เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 97 ตามรอย

บทที่ 97 ตามรอย

บทที่ 97 ตามรอย


ไม่กี่นาทีต่อมา หานปินเรียกเฉินซานเข้ามาในรถเอสยูวี

เฉินซานเป็นคนหัวไว พอขึ้นรถก็รีบทักทาย “หัวหน้าเจิง พี่ปิน”

เจิงเผิงพิจารณาอีกฝ่าย แล้วเตือนสติ “เรื่องของนาย หานปินเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว อยากกลับตัวกลับใจ ทำความดีไถ่โทษเป็นเรื่องดี แต่ฉันขอเตือนไว้ประโยคหนึ่ง อย่ากลับไปเดินเส้นทางสายเดิมอีก”

“ครับ ๆ ตอนนั้นผมเด็ก รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต่อมาได้พี่ปินช่วยสั่งสอนช่วยเหลือ ผมกลับตัวแล้วครับ วันหลังไม่กล้าทำผิดอีกแล้ว” เฉินซานตบหน้าอกรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ

“หวังว่านายจะทำได้อย่างที่พูด” เจิงเผิงกล่าว

“แน่นอนครับ” เฉินซานรีบพยักหน้า

“เล่าเรื่องที่นายไปสะกดรอยมาซิ” หานปินเตือน

“เมื่อเช้าประมาณเก้าโมง สองคนที่ผมเฝ้าอยู่ก็ออกจากโรงแรม ผมขออนุญาตพี่ปินแล้วก็ตามไป ตามไปจนถึงร้านกาแฟซีโร่พอยต์ พวกเขาไปเจอกับผู้ชายคนหนึ่งที่นั่น อายุยี่สิบกว่า ท่าทางเหมือนคนรวย” เฉินซานเล่า

“มีรูปไหม?”

“มีครับ” เฉินซานหยิบมือถือเปิดรูปให้ทั้งสองคนดู

หานปินดูแวบหนึ่ง หันไปบอกเจิงเผิง “หลัวซิงหัวครับ”

“ทั้งสามคนทำอะไรกันบ้าง?” เจิงเผิงถามต่อ

“ผมไม่กล้าเข้าใกล้มาก ไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกัน แต่หลัวซิงหัวส่งกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งให้สองคนนั้นครับ” เฉินซานพูดพลางเปิดรูปในมือถือให้ดูอีก

“รู้ไหมว่าข้างในคืออะไร?”

“ตอนแรกไม่รู้ครับ แค่รู้สึกว่ากระเป๋าใบน่าจะหนักพอสมควร”

เฉินซานส่ายหน้า แล้วทำหน้าอิจฉา “ต่อมาสองคนนี้ออกจากร้านกาแฟไปธนาคาร ผมก็ตามไปกดบัตรคิวด้วย พี่ทายสิว่าไง?”

“ข้างในใส่เงินไว้เหรอ?” หานปินเดา

“ห้าแสนแหนะครับ”

เฉินซานชูมือห้านิ้ว เดาะลิ้น “พนักงานแบงก์สองคนนับเงิน ‘ตับ ๆ ๆ’ เร็วชะมัด แบงก์แดง ๆ เรียงกันเป็นปึก ๆ ห้าสิบปึก เกิดมาผมเพิ่งเคยเห็นเงินสดเยอะขนาดนี้ พูดแล้วจะหาว่าโม้ ผมตาลายไปหมดเลย”

“ที่นายบอกในโทรศัพท์ว่า เซี่ยงหงปัวรับโทรศัพท์แล้วรีบเรียกรถกลับโรงแรม ปากก็ด่าไปด้วย ได้ยินไหมว่าเขาพูดว่าอะไร?” หานปินถาม

“ตอนนั้นเขาตะโกนเสียงดังมาก ด่าคำหยาบไปหลายคำ แล้วก็บอกว่าต้องเป็นฝีมือมันแน่ ๆ ไอ้สารเลว เสร็จนาฆ่าโคถึก กล้าขโมยมือถือไป ถ้ากูหมดความอดทนเมื่อไหร่ กูยอมแลกด้วยชีวิต”

หานปินหยิบมือถือ เปิดรูปจากกล้องวงจรปิดให้ดู “ดูรูปนี้ให้ดี ๆ”

“ไอ้หมอนี่เหรอที่ขโมยของในโรงแรม?” เฉินซานถาม

หานปินพยักหน้า “รู้จักไหม?”

“ไอ้นี่มันปิดบังมิดชิดเกินไป ใส่หมวก ก้มหน้า มองหน้าไม่เห็นเลย ถ้าไม่ใช่คนรู้จัก คงดูไม่ออกหรอกครับ” เฉินซานลูบคาง แล้วเสนอ

“เอาอย่างนี้ ให้ผมไปลองสืบข่าวในวงการดูไหมครับ”

“ไม่ต้องหรอก เราหาวิธีอื่นกันเถอะ” หานปินบอก

“หัวหน้าเจิง พี่ปิน มีอะไรให้ผมทำอีกไหมครับ?” เฉินซานถาม

หานปินมองเจิงเผิงแวบหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายไม่ว่าอะไร จึงพูดว่า “ไม่มีแล้ว นายเฝ้ามาทั้งคืน กลับไปนอนเถอะ”

“พี่ทั้งสองทำงานต่อเถอะครับ น้องขอตัว” เฉินซานลา มองซ้ายมองขวาผ่านกระจกรถแล้วถึงลงจากรถไป

เจิงเผิงหยิบบุหรี่สองมวน ส่งให้หานปินมวนหนึ่ง “ห้าแสนไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยนะ”

หานปินหยิบไฟแช็ก จุดให้เจิงเผิงก่อน “เดี๋ยวไปธนาคารดึงกล้องวงจรปิดออกมาครับ”

“จากคำบอกเล่าของเฉินซาน เซี่ยงหงปัวพูดถึงมือถือตอนรู้ว่าของหาย จะเป็นมือถือของเหอซือรุ่ยหรือเปล่า?” เจิงเผิงวิเคราะห์

“ถ้าในมือถือมีหลักฐานว่าหลัวซิงหัวฆ่าคน เซี่ยงหงปัวกับถังอวี๋เอามาใช้แบล็กเมล์เขา เรื่องราวก็จะปะติดปะต่อกันได้ครับ” หานปินเสริม

“คดีลักทรัพย์นี้อาจเป็นกุญแจไขคดีศพหญิงสาวก็ได้” เจิงเผิงว่า

“ก๊อก ๆ” หลี่ฮุยเคาะกระจกรถ แล้วเปิดประตูเข้ามาถามด้วยความอยากรู้

“หัวหน้าเจิง คุยอะไรกันอยู่ครับ?”

“คุยเรื่องจับขโมยน่ะ” หานปินตอบ

“ผมว่าทีมเราคนก็น้อย ควรเน้นไปที่คดีศพหญิงสาว ให้สถานีตำรวจทำคดีลักทรัพย์ต่อเถอะครับ ถ้าสารวัตรซุนเจอเบาะแสที่เกี่ยวกับคดีศพหญิงสาว เขาต้องบอกเราแน่” หลี่ฮุยเสนอ

“เบาะแสสำคัญของคดีศพหญิงสาว น่าจะเกี่ยวกับคดีลักทรัพย์นี้แหละ ตอนนี้ต้องระดมกำลังรีบปิดคดีลักทรัพย์ให้เร็วที่สุด ขืนรอสถานีตำรวจปิดคดีแล้วส่งเบาะแสมาให้ อาจจะสายเกินไป” เจิงเผิงอธิบาย

“เบาะแสสำคัญอะไรครับ?” หลี่ฮุยสงสัย

หานปินสูบบุหรี่ “เราเดาว่าเป้าหมายของขโมยน่าจะเป็นมือถือของเหอซือรุ่ย”

“ใครจะอยากขโมยมือถือเหอซือรุ่ย? หรือจะเป็นหลัวซิงหัว?” หลี่ฮุยเดา

“จากหลักฐานที่มี หลัวซิงหัวน่าสงสัยมาก”

“งั้นก็แปลว่าตอนนี้พวกเขาสามคนกำลังกัดกันเองเหรอ?”

“เพราะพวกเขากัดกันเอง เรายิ่งต้องเบนเป้าหมายการสืบสวน ตอนนี้ยิ่งบีบ พวกเขาจะยิ่งร่วมมือกัน แต่ถ้าเราไปสืบทางอื่น พวกเขาอาจจะกัดกันต่อ พอสามคนแตกคอกัน เราก็จัดการทีละคนได้ง่ายขึ้น” เจิงเผิงยิ้ม

“หัวหน้าเจิงสุดยอดจริง ๆ มองทะลุปรุโปร่งเลยครับ” หานปินยกนิ้วโป้งให้

“วางแผนล่วงหน้าได้ขนาดนี้ นายก็ไม่เลวเหมือนกัน” เจิงเผิงชมกลับ

หลี่ฮุยกลอกตา พึมพำ “ผลัดกันอวยจนตัวลอยเชียวนะ”

“บ่นอะไรของนาย?” เจิงเผิงถาม

หลี่ฮุยเกาหัว ยิ้มร่า “ผมบอกว่าจะยึดพวกคุณเป็นแบบอย่าง พัฒนาฝีมือการสืบสวน จะเป็นตำรวจที่ดีครบเครื่องทั้งคุณธรรม ปัญญา พลานามัย และสุนทรียภาพครับ”

เจิงเผิงและหานปินพูดพร้อมกัน “ขี้ประจบ!”

หลี่ฮุยหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ทีพวกคุณอวยกันเองไม่เป็นไร พอผมพูดบ้างกลายเป็นขี้ประจบซะงั้น

ยุติธรรมตรงไหน

เจิงเผิงสูบบุหรี่เฮือกสุดท้าย ขยี้ก้นบุหรี่ทิ้ง “เลิกล้อเล่น มาคุยเรื่องจับขโมยกันดีกว่า”

“ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั่วเมือง กล้องเยอะขนาดนั้น ยังไงก็ต้องเจอตัวขโมย” หลี่ฮุยเสนอ

เจิงเผิงพยักหน้า แม้หลี่ฮุยจะเสนอวิธีเดิม ๆ แต่ก็เป็นวิธีที่ชัวร์ที่สุด เพียงแต่ต้องใช้เวลาหน่อย

หานปินรู้สึกว่าในรถร้อนอบอ้าว เร่งแอร์ขึ้นอีกนิด “ห้อง 405 มีเบาะแสอะไรไหม?”

“ผมตรวจห้อง 405 แล้ว อ่านคำให้การของผู้เสียหายแล้ว ไม่เจอเบาะแสอะไรเด่นชัดครับ” หลี่ฮุยตอบ

หานปินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หัวหน้าเจิง ผมมีข้อเสนอครับ แต่อาจจะยังไม่รอบคอบเท่าไหร่”

“พูดมาเถอะ ช่วยกันคิดเดี๋ยวก็รอบคอบเอง”

“ถ้าคนบงการขโมยคือหลัวซิงหัว พวกเขาต้องมีการติดต่อกัน ผมเสนอให้ตรวจสอบประวัติการโทรของหลัวซิงหัวในช่วงเวลาเกิดเหตุ ดูว่ามีใครติดต่อเข้ามาในช่วงเวลานั้นบ้าง” หานปินเสนอ

เจิงเผิงยิ้ม “ไอเดียดี คนที่ติดต่อเข้ามาอาจจะเป็นขโมย เราแค่ตามรอยไปก็น่าจะจับตัวได้”

หลี่ฮุยตาลุกวาว คิดในใจว่า เชี่ยเอ้ย ทำคดีแบบนี้ก็ได้เหรอ ทำไมฉันคิดไม่ได้วะ?

จบบทที่ บทที่ 97 ตามรอย

คัดลอกลิงก์แล้ว