เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 94 ตั้งคดี

บทที่ 94 ตั้งคดี

บทที่ 94 ตั้งคดี


“นักแสดงละครเวที” หานปินพึมพำ

การวิเคราะห์สีหน้าของหานปินอยู่ในระดับเริ่มต้น เหนือขึ้นไปยังมีระดับสูงและระดับเชี่ยวชาญ

การวิเคราะห์สีหน้าคือการตัดสินอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของคน ผ่านทางสีหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ และภาษากาย

การวิเคราะห์สีหน้าระดับเริ่มต้น ทำได้เพียงแยกแยะผ่านภาษากายเท่านั้น

ส่วนระดับสูงและระดับเชี่ยวชาญ จะตัดสินอารมณ์คนผ่านการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าเพียงเล็กน้อย

‘สีหน้าชั่วแล่น’ (ไมโครเอ็กซ์เพรสชัน) อาจปรากฏขึ้นเพียง 1/25 วินาที เป็นการแสดงออกตามสัญชาตญาณ ไม่ถูกควบคุมโดยความคิด การจะจับสังเกตให้แม่นยำนั้นยากมาก

การเป็นนักแสดงคือการเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ สวมบทบาทเป็นตัวละครนั้น ๆ ใส่อารมณ์เข้าไป เล่นเป็นอะไรก็เหมือนอย่างนั้น

สกิลการวิเคราะห์สีหน้าของหานปินเป็นแค่ระดับเริ่มต้น ถ้าฝีมือการแสดงของถังอวี๋ดีพอ ก็เป็นไปได้จริง ๆ ที่จะหลอกเขาได้ คำให้การของถังอวี๋จึงไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป

ข้อมูลของถังอวี๋ เซี่ยงหงปัว และหลัวซิงหัว ถูกฉายขึ้นบนโปรเจกเตอร์ตามลำดับ ที่อยู่ของหลัวซิงหัวก็มีบันทึกไว้อย่างละเอียด

“กริ๊ง ๆ ๆ...” โทรศัพท์ของเจิงเผิงดังขึ้น

เจิงเผิงลุกไปรับสายด้านข้าง

พอกลับมาอีกครั้ง เจิงเผิงก็ยิ้มออกมา “บริษัทวีแชตแจ้งข่าวมาแล้ว พวกเขาตรวจสอบประวัติการชำระเงินของเหอซือรุ่ย พบว่าเมื่อวานซืนตอนสี่ทุ่มกว่า มีการใช้จ่ายที่บาร์หาดทรายทอง ยอดเงิน 48 หยวน”

ตั้งคดีได้แล้ว!

...

รอบร้านกาแฟมีอาคารสำนักงานอยู่ไม่น้อย เพื่อเอาใจรสนิยมของเหล่าพนักงานออฟฟิศ ร้านจึงตกแต่งด้วยโทนสีขาวเรียบง่าย ดูมีสไตล์แบบชนชั้นกลาง

ที่นั่งด้านในติดกำแพงมีชายสองหญิงหนึ่งนั่งอยู่ ชายหญิงที่นั่งด้วยกันคือถังอวี๋และเซี่ยงหงปัว ส่วนชายที่นั่งตรงข้ามดูอายุประมาณยี่สิบกว่าปี สวมแว่นกรอบดำ

“หงปัว พวกตำรวจไม่ได้สืบมาถึงฉันใช่ไหม” ชายแว่นกรอบดำถาม

“ไม่” เซี่ยงหงปัวตอบ

“งั้นก็ดี” ชายแว่นกรอบดำถอนหายใจยาว

หลัวซิงหัวพูดจบ ก็ก้มลงหยิบกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งจากด้านล่างวางบนโต๊ะกาแฟ

“ถังถัง คุณคุยกับตำรวจเยอะกว่า ให้คุณพูดเถอะ” เซี่ยงหงปัวบอก

ถังอวี๋พยักหน้า เล่าเรื่องที่ได้เจอกับตำรวจเมื่อวานให้ฟัง

หลัวซิงหัวฟังไปพลาง ถามแทรกบ้างเป็นระยะ ทั้งสามคุยกันอยู่ครึ่งชั่วโมงถึงออกจากร้านกาแฟ

ทั้งสามคนเพิ่งก้าวออกจากร้าน ชายคนหนึ่งก็เดินตามออกมา เขาอายุไม่มาก สวมหมวกแก๊ป ซึ่งก็คือเฉินซาน สายข่าวของหานปินนั่นเอง

เขาลูบคาง พึมพำว่า “ในกระเป๋าเดินทางใส่อะไรไว้นะ?”

...

หลังจากเจิงเผิงรายงานความคืบหน้าของคดีให้เจิ้งข่ายเสวียนทราบ เจิ้งข่ายเสวียนก็ยื่นเรื่องขออนุมัติตั้งคดีสืบสวนต่อกรมตำรวจสาขาอย่างเป็นทางการ

เวลานี้ จ้าวหมิงส่งประวัติการสื่อสารของพวกเซี่ยงหงปัวทั้งสามคนเข้ากลุ่มวีแชต

บริษัทวีแชตก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่งประวัติแชตของทั้งสามคนมาให้

เจิงเผิงถือเอกสารที่ปริ้นเรียบร้อยเดินเข้ามาในห้องทำงาน “ประวัติการโทรและแชตวีแชตอยู่นี่แล้ว มาดูซิว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันยังไง”

“ครับ”

คนสี่คนใช้ช่องทางติดต่อต่างกัน เวลาเรียบเรียงข้อมูลเลยค่อนข้างวุ่นวาย หานปินจึงเสนอให้เรียบเรียงตามลำดับเวลา

ใช้เวลาเรียบเรียงอยู่นานถึงครึ่งชั่วโมง พวกหานปินถึงจะจับต้นชนปลายถูก

“ตึก ตึก ตึก...” เสียงฝีเท้าดังขึ้น เจิ้งข่ายเสวียนเดินเข้ามาในห้องทำงาน

“หัวหน้าเจิ้ง คำขอตั้งคดีอนุมัติหรือยังครับ?” เจิงเผิงถาม

“ถึงจะไม่พบบาดแผลฉกรรจ์บนศพ แต่จากประวัติการจ่ายเงินวีแชตและคำให้การของบาร์เทนเดอร์ ก็เพียงพอจะยืนยันได้ว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา ทางกรมอนุมัติให้ตั้งคดีสืบสวนแล้ว”

“ดีจังค่ะ ถือว่าให้คำตอบกับญาติผู้ตายได้แล้ว” เถียนลี่ว่า

“อย่าเพิ่งดีใจไป ถ้าตั้งคดีแล้วจับคนร้ายไม่ได้ ก็เป็นความรับผิดชอบของพวกนายนะ” เจิ้งข่ายเสวียนเตือน

“หัวหน้าเจิ้งพูดถูก การตั้งคดีเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ ความท้าทายที่แท้จริงยังรออยู่ข้างหน้า” เจิงเผิงเสริม

เจิ้งข่ายเสวียนลากเก้าอี้มานั่ง “ตอนนี้คดีมีความคืบหน้าอะไรไหม?”

เจิงเผิงบุ้ยปาก “หานปิน นายพูดสิ”

“เราดึงข้อมูลการติดต่อของเหอซือรุ่ย ถังอวี๋ เซี่ยงหงปัว และหลัวซิงหัวมา หลังจากเปรียบเทียบดูแล้วก็พบความผิดปกติบางอย่างครับ” หานปินหมุนปากกาหมึกซึมในมือขวาเล่น แล้วพูดต่อ

“ก่อนเหอซือรุ่ยตาย หลัวซิงหัวติดต่อกับเซี่ยงหงปัวและเหอซือรุ่ยบ่อยมาก แต่พอเหอซือรุ่ยตาย หลัวซิงหัวแทบไม่ติดต่อเซี่ยงหงปัวเลย ถึงติดต่อก็แค่โทรหา ไม่ใช้วีแชตอีก”

“สี่คนนี้ตกลงเป็นอะไรกัน?” เจิ้งข่ายเสวียนถาม

“หลัวซิงหัวกับเซี่ยงหงปัวเป็นเพื่อนกัน เซี่ยงหงปัวกับถังอวี๋เป็นแฟนกัน หลัวซิงหัวกำลังจีบเหอซือรุ่ย เลยยอมจ่ายค่าห้องแพง ๆ ให้ครับ”

“จีบติดไหม?”

“น่าจะยังครับ” หานปินตอบ

“หลัวซิงหัวเกี่ยวข้องกับการตายของเหอซือรุ่ยไหม?”

“ก่อนเหอซือรุ่ยตาย เซี่ยงหงปัวรู้ว่าเหมาอี้หรานมาชิงเต่า และเอาเรื่องนี้ไปบอกหลัวซิงหัว ทำให้หลัวซิงหัวทั้งโกรธทั้งเครียด ถึงขั้นจะหาคนไปจัดการเหมาอี้หรานครับ” หานปินกล่าว

“เซี่ยงหงปัวรู้ได้ยังไงว่าเหมาอี้หรานมาชิงเต่า?” หลี่ฮุยถาม

“ผมคิดว่าถังอวี๋โกหกครับ” หานปินเอาปากกาเคาะโต๊ะ

“เรื่องที่เหมาอี้หรานมาชิงเต่า เหอซือรุ่ยน่านะเคยบอกเธอ หรืออาจจะเคยปรึกษาเธอด้วยซ้ำ แล้วถังอวี๋ก็เอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน ส่วนเซี่ยงหงปัวก็ส่งวีแชตบอกหลัวซิงหัว”

เจิ้งข่ายเสวียนลูบคาง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “วันที่เหอซือรุ่ยตาย หลัวซิงหัวอยู่ที่ไหน?”

“จากแชตของหลัวซิงหัวกับเซี่ยงหงปัว การมาของเหมาอี้หรานกดดันเขามาก เพื่อจะจีบเหอซือรุ่ยให้ติด หลัวซิงหัวเตรียมทุ่มเงินเช่าเรือยอช์ตพาเหอซือรุ่ยออกทะเล นัดเวลากันคือสองทุ่มวันที่ 24 สิงหาครับ” หานปินอธิบาย

“เวลาตายของเหอซือรุ่ยคือสองทุ่มถึงสี่ทุ่ม หมายความว่าเป็นไปได้สูงว่าเหอซือรุ่ยจะตายบนเรือยอช์ต” เจิ้งข่ายเสวียนคาดเดา

“เหอซือรุ่ยว่ายน้ำไม่เป็น พอตกน้ำเลยพยายามคว้าเรือยอช์ตเพื่อช่วยตัวเอง ในซอกเล็บเลยมีเศษสีติดอยู่ ซึ่งตรงกับผลตรวจของหมออู๋ครับ” เจิงเผิงวิเคราะห์

เจิ้งข่ายเสวียนพยักหน้า “ในที่สุดก็พอเห็นเค้าลางบ้างแล้ว”

“กริ๊ง ๆ ๆ...”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เจิงเผิงเดินเลี่ยงไปรับสาย

สักพัก เจิงเผิงเดินกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“หัวหน้าเจิ้ง เกิดเรื่องอีกแล้วครับ!”

จบบทที่ บทที่ 94 ตั้งคดี

คัดลอกลิงก์แล้ว