- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 96 ขัดแย้งภายใน
บทที่ 96 ขัดแย้งภายใน
บทที่ 96 ขัดแย้งภายใน
หานปินเรียกเจิงเผิงไปคุยด้านข้าง “หัวหน้าเจิง คนใส่แว่นกันแดดคนนั้นคือสายข่าวของผมครับ”
“สายของนายมาทำอะไรที่โรงแรมเฉียนเหา?” เจิงเผิงขมวดคิ้ว
“ผมให้เขามาจับตาดูถังอวี๋กับเซี่ยงหงปัวครับ”
“เชื่อถือได้ไหม?”
“เชื่อถือได้ครับ”
“ติดต่อเขา ถามสถานการณ์ให้ละเอียด”
“ครับ”
เจิงเผิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วเดินไปหาสารวัตรซุน “สารวัตรซุน คดีลักทรัพย์นี้อาจจะเกี่ยวข้องกับคดีศพหญิงสาว ถ้าเป็นไปได้ เราอยากขอรับช่วงต่อคดีนี้ครับ”
ซุนเจี้ยนอี้ลังเลเล็กน้อย แล้วตอบว่า “ทางผมไม่มีปัญหาครับ ยินดีให้ความร่วมมือกับทีมสืบสวน แต่ผมต้องรายงานผู้กำกับก่อน”
“ควรต้องทำอย่างนั้นครับ” เจิงเผิงพยักหน้า
...
หานปินเดินเลี่ยงออกมา โทรหาเฉินซาน “ฮัลโหล อยู่ไหนแล้ว?”
“พี่ปิน ที่โรงแรมเกิดเรื่องเหรอครับ?”
“นายรู้ได้ยังไง?”
“ผมตามสองคนนั้นอยู่ เห็นพวกเขารับโทรศัพท์แล้วก็รีบเรียกรถกลับโรงแรม ผู้ชายยังด่าทอไม่หยุดเลยครับ”
“นายเดาถูก ที่โรงแรมเกิดเรื่องจริง ๆ ไว้รอนายกลับมาค่อยคุยกัน”
“โอเคครับ เดี๋ยวเจอกัน”
หานปินวางสายแล้วเดินกลับไปหาเจิงเผิง “หัวหน้าเจิง ผมติดต่อได้แล้ว เดี๋ยวเขากลับมาคุยด้วยครับ”
เจิงเผิงพยักหน้า “ฉันคุยกับสารวัตรซุนแล้ว ทีมเรารับทำคดีลักทรัพย์นี้”
“หัวหน้าเจิง รบกวนคุณอีกแล้ว” หานปินยิ้มแห้ง
เจิงเผิงใช้กำปั้นทุบอกหานปินเบา ๆ “เจ้าเด็กนี่จะเกรงใจอะไรนักหนา”
“หัวหน้าเจิง ผมมีข้อเสนอครับ”
“ว่ามา”
“ในเมื่อเรารับคดีนี้แล้ว พอถังอวี๋กับเซี่ยงหงปัวกลับมา อย่าเพิ่งให้พวกเขาดูที่เกิดเหตุ แยกตัวไปสอบปากคำก่อน อาจจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ครับ” หานปินเสนอ
“ได้” เจิงเผิงถามกลับ “นายเลือกใคร?”
“เซี่ยงหงปัว”
“นึกว่าจะเลือกสาวสวยซะอีก” เจิงเผิงแซว
“คนสวยคนนี้รับมือยาก ยกให้หัวหน้าดีกว่าครับ” หานปินส่ายหน้ายิ้มขื่น
ตราบใดที่สกิลวิเคราะห์สีหน้ายังไม่ถึงระดับสูงหรือผู้เชี่ยวชาญ หานปินคงมองอารมณ์ที่แท้จริงของถังอวี๋ไม่ออก
ไม่นานนัก เซี่ยงหงปัวและถังอวี๋ก็รีบร้อนกลับมา เหงื่อบนหน้าผากถังอวี๋ไหลจนทำให้อายไลเนอร์เลอะเทอะ
หานปินและเจิงเผิงดักรอทั้งสองคน แล้วแยกพาไปสอบปากคำคนละห้อง
หานปินและหลี่ฮุยรับหน้าที่สอบปากคำเซี่ยงหงปัว
หานปินเปิดกล้องบันทึกการปฏิบัติงาน ถามคำถามทั่วไปก่อน แล้วค่อยเข้าประเด็น
“เซี่ยงหงปัว เมื่อเช้าคุณไปไหนมา?”
“คุณตำรวจหาน เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับของหายด้วยเหรอครับ?” เซี่ยงหงปัวย้อนถาม
“เกี่ยวแน่นอน เพราะพวกคุณไม่อยู่ห้อง ขโมยถึงสบโอกาส ไม่แน่ว่าขโมยอาจจะจงใจล่อพวกคุณออกไปก็ได้” หานปินทำหน้าจริงจัง
“ตอบคำถามผม”
“เราออกไปหาเพื่อนครับ”
“เพื่อนคนไหน?”
“เพื่อนคนชิงเต่านี่แหละครับ”
“ชื่ออะไร?”
เซี่ยงหงปัวกุมมือตัวเองแน่น เขากับถังอวี๋รีบกลับมาเกินไป ยังไม่ได้เตี๊ยมกัน อยากโกหกแต่ก็กลัวว่าจะพูดไม่ตรงกับถังอวี๋
“หรือว่าคดีลักทรัพย์จะเกี่ยวกับเพื่อนของคุณ?” หานปินถาม
“ไม่ ๆ ๆ ไม่เกี่ยวครับ”
“แล้วทำไมไม่บอก?”
“หลัวซิงหัว เพื่อนผมชื่อหลัวซิงหัว”
“ไปทำอะไรกัน?”
“ธุระส่วนตัวครับ ไม่เกี่ยวกับคดี” เซี่ยงหงปัวตอบเลี่ยง ๆ
“รู้เรื่องห้องโดนขโมยตอนไหน?”
“เมื่อกี้นี้เองครับ ตำรวจโทรมาบอกว่าห้อง 405 โดนขโมย และจากกล้องวงจรปิดเห็นขโมยเข้าไปในห้อง 406 ด้วย เราเลยรีบกลับมา”
“ในห้องมีของมีค่าอะไรบ้าง?”
“ไม่มีอะไรมีค่าหรอกครับ”
“ลองนึกดู เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องประดับ อะไรพวกนี้?” หานปินหยั่งเชิง
เซี่ยงหงปัวสายตาล่อกแล่ก ส่ายหน้า “นึกไม่ออกครับ”
“ในตู้เซฟมีอะไร?”
“คุณตำรวจหานครับ ให้ผมกลับไปดูที่ห้องก่อนได้ไหม ผมยังไม่เห็นสภาพห้องเลย ไม่รู้ว่าอะไรหายไปบ้าง” เซี่ยงหงปัวขอรอง
“ของตัวเองมีอะไรบ้าง จำไม่ได้เหรอ?” หานปินถามกลับ
“ผม... ผมนึกไม่ออกจริง ๆ ครับ” เซี่ยงหงปัวใช้แขนเช็ดเหงื่อ
“ตอนออกจากโรงแรม เห็นใครน่าสงสัยไหม?” หานปินถาม
“ไม่ครับ”
“มีคนน่าสงสัยไหม?”
“ไม่มีครับ” เซี่ยงหงปัวย้ำ
“คิดว่าหลัวซิงหัวน่าสงสัยไหม?”
“ผมคิดว่าเขาไม่น่าสงสัย” เซี่ยงหงปัวเหลือบตาไปทางขวา
หานปินยิ้ม เซี่ยงหงปัวไม่ใช่ถังอวี๋ เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
“อยากกลับไปดูห้องไม่ใช่เหรอ ไปสิ”
“ขอบคุณครับคุณตำรวจหาน” เซี่ยงหงปัวลุกขึ้นรีบเดินไปที่ห้อง
หานปินเดินตามหลังไปตลอด เห็นเซี่ยงหงโฟรีบไปดูตู้เซฟเป็นอย่างแรก ค้นหาของข้างใน แล้วแสดงสีหน้าผิดหวังและโกรธแค้นออกมา
“อะไรหาย?” หานปินถามเรียบ ๆ
“เอ่อ” เซี่ยงหงปัวตกใจ หันมามองหานปิน แล้วตอบเลี่ยง ๆ “เหมือนเงินสดจะหายไปครับ”
“มีอย่างอื่นอีกไหม?”
“ผมเป็นคนขี้ตกใจ พอตกใจก็ลืมหมดเลยครับ” เซี่ยงหงปัวตอบก้มหน้า
“นึกอะไรออกก็โทรบอกผม”
“ครับ ได้ครับ”
หานปินเดินออกจากห้อง เห็นเจิงเผิงและถังอวี๋เดินออกมาพอดี ถังอวี๋พยักหน้าทักทายแล้วรีบกลับเข้าห้องไป
“เป็นไงบ้าง?”
หานปินยักไหล่ “อึกอักไม่ยอมพูด”
“ทางนี้ก็เหมือนกัน ยัยนี่ลื่นเป็นปลาไหล ถามว่าไปไหน บอกว่าไปหาเพื่อนกับเซี่ยงหงปัว ถามชื่อเพื่อน บอกว่าเป็นเพื่อนเซี่ยงหงปัว ไม่สนิท ไม่รู้ชื่อ” เจิงเผิงแค่นเสียง
“เมื่อกี้ผมถามเซี่ยงหงปัวแล้ว คนที่ไปหาคือหลัวซิงหัว และผมลองหยั่งเชิงดู หลัวซิงหัวน่าจะเกี่ยวข้องกับคดีลักทรัพย์นี้ครับ” หานปินคาดเดา
“น่าสนุกแล้วสิ” เจิงเผิงลูบคาง “พวกเขาแตกคอกันเอง ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเรา”
“ตืด...” มือถือหานปินสั่น
หานปินดูวีแชต “สายผมมาถึงแล้วครับ”
“ไปสิ ไปทำความรู้จักหน่อย” เจิงเผิงบอก
เฉินซานเข้ามาพัวพันกับคดีแล้ว เจิงเผิงจะทำเป็นไม่รู้คงไม่ได้
“ผมขอคุยกับเขาก่อนนะครับ”
“ไปเถอะ”
หานปินเดินเลี่ยงไปโทรหาเฉินซาน “ถึงไหนแล้ว?”
“อยู่หน้าโรงแรมแล้วครับ” เฉินซานตอบ แล้วถามด้วยความอยากรู้ “พี่ปิน โรงแรมมีเรื่องอะไรอีกเหรอครับ?”
“ฉันสิต้องถามนาย” หานปินย้อน
“ผมแยกร่างไม่ได้นะครับ ตามสองคนนั้นออกไปข้างนอก จะไปรู้ได้ไงว่าในโรงแรมเกิดอะไรขึ้น”
“โรงแรมเกิดเหตุลักทรัพย์ ผู้จัดการไปแจ้งความแล้ว ตำรวจเจอผู้ต้องสงสัยสองคน นายก็เป็นหนึ่งในนั้น” หานปินบอก
“พี่ปิน อย่าล้อเล่นสิครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” เฉินซานรีบแก้ตัว
“ฉันเชื่อใจนายอยู่แล้ว ฉันรายงานหัวหน้าแล้ว หัวหน้าเจิงใจดี รับคดีนี้มาทำเอง นายมารายงานเรื่องที่สะกดรอยให้เขาฟัง พูดให้ชัดเจนก็ไม่มีปัญหาแล้ว” หานปินปลอบ
“โอย ตกใจหมดเลย โชคดีที่มีพี่ปินคุ้มหัว” เฉินซานถอนหายใจยาว
“เจอหัวหน้าฉัน อย่าพูดจาเหลวไหลล่ะ” หานปินกำชับ
“ไม่กล้าหรอกครับ”
เฉินซานยิ้มเจ้าเล่ห์ “พี่ปิน เรื่องค่าสายข่าว ผมขอเบิกกับหัวหน้าเจิงได้ไหมครับ?”
หานปิน “...”