- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 95 ที่เกิดเหตุ
บทที่ 95 ที่เกิดเหตุ
บทที่ 95 ที่เกิดเหตุ
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เกิดเหตุลักทรัพย์ที่โรงแรมเฉียนเหา หาดทรายทอง”
“ใครโทรมา?”
“สารวัตรซ่งจากสถานีตำรวจหาดทรายทอง ผู้รับผิดชอบโรงแรมไปแจ้งความที่นั่น สารวัตรซุนเจี้ยนอี้ลงพื้นที่แล้ว” เจิงเผิงกล่าว
“สารวัตรซ่งต้องการให้เราช่วยสืบสวนเหรอครับ?”
“มีห้องพักถูกขโมยของสองห้อง หนึ่งในนั้นคือห้องของถังอวี๋และเซี่ยงหงปัว เขาเกรงว่าจะกระทบต่อคดีของเรา เลยโทรมาแจ้งให้ทราบก่อน” เจิงเผิงอธิบาย
“ห้องของถังอวี๋กับเซี่ยงหงปัวโดนขโมยขึ้นเอาตอนนี้ มันจะบังเอิญไปหน่อยไหม” หลี่ฮุยพึมพำ
“หัวหน้าเจิ้ง ให้ผมกับหลี่ฮุยไปดูที่เกิดเหตุหน่อยไหมครับ ว่าสถานการณ์เป็นยังไง” หานปินเสนอ
“เหล่าเจิง นายนำทีมไปเถอะ ถ้าคดีลักทรัพย์เกี่ยวข้องกับคดีศพหญิงสาว ก็รับคดีมาทำรวมกันเลย” เจิ้งข่ายเสวียนสั่งการ
“ครับ”
...
ในรถเอสยูวีที่กำลังแล่นด้วยความเร็ว หลี่ฮุยเป็นคนขับ หานปินนั่งเบาะข้างคนขับ เจิงเผิงนั่งอยู่เบาะหลัง
“ถ้าเหอซือรุ่ยตกลงมาจากเรือยอช์ตจริง ๆ พวกนายคิดว่าฆาตกรคือหลัวซิงหัวไหม?” หลี่ฮุยถาม
“เป็นไปได้สูง ปกติคนจะเช่าเรือยอช์ตออกทะเลตอนกลางวัน แต่หลัวซิงหัวกลับเลือกเช่าตอนกลางคืน ไม่เพราะค่าเช่าถูกกว่า ก็คงเพราะมีเจตนาอื่นแอบแฝง” หานปินวิเคราะห์
“เจตนาอะไร?” หลี่ฮุยขยิบตา
“ก็แบบที่นายคิดนั่นแหละ” หานปินมองเหยียด
“ถ้าวิเคราะห์ตามแนวทางนี้ บนเรือยอช์ตก็น่าจะมีแค่เหอซือรุ่ยกับหลัวซิงหัวสองคน คงไม่เชิญคนอื่นไปเป็นกขค. งั้นการตายของเหอซือรุ่ยก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับเซี่ยงหงปัวและถังอวี๋โดยตรง แล้วทำไมพวกเขาต้องให้การเท็จเพื่อปกป้องเขาด้วยล่ะ?” เจิงเผิงแย้ง
“เป็นไปได้ไหมว่าทั้งสามคนสมรู้ร่วมคิดกันฆ่าเหอซือรุ่ย?” หลี่ฮุยเดา
“แรงจูงใจล่ะ?”
“ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือเราไม่มีหลักฐาน ทุกอย่างอาศัยการคาดเดาในการสืบสวน” เจิงเผิงกล่าว
“งั้นเราก็หาจุดเจาะทะลวง”
“จุดไหน?”
“คืนนั้นใครเป็นคนปลอมตัวเป็นเหอซือรุ่ยไปที่บาร์?” หานปินถามกลับ
“ฉันว่าน่าจะเป็นถังอวี๋” หลี่ฮุยตอบ
“ฉันก็คิดว่าถังอวี๋น่าสงสัยที่สุด ตอนนี้ต้องหาหลักฐานมายืนยันจุดนี้ ขอแค่พิสูจน์ได้ว่าคืนนั้นถังอวี๋ปลอมตัวเป็นเหอซือรุ่ย ก็จะตามหามือถือของเหอซือรุ่ยเจอ ถังอวี๋ก็จะดิ้นไม่หลุดจากคดีนี้” หานปินกล่าว
หลี่ฮุยส่ายหน้า “บาร์เทนเดอร์เจียงอันหยางจำได้แค่สีเล็บ จำหน้าถังอวี๋ไม่ได้เลย จะเอาแค่สีเล็บเหมือนกันมาปรักปรำถังอวี๋ไม่ได้หรอก”
“ที่เราเข้าใจผิดว่าถังอวี๋เป็นเหอซือรุ่ย ไม่ใช่เพราะเล็บหรอกนะ” หานปินล้วงซองบุหรี่ออกมา ส่งให้เจิงเผิงมวนหนึ่ง แล้วพูดต่อ
“คนที่ปลอมเป็นเหอซือรุ่ยคืนนั้น ใส่ชุดเดรสแขนกุดสีฟ้าเหมือนกัน คืนนั้นเหอซือรุ่ยจมน้ำตาย แสดงว่าชุดที่คนปลอมตัวใส่ไม่ใช่ชุดของเหอซือรุ่ย เป็นไปได้มากว่าทั้งสองคนมีชุดแบบเดียวกัน”
เจิงเผิงจุดบุหรี่สูบหนึ่งที “อืม ใช้เป็นแนวทางการสืบสวนได้”
“ยังมีหมวกอีก” หลี่ฮุยเสริม
“หานปิน แจ้งในกลุ่มหน่อย ให้เถียนลี่กับจ้าวหมิงเริ่มสืบจากจุดนี้” เจิงเผิงสั่ง
“ครับ”
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสามคนขับรถมาถึงโรงแรมเฉียนเหา
พอเดินเข้าล็อบบี้โรงแรม พนักงานต้อนรับก็จำหานปินได้ รีบลุกขึ้นต้อนรับ “คุณตำรวจหาน มาแล้วเหรอคะ”
“คนจากสถานีตำรวจล่ะ?”
“กำลังตรวจสอบห้องที่โดนขโมยอยู่ค่ะ เดี๋ยวฉันพาไปนะคะ” พนักงานต้อนรับกระตือรือร้นมาก
หานปินพยักหน้า รู้ดีว่าโรงแรมไม่อยากให้ตำรวจมาป้วนเปี้ยนแถวล็อบบี้ เดี๋ยวแขกจะแตกตื่น
ทั้งสี่คนขึ้นมาถึงชั้นที่ถังอวี๋และเซี่ยงหงปัวพัก เห็นสองห้องถูกกั้นด้วยเส้นเตือนภัย มีตำรวจท้องที่ยืนอยู่ในทางเดิน
“สารวัตรซุน” เจิงเผิงทักทาย
“หัวหน้าเจิง มาเร็วจังนะครับ” ซุนเจี้ยนอี้เข้ามาจับมือทักทายเจิงเผิง
“ผู้เสียหายล่ะครับ?”
“เจ้าของห้อง 405 กลับมาแล้ว ส่วนเจ้าของห้อง 406 กำลังเดินทางกลับมาครับ”
ถังอวี๋และเซี่ยงหงปัวพักอยู่ห้อง 406
“ทรัพย์สินเสียหายเยอะไหมครับ?” เจิงเผิงถาม
“ห้อง 405 โดนขโมยนาฬิกาข้อมือ เครื่องประดับบางส่วน และเงินสดพันกว่าหยวน ส่วนห้อง 406 ยังไม่ได้ตรวจสอบความเสียหายครับ” สารวัตรซุนตอบ
“ใครแจ้งความ?”
“แม่บ้านมาทำความสะอาด เจอประตูสองห้องนี้เปิดอยู่ มีรอยงัดแงะที่กุญแจ เลยแจ้งผู้จัดการโรงแรมครับ”
“สารวัตรซุนครับ ขอเราเข้าไปดูในห้อง 406 หน่อยได้ไหมครับ?” หานปินขออนุญาต
“ได้สิครับ”
“ขอบคุณครับ” หานปินสวมถุงคลุมรองเท้าแล้วเดินเข้าห้อง
ไม่นาน เจิงเผิงและหลี่ฮุยก็ตามเข้ามา
หลี่ฮุยมองสำรวจรอบ ๆ “จุ๊ ๆ ห้องรกชะมัด”
“ดูไม่เหมือนร่องรอยการรื้อค้นของขโมย แต่เหมือนเจ้าของห้องไม่ได้เก็บกวาดมากกว่า” หานปินวิเคราะห์
“รู้ได้ยังไง?”
“ข้างเท้านายมีถุงยางใช้แล้วตกอยู่อันนึง” หานปินเตือน
“ถ้าจัดห้อง ปกติก็ต้องเก็บถุงยางทิ้งก่อน ของส่วนตัวขนาดนี้ยังไม่เก็บ นายคิดว่าเขาจะเก็บของอย่างอื่นเหรอ?”
“เชี่ย” หลี่ฮุยกระโดดหลบเหมือนเหยียบกับระเบิด สำหรับคนโสด ไม่มีอะไรจะบาดตาบาดใจไปกว่านี้แล้ว
“อันนี้เรียนมาจากหนังสือเหมือนกันเหรอ?”
“ในหนังสือไม่มีสอนหรอก ประสบการณ์ล้วน ๆ” หานปินตอบส่ง ๆ
หลี่ฮุยยืนอึ้งเหมือนโดนคริติคอลดาเมจหมื่นจุด!
เขายังไม่เคยมีแฟนเลยนะ
“เลิกเล่นได้แล้ว ทำงาน” เจิงเผิงดุ
ด้านในห้องมีฉากกั้น มีกระจก อ่างล้างหน้า ตู้เสื้อผ้า ตู้เซฟ สุดทางด้านขวาเป็นห้องส้วม ซ้ายเป็นห้องอาบน้ำ
เจิงเผิงสังเกตอย่างละเอียด สายตาหยุดที่ตู้เซฟ “ตู้เซฟโดนงัด แสดงว่าเป็นมืออาชีพ”
หานปินเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เห็นประตูตู้เปิดอยู่ จึงหยิบมือถือมาถ่ายรูปไว้ แล้วค่อย ๆ พลิกดูเสื้อผ้าผู้หญิงทีละตัว
“หัวหน้าเจิง เราตรวจห้องละเอียดแล้ว ไม่เจอเบาะแสอะไรสำคัญ ไปดูกล้องวงจรปิดน่าจะเร็วกว่าครับ” ซุนเจี้ยนอี้แนะนำ
หานปินยิ้ม โรงแรมมีกล้องวงจรปิดทั้งทางเดิน ล็อบบี้ ทางเข้าออก เขาและเจิงเผิงรู้ดีอยู่แล้ว แค่หาข้ออ้างมาดูห้องของถังอวี๋และเซี่ยงหงปัวเท่านั้น
“กล้องจับภาพคนร้ายได้ไหม?” เจิงเผิงถามตามน้ำ
“เจอผู้ต้องสงสัยสองคนครับ คนหนึ่งดูต้นทาง อีกคนลงมือขโมย” ซุนเจี้ยนอี้โชว์รูปจากกล้องวงจรปิดในมือถือ
รูปแรกเป็นชายรูปร่างสูง สวมหมวกแก๊ปสีขาว ก้มหน้ามองไม่เห็นหน้าตา เห็นแค่รูปร่างคร่าว ๆ ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงยีน
รูปที่สองเป็นชายสวมหมวกแก๊ปสีดำ ใส่เสื้อยืดรัดรูป คาบไม้จิ้มฟัน และใส่แว่นกันแดด
หลี่ฮุยดูแวบหนึ่ง ส่ายหน้า “ไม่รู้จักครับ”
หานปินขมวดคิ้วเล็กน้อย รูปที่สองนั่นมันเฉินซานชัด ๆ