- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 87 เบาะแสใหม่
บทที่ 87 เบาะแสใหม่
บทที่ 87 เบาะแสใหม่
เหอซือรุ่ยไปแถว ๆ บาร์ แล้วกล้องวงจรปิดก็จับภาพไม่ได้อีก
ทั้งสองตรวจสอบกล้องตัวอื่น ๆ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเหอซือรุ่ยอีกเลย
“นี่คงไม่ใช่ภาพจากกล้องวงจรปิดสุดท้ายก่อนที่เหอซือรุ่ยจะตายหรอกนะ?” หลี่ฮุยคาดเดา
หานปินลุกขึ้น บิดขี้เกียจ “ไปเถอะ เราไปถามที่บาร์กัน”
“พูดถูก ควรจะเดินยืดเส้นยืดสายบ้างแล้ว” หลี่ฮุยยันโต๊ะ ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
หานปินยิ้ม “โรคกำเริบอีกแล้ว”
“ถุย ๆ ๆ ฉันแค่นั่งนานไปหน่อย เลยไม่สบายตัวเฉย ๆ” หลี่ฮุยแค่นเสียง
“หนุ่ม ๆ ต้องออกกำลังกายเยอะ ๆ นั่งนาน ๆ ไม่ใช่แค่ไม่ดีต่อข้างหลัง ต่อข้างหน้าก็ไม่ดีเหมือนกัน” หานปินขยิบตา
“ไปไกล ๆ เลย พี่ชายยังไม่เคยใช้งาน ของใหม่เอี่ยม จะไม่ดีได้ยังไง” หลี่ฮุยร้องโวยวายเหมือนแมวโดนเหยียบหาง
“ฮ่า ๆ ๆ”
หานปินหัวเราะร่า เดินออกจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิด
สีหน้าหลี่ฮุยยิ่งดูแย่ลง “ไอ้นี่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ พูดให้ชัด ๆ ว่าหัวเราะอะไร!”
ทั้งสองออกจากโรงแรม เดินไปไม่ไกลก็ถึงบาร์เล็ก ๆ
หานปินมาเที่ยวทะเลบ่อย แต่บาร์กลางแจ้งแบบนี้ไม่เคยเข้า เหตุผลมีคำเดียวง่าย ๆ คือ ‘แพง’
ตอนนี้รอบบาร์ไม่ค่อยมีคน หานปินนั่งลงบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์ เตรียมจะลองสัมผัสบรรยากาศดูสักหน่อย
หลี่ฮุยลังเลเล็กน้อย แล้วไปยืนข้าง ๆ หานปิน
“พี่ชายสุดหล่อทั้งสอง รับอะไรดีคะ?” บาร์เทนเดอร์สาวคนหนึ่งถาม
หานปินมองไปรอบ ๆ “คนสวย อยู่คนเดียวเหรอครับ?”
“ปกติเวลานี้จะมีสองคน แต่วันนี้ลูกค้าน้อย ฉันคนเดียวก็พอค่ะ” บาร์เทนเดอร์สาวตอบ
“เมื่อคืนคุณอยู่ที่นี่ไหม?” หานปินถาม
“ถามทำไมคะ?” บาร์เทนเดอร์สาวย้อนถาม
หานปินหยิบบัตรตำรวจออกมา “ตำรวจ”
“พี่ตำรวจ พวกพี่มาสืบเรื่องศพผู้หญิงที่ชายหาดใช่ไหมคะ” บาร์เทนเดอร์สาวถาม
“ฟังจากน้ำเสียง เหมือนจะรู้อะไรมาบ้างนะ?”
“ฉันรู้ว่าถ้าเรื่องนี้ไม่จบ ธุรกิจเราก็หากินลำบากไปอีกวันค่ะ” บาร์เทนเดอร์สาวถอนหายใจ
“คุณเป็นแค่ลูกจ้างจะไปห่วงแทนเจ้านายทำไม ไม่มีลูกค้าก็พักผ่อนสิ” หลี่ฮุยว่า
“พี่คะ พี่กินข้าวหลวง พวกฉันที่เป็นลูกจ้างไม่เหมือนกันนะ ลูกค้าเยอะ ขายเหล้าได้เยอะถึงจะได้ค่าคอมฯ จะหวังพึ่งแค่เงินเดือนตายตัว กินอยู่ยังไม่พอเลยค่ะ” บาร์เทนเดอร์สาวถอนหายใจ
“บาร์ของพวกคุณมีกล้องวงจรปิดไหม?”
“ไม่มีค่ะ ตามคำพูดของเจ้านายหนูคือ ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว”
“ถ้าทุกคนคิดแบบเจ้านายคุณ อัตราการเกิดอาชญากรรมไม่สูงก็แปลกแล้ว” หลี่ฮุยแค่นเสียง
“เมื่อคืนคุณอยู่ที่นี่ไหม?” หานปินถาม
“ผู้หญิงคนนั้นจมน้ำตายเมื่อคืนเหรอคะ?” บาร์เทนเดอร์สาวย้อนถาม
หานปินขมวดคิ้ว “อยากให้พวกเราปิดคดีเร็ว ๆ ไหม”
บาร์เทนเดอร์สาวตอบโดยไม่ลังเล “อยากค่ะ”
“ฉันถาม เธอตอบ โอเคไหม?”
“โอเคค่ะ” บาร์เทนเดอร์สาวทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเค
“เมื่อคืนคุณอยู่ที่นี่ไหม?”
“ไม่อยู่ค่ะ ฉันเข้ากะกลางวัน”
“เมื่อคืนใครรับผิดชอบที่นี่?”
“ก่อนสามทุ่มครึ่งมีสองคน หลังสามทุ่มครึ่งลูกค้าน้อย ส่วนใหญ่จะเหลือคนเดียวค่ะ”
“หลังสามทุ่มครึ่งใครอยู่?”
“เจียงอันหยางค่ะ”
“มีเบอร์โทรเขาไหม?”
“พวกเราติดต่อกันทางกลุ่มวีแชต แต่เวลานี้น่าจะหลับอยู่ คงไม่ตอบหรอกค่ะ”
“ตืด...” มือถือหานปินสั่น เปิดดูเห็นว่าเป็นกลุ่มวีแชตทีม 2
เจิงเผิงส่งข้อความมา “มีเบาะแสใหม่ ไปเจอกันที่สถานีตำรวจ”
หานปินหยิบกระดาษปากกาออกมา เขียนเบอร์โทรศัพท์ตัวเองลงไป “ถ้าเจียงอันหยางมาทำงาน ให้เขาติดต่อผม”
...
สิบนาทีต่อมา พวกหานปินทั้งสองกลับมาถึงสถานีตำรวจ เถียนลี่และจ้าวหมิงก็ทยอยมาถึง
เจิ้งข่ายเสวียนและเจิงเผิงคุยกันเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ พอเห็นทุกคนมาครบแล้ว จึงเดินเข้ามา
เจิ้งข่ายเสวียนดูนาฬิกา “ตอนนี้สี่โมงเย็น ทุกคนออกไปสืบสวนมาสามชั่วโมงแล้ว มารวบรวมเบาะแสกันหน่อย”
“หัวหน้าเจิ้ง ฉันติดต่อพ่อแม่ผู้ตายแล้วค่ะ พวกเขากำลังเดินทางมา” เถียนลี่รายงาน
“อืม” เจิ้งข่ายเสวียนพยักหน้า ถามต่อ “ทางบริษัทเครือข่ายมือถือเจออะไรบ้าง?”
“ฉันปริ้นประวัติการโทรและข้อความของผู้ตายมาแล้ว มีไม่กี่คนที่ติดต่อกับผู้ตายบ่อย ๆ ฉันตรวจสอบข้อมูลระบุตัวตนของพวกเขาแล้วค่ะ” เถียนลี่พูดพลางหยิบเอกสารชุดหนึ่งวางบนเครื่องฉายโปรเจกเตอร์
“ในจำนวนนั้นมีเบอร์หนึ่งที่น่าสนใจ ในช่วงสามวันก่อนเหอซือรุ่ยเสียชีวิต เบอร์นี้โทรเข้ามาสิบเอ็ดครั้ง เหอซือรุ่ยรับสายแค่ครั้งเดียว อีกสิบครั้งที่เหลือตัดสายทิ้งหมด”
“เจ้าของเบอร์คือใคร?”
“แฟนเก่าผู้ตาย เหมาอี้หรานค่ะ”
“สามวันโทรสิบเอ็ดครั้ง โดนตัดสายสิบครั้ง เรียกว่าโทรจิกข้ามจังหวัดได้ไหมเนี่ย” จ้าวหมิงพูด
“ถ้ามีคนตัดสายฉันแบบนี้ ฉันคงโกรธแทบตายแน่” หลี่ฮุยยักไหล่
“จ้าวหมิง ในห้องพักเหอซือรุ่ยเจออะไรไหม?”
“ทีมเทคนิคไม่เจออะไร แต่ผมเจออย่างหนึ่งครับ”
“อย่ามัวแต่อมพะนำ พูดมา”
“บ้านเหอซือรุ่ยคนนี้น่าจะรวยพอดู ห้องที่เธอพักเป็นห้องวิวทะเล ยืนที่ระเบียงก็เห็นทะเล ค่าห้องบวกอาหารเช้าวันละพันแปดร้อยหยวน” จ้าวหมิงบอก
“เทียบกับบ้านนายล่ะ?” หลี่ฮุยขยิบตา
“พี่ฮุย บ้านผมได้เงินเวนคืนที่ดิน ไม่ใช่เศรษฐีใหม่ ถ้าใช้เงินแบบนี้ พ่อผมตีก้นลายแน่” จ้าวหมิงยิ้ม เสริมอีกประโยคว่า
“แน่นอนว่า ยกเว้นฮันนีมูนนะครับ”
“คนโสดคิดไปไกลเชียวนะ” หลี่ฮุยแค่นเสียง
“เลิกพล่ามได้แล้ว” เจิ้งข่ายเสวียนโบกมือ “หลี่ฮุย เอาแรงที่มีไปพูดเรื่องคดีเถอะ”
“หัวหน้าเจิ้ง เราตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมและบริเวณโดยรอบแล้ว พบว่าสิ่งที่ถังอวี๋พูดเป็นความจริง เมื่อคืนตอนสองทุ่มเหอซือรุ่ยออกจากโรงแรม ปรากฏตัวที่บาร์ใกล้ ๆ ตอนประมาณสี่ทุ่มสิบนาที หลังจากนั้นก็ไม่เห็นในกล้องอีกเลยครับ” หลี่ฮุยรายงาน
“ระหว่างสองทุ่มถึงสี่ทุ่ม ผู้ตายทำอะไร?” เจิ้งข่ายเสวียนซัก
“ในกล้องมองไม่เห็นครับ” หลี่ฮุยยักไหล่
เจิ้งข่ายเสวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชี้ไปที่เจิงเผิงซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ “พูดสิ่งที่นายเจอมาดีกว่า”
“ผมไปบริษัทอินเทอร์เน็ตดึงประวัติวีแชตของผู้ตาย พบว่าแชตสุดท้ายคือเมื่อคืนตอนสี่ทุ่มครึ่ง คุยกับแฟนเก่าที่ชื่อเหมาอี้หราน” เจิงเผิงพูดพลางวางบันทึกการสนทนาชุดหนึ่งลงบนเครื่องฉายโปรเจกเตอร์
“นี่คือบทสนทนาของทั้งคู่ เหอซือรุ่ยชวนเหมาอี้หรานมาที่ชายหาด จะขอคุยให้รู้เรื่อง เคลียร์ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนให้ชัดเจน”
“จุ๊ ๆ ดูท่าทางเมื่อคืนเหอซือรุ่ยจะดื่มไปไม่น้อยนะเนี่ย” หลี่ฮุยเดาะลิ้น
“ตอนแรกก็คิดแบบนั้น แต่พอเปิดดูประวัติการคุยก่อนหน้า พบว่าเหมาอี้หรานมาถึงเมืองชิงเต่าตั้งแต่วันที่ 23 สิงหา หรือก็คือเมื่อวานซืนแล้ว” เจิงเผิงกล่าว
“เหมาอี้หรานมาถึงชิงเต่าวันที่ 23 สิงหา เหอซือรุ่ยตายวันที่ 24 สิงหา นี่มันบังเอิญเกินไปแล้วมั้ง” เถียนลี่อุทานด้วยความตกใจ
เจิงเผิงใช้นิ้วชี้ขวาชี้ไปที่เนื้อหาในบันทึกการสนทนาบนโปรเจกเตอร์ “ที่บังเอิญกว่านั้นคือ เมื่อคืนตอนห้าทุ่ม เหมาอี้หรานมาที่หาดทรายทอง”