื่องเวย์นทำได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
"อรุณสวัสดิ์ครับท่านนายกฯ นี่คือชีสแผ่นพรมน้ำเกลือ ท่านลองชิมดูสิครับว่าสูตรนี้พอจะโปรโมทได้ไหม"
...
"เฮ้ ลุงแซม ลองชิมอันนี้ดูหน่อย"
...
"คุณนายวิลเลียม นี่คือน้ำมนต์จากมหาวิหารเซนต์จอร์จ ได้ยินว่าดื่มแล้วจะช่วยเสริมพรจากพระจิตให้ผู้ศรัทธา... พอแล้วครับพอแล้ว ไม่ต้องดื่มเยอะขนาดนั้น ผมต้องเหลือให้คนอื่นบ้าง"
...
บางอย่างง่ายกว่าที่คิดซะอีก
เวย์นยังไม่ทันอ้าปาก โทนี่ที่กำลังเช็ดแก้วอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ เห็นเวย์นยื่นแก้วให้ก็รับไปกระดกรวดเดียวหมด แล้วค่อยขมวดคิ้ว "ทำไมเป็นน้ำเปล่าล่ะ?"
เวย์น: "นี่น้ำบ้วนปากสำหรับตรวจฟันครับ อ้าปากสิครับ เดี๋ยวให้คุณอินิซ่าช่วยดูว่ามีฟันผุไหม"
...
"คอแห้งพอดี เวย์น ขอน้ำในมือนายกินสักสองอึกได้ไหม" คุณเฮนรี่กำลังยืนอยู่บนบันได ซ่อมบำรุงรถม้าตู้ทึบสุดรักของแก — ในแดนตะวันตก เทียบกับเกวียนประทุนทั่วไปแล้ว เจ้านี่ถือเป็น "รถหรู"
เวย์น: "นี่ของเกรดพรีเมียม ให้กินได้แค่อึกเดียว"
...
"เวย์น เมื่อกี้ฉันได้ยินคุณนายวิลเลียมบอกว่า เธอกำลังช่วยบาทหลวงแจกน้ำมนต์ให้ผู้ศรัทธาเหรอ? แล้วส่วนของฉันล่ะ?"
พอก้าวขาเข้าร้านชำ เจ้าของร้านจอร์จก็อดใจรอไม่ไหว คว้าไปดื่มอึกใหญ่ "ขอบคุณพระจิต! จริงสิเวย์น สีกันสนิมล็อตใหม่มาแล้วนะ เดี๋ยวฉันให้คนไปส่งที่บ้านตามเดิมไหม"
เวย์น: "ไม่มีปัญหา ฝากเอาแปรงใหม่มาให้สองอันด้วยนะ"
...
เจ้าคนที่แฝงตัวอยู่อาจจะเลือกกลืนน้ำมนต์ลงท้องอีกรอบ แต่ดูจากกองเลือดมหึมานั่น "เขา" หรือ "เธอ" แทบจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนน้ำมนต์ลวกปากจนเป็นแผล
และขอแค่มีเลือดออก อินิซ่าก็มั่นใจว่าจะจับสัมผัสได้ในระยะประชิด
ดังนั้นเมื่อมีเวย์นคอยเดินสายหลอกให้คนดื่มน้ำมนต์อยู่ข้างหน้า และมีอินิซ่าผู้เชี่ยวชาญคอยประกบสังเกตการณ์ระยะเผาขน ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบจึงสูงมาก
รายชื่อแขกในงานเลี้ยงบ้านนายกฯ เมื่อคืนถูกขีดฆ่าทิ้งไปทีละคน
สุดท้ายเหลือชื่อบนบัญชีแค่ห้าคน
หมอจอห์นวันนี้ไม่อยู่บ้าน ได้ยินว่าออกไปรักษาคนไข้ ไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ ส่วนนายธนาคารฟิชเชอร์ไปตรวจบัญชีที่เหมืองแร่ อาจจะต้องค้างสักคืนสองคืน
สองคนนี้ปกติอยู่ติดเมือง รอพวกเขากลับบ้านค่อยไปลองของก็ได้
แต่สามคนที่เหลือนี่สิ อาจจะยุ่งยากหน่อย
ต่างจากประเทศจีนในชาติก่อนของเวย์น และทวีปเก่าในโลกนี้
โครงสร้างการปกครองของสหพันธรัฐอเมริกาในทวีปใหม่ ในแง่หนึ่งคือ "จากล่างขึ้นบน"
ยกตัวอย่างพัฒนาการของเมืองตะวันตกทั่วไป:
เริ่มแรก
มักจะมีเศรษฐีคนเดียวหรือหลายคน จ่ายเงินให้รัฐบาลกลางซื้อที่ดินผืนใหญ่ที่ยังไม่ได้บุกเบิกในตะวันตก ได้กรรมสิทธิ์ถาวร แล้วก็ตั้งรกรากปกครอง — คนเหล่านี้คือ "เจ้าที่ดิน"
หรือไม่ก็ กลุ่มเสรีชนรวมตัวกัน จ่ายค่าธรรมเนียมเล็กน้อยลงทะเบียนกับรัฐบาล แล้วพากันอพยพไปตั้งถิ่นฐานในที่ดินตะวันตกที่เลือกไว้ เริ่มบุกเบิกที่ดินรกร้างที่ยัง "ไม่มีเจ้าของ" รอบๆ จุดตั้งถิ่นฐาน
เมื่อบุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกได้ตามกำหนด และทำการเกษตรต่อเนื่องครบห้าปี พวกเขาก็สามารถลงทะเบียนกับรัฐบาลกลางอย่างเป็นทางการ เพื่อรับกรรมสิทธิ์ที่ดินถาวรได้ เพียงแต่มีเพดานจำกัดพื้นที่ที่ครอบครองได้
— คนเหล่านี้คือ "ผู้บุกเบิก" หรือ "เจ้าของฟาร์ม" ที่บุกเบิกสำเร็จ
กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้ขัดแย้งกัน ส่วนใหญ่ในเมืองตะวันตกจะมีผสมๆ กันไป
จากนั้นในพื้นที่หนึ่งของตะวันตก เจ้าที่ดิน เจ้าของฟาร์ม หรือผู้บุกเบิกที่มีที่ดินติดกัน ก็ตกลงปลงใจที่จะช่วยเหลือและปกครองตนเองร่วมกัน ก่อเกิดเป็นรูปร่างแรกเริ่มของเมือง
จากนั้นผู้คนก็จะเลือกพื้นที่ส่วนกลางที่เดินทางสะดวก ยื่นขอตั้งเมืองและอยู่อาศัยร่วมกันอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งใช้แลกเปลี่ยนสินค้าหรือปรึกษาหารือ — เขตชุมชนนี้แหละคือ "เมือง" ในความหมายแคบ
ส่วนที่ดินส่วนตัวที่ชาวเมืองครอบครองอย่างถูกต้อง ที่ดินทำกินที่ลงทะเบียนและกำลังบุกเบิก รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่กันไว้ทำถนนหรือสาธารณูปโภค ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นขอบเขตการปกครองของเมืองนี้
ต่อมา ผู้คนจากหลากหลายอาชีพก็จะทยอยเข้ามาทำงาน ตั้งถิ่นฐาน เปิดร้านค้า ประชากรเมืองก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเจ้าที่ดินหรือเจ้าของฟาร์มรอบนอกสนใจเข้าร่วม พื้นที่ใหม่ๆ ก็จะถูกผนวกเข้ามาในเขตปกครองตนเอง พื้นที่เมืองก็จะขยายออกไป
พอคนเยอะถึงจุดหนึ่ง พื้นที่ใหญ่ถึงจุดหนึ่ง "เมืองเล็ก" ก็จะพัฒนาเป็น "เมืองใหญ่"
ปัญหาอยู่ที่
พวกเจ้าของฟาร์มและเจ้าที่ดิน จริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้พักอยู่ "ในเมือง" พวกเขามีฟาร์มหรือคฤหาสน์ ไร่เพาะปลูก เหมืองแร่ เป็นของตัวเอง
และบนผืนแผ่นดินของพวกเขา พวกเขาคือเจ้าชีวิตตัวจริง
ตามกฎหมายปราสาท เจ้าบ้านมีสิทธิ์ใช้กำลังถึงตายได้หากรู้สึกว่าชีวิตถูกคุกคามในที่ดินของตัวเอง ต่อให้ฆ่าผิด ก็ถือเป็น "การป้องกันตัว"
เว้นแต่จะมีหลักฐานความผิดมัดตัวแน่นหนา
รายชื่อสามคนที่เหลือ มิสเตอร์สเตอร์น คุณนายเทย์เลอร์ และมิสเตอร์กรีนสแปน
ดันเป็นเจ้าที่ดินรายใหญ่ที่ชอบหมกตัวอยู่ในคฤหาสน์บนที่ดินตัวเองซะด้วย
ประเภทที่กริ่งกริ๊งเดียว เรียกคนมาได้เป็นสิบๆ คน
เวย์นในฐานะนายอำเภอเมืองแบล็กสโตน ในสถานการณ์ปกติ สามารถเข้าไปตรวจตราหรือบังคับใช้กฎหมายในที่ดินของพวกเขาได้ตามกฎเมือง
แต่ถ้าใครในพวกเขามีปัญหาจริงๆ
แล้วเวย์นพาอินิซ่าทะเล่อทะล่าเข้าไปป้อนน้ำมนต์ให้พวกเขา
นั่นเรียกว่า "ไปแจกคิล"
ถ้าโลกสวยหน่อย
อีกฝ่ายอาจจะกลายร่างโชว์ แล้วเวย์นก็ปลุกระดม คนในครอบครัว คนรับใช้ ทาสทั้งหลายต่างพากันตาสว่าง ร่วมมือกันกำจัดผู้ร่วงหล่นชั่วร้าย จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง
แต่ในความเป็นจริง
คนอื่นในเหตุการณ์อาจจะแสยะยิ้มพร้อมกัน หรือไม่ก็กล่าวหาว่าเวย์นวางยาพิษ แล้วพากันชักปืนออกมา เวย์นอาจจะร้อง "โอ๊ะโอ" แล้วม่องเท่งคาที่
ไม่รู้ว่าจะฟื้นคืนชีพได้อีกไหมด้วย
เวย์นเกาหัวแกรกๆ ในเมื่อสามคนนี้ตรวจสอบซึ่งหน้าลำบาก ก็คงต้องใช้วิธีสืบทางลับแล้วล่ะ
[จบแล้ว]