- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 61 ดาวเด่นของกองร้อยตำรวจ
บทที่ 61 ดาวเด่นของกองร้อยตำรวจ
บทที่ 61 ดาวเด่นของกองร้อยตำรวจ
กรมตำรวจสาขาชิงเต่า
“ก๊อง ๆ...”
“ตึง ๆ ตึง ๆ...”
เสียงฆ้องเสียงกลองตีดังกังวานยิ่งขึ้น จนไปรบกวนเหล่าผู้บริหารในกรมเข้าแล้ว
ไต้หมิงหานผู้กำกับสาขาถึงกับเดินออกมาดูด้วยตัวเอง
หลี่จ้านคุนหัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรม 1 และซุนเฉิงอิงหัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรม 2 ก็เดินออกมาเช่นกัน
ตำรวจจำนวนไม่น้อยวิ่งออกมาดูความครึกครื้น
“จ้านคุน เหล่าซุน เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” ไต้หมิงหานเอ่ยถาม
“ผกก.ไต้ ผมก็งงเหมือนกันครับ” หลี่จ้านคุนส่ายหน้า
“ดูเหมือนจะมามอบธงผ้าไหมนะครับ” ซุนเฉิงอิงกล่าว
“พูดไร้สาระ! ฉันดูไม่ออกรึไง?” ไต้หมิงหานแค่นเสียง เขาอยากจะรู้ต่างหากว่าธงผ้าไหมน่ะเอามามอบให้ใคร?
ทั้งสองคนเผยสีหน้าเจื่อน ๆ แล้วคิดขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย หรือว่าจะเอามามอบให้หน่วย 3?
ในกลุ่มคนที่ตีฆ้องร้องป่าวนั้น คนที่นำหน้ามาคือสวีเยี่ยนจากชุมชนหลินฟาง ในมือเธอถือธงผ้าไหมผืนหนึ่ง ตรงกลางเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ไว้สองแถวว่า “ตำรวจเพื่อประชาชนไขคดีรวดเร็วดั่งสายฟ้า อบอุ่นใจปวงประชา”
มุมขวาบนมีตัวหนังสือแถวหนึ่งเขียนว่า “มอบแด่กรมตำรวจสาขาชิงเต่าอวี้หัว”
ด้านซ้ายมีตัวหนังสือขนาดเล็กสองแถว “สวีเยี่ยน ซ่งจินชาง ชุมชนหลินฟาง สิงหาคม ปี 2019”
สวีเยี่ยนเดินออกมาจากฝูงชน พอเห็นไต้หมิงหานถูกล้อมอยู่ตรงกลาง ก็เดินตรงเข้าไปหาเขา “คุณคือหัวหน้าของกรมตำรวจสาขาใช่ไหมคะ?”
“นี่คือผกก.ไต้ประจำสาขาของพวกเรา คุณมีธุระอะไร?” หลี่จ้านคุนถาม
“ท่านผกก.ไต้คะ ฉันเป็นผู้อยู่อาศัยในชุมชนหลินฟาง มามอบธงผ้าไหมให้กรมตำรวจของท่านค่ะ ขอบคุณกรมตำรวจของท่านที่ช่วยจับคนร้ายได้ทันเวลา ช่วยชีวิตพ่อของฉันเอาไว้” สวีเยี่ยนกล่าว
ไต้หมิงหานมึนงงเล็กน้อย ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกในทันที
คนด้านหลังก็เดินตามขึ้นมา ชายคนหนึ่งจับมือของไต้หมิงหานไว้ “ท่านผกก.ไต้ครับ ผมก็เป็นเจ้าของห้องในชุมชนหลินฟาง ขอบคุณกรมของท่านที่ช่วยพวกเราจับขโมยได้ครับ”
“ไม่ต้องเกรงใจครับ มันเป็นหน้าที่” ไต้หมิงหานถึงเพิ่งจะพอรู้เรื่องขึ้นมาบ้าง เขาจำได้ว่าเมื่อสองวันก่อน มีคดีลักทรัพย์ต่อเนื่องเกิดขึ้นคดีหนึ่ง เขายังกำชับเจิ้งข่ายเสวียนไปว่า เรื่องของประชาชนไม่มีคำว่าเรื่องเล็ก ต้องรีบปิดคดีให้ได้ทันท่วงที
ด้านข้างยังมีเจ้าของห้องอีกสองคนถือธงผ้าไหมเดินเข้ามา ผืนหนึ่งเขียนว่า “ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ปิดคดีรวดเร็วดั่งเทพ”
ธงผ้าไหมอีกผืนหนึ่งเขียนว่า “ทุ่มเททั้งใจเพื่อประชาชน ตำรวจของประชาชน”
พอได้เห็นธงผ้าไหมทั้งสามผืนนี้ ไต้หมิงหานก็ดีใจมาก เผยสีหน้าพึงพอใจออกมา
“ผกก.ไต้คะ ฉันอยากจะมอบธงผ้าไหมผืนนี้ให้กับคุณตำรวจเจิ้งและคุณตำรวจหาน อยากจะขอบคุณพวกเขาด้วยตัวเองค่ะ” สวีเยี่ยนพูดด้วยสีหน้าจริงใจ
“ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาช่วยจับขโมยได้ทันเวลา ตามหาเงินค่าผ่าตัดของพ่อฉันกลับมาได้ ป่านนี้ท่านก็คงจะ...”
นอกจากความซาบซึ้งใจแล้ว ยิ่งพูดสวีเยี่ยนก็ยิ่งตื้นตัน ขอบตาแดงก่ำ
“คุณไม่ต้องใจร้อน ผมจะตามตัวพวกเขามาให้เดี๋ยวนี้แหละ” ไต้หมิงหานปลอบใจไปประโยคหนึ่ง คดีนี้เจิ้งข่ายเสวียนเป็นคนรับผิดชอบ คุณตำรวจเจิ้งย่อมหมายถึงเขาแน่นอน แต่คุณตำรวจหานนี่คือใครกัน?
“เจิ้งข่ายเสวียน” ไต้หมิงหานตะโกนเรียก
“ผกก.ไต้ เรียกผมเหรอครับ” เจิ้งข่ายเสวียนเบียดตัวออกมาจากฝูงชน
“ทำคดีได้ไม่เลว ชาวบ้านเอาธงผ้าไหมมามอบให้นายแน่ะ” ไต้หมิงหานยื่นมือไปตบไหล่เขาเบา ๆ
“คุณตำรวจเจิ้ง ขอบคุณคุณกับคุณตำรวจหานที่ช่วยพ่อฉันไว้นะคะ” สวีเยี่ยนส่งมอบธงผ้าไหมใส่มือของเจิ้งข่ายเสวียนด้วยตัวเอง
“คุณสวีครับ นี่เป็นสิ่งที่ตำรวจอย่างพวกเราควรทำอยู่แล้วครับ” เจิ้งข่ายเสวียนรับคำ แล้วตะโกนเข้าไปในฝูงชน
“หานปิน มานี่!”
“ครับ”
หานปินเดินมาจากที่ไกล ๆ แล้วทักทาย “คุณสวี แล้วก็ทุกคนก็มากันด้วย...”
“ขอบคุณที่คุณช่วยจับขโมย ช่วยตามหาเงินค่าผ่าตัดกลับมาให้เราได้ทันเวลา ฉันไม่มีของอะไรจะให้เพื่อเป็นการขอบคุณ ก็เลยอยากจะมาแสดงความขอบคุณด้วยตัวเองค่ะ” สวีเยี่ยนกล่าว
“คุณพ่อผ่าตัดหรือยังครับ?”
“ผ่าตัดแล้วค่ะ ประสบความสำเร็จมาก ตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่ค่ะ”
“งั้นก็ดีแล้วครับ” หานปินยิ้ม ถือว่าไม่ได้เหนื่อยเปล่า
เจ้าของห้องคนอื่น ๆ ที่ของหาย ก็ทยอยกันเข้ามาแสดงความขอบคุณ
ในขณะนั้นเอง แผนกประชาสัมพันธ์ของกรมตำรวจก็ถือกล้องวิดีโอกับกล้องถ่ายรูปเดินออกมา บันทึกภาพบรรยากาศอันครึกครื้นนี้เอาไว้
หานปินเองก็ได้รับธงผ้าไหมหนึ่งผืน ถ่ายรูปกับเจ้าของห้องในชุมชนหลินฟางไปหลายรูป ถือว่าได้หน้าไปเต็ม ๆ
ภายใต้คำแนะนำของแผนกประชาสัมพันธ์ ไต้หมิงหาน เจิ้งข่ายเสวียน และหานปินทั้งสามคน ก็ถ่ายรูปหมู่ร่วมกับชาวบ้านที่มามอบธงผ้าไหมไว้เป็นที่ระลึก
สุดท้ายคนของหน่วยสืบสวนอาชญากรรม 3 ก็ถือธงผ้าไหมทั้งสามผืนถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน เจิ้งข่ายเสวียนยืนอยู่ตรงกลาง หานปินและจ้าวอิงขนาบข้าง ลูกทีม 1 และทีม 2 ยืนเรียงแถวกันไปตามลำดับ
กิจกรรมมอบธงผ้าไหมในครั้งนี้ หน่วยสืบสวนอาชญากรรม 3 ถือว่าได้หน้าไปเต็ม ๆ หน่วย 1 กับหน่วย 2 อดรู้สึกหงอยเหงาไม่ได้ หัวหน้าหน่วยทั้งสองเดินเงียบ ๆ กลับเข้าไปในกรมตำรวจ
หลังจากบรรยากาศอันครึกครื้นจบลง พวกเจิ้งข่ายเสวียน หานปิน และจ้าวอิง ก็เดินไปส่งเจ้าของห้องในชุมชนหลินฟางที่หน้าประตูกรมตำรวจด้วยตัวเอง
ซ่งจินชางดูเงียบขรึมไปบ้าง เดินรั้งท้ายทุกคนไปก้าวหนึ่ง เขาเดินมาข้างกายหานปิน แล้วจับมือกับหานปิน “คุณตำรวจหาน ขอบคุณที่จับขโมยได้ ช่วยล้างมลทินให้ผมนะครับ”
“ไม่ต้องเกรงใจครับ มันเป็นหน้าที่ของผม”
“ผมแค่อยากจะมาขอบคุณคุณด้วยตัวเองครับ”
หานปินพยักหน้า ดูออกว่าอีกฝ่ายมีเรื่องในใจ “ข้อสงสัยที่มีต่อคุณก่อนหน้านี้ ทางตำรวจของเราเป็นคนตั้งขึ้นมา หวังว่าคู่สามีภรรยาอย่างพวกคุณจะไม่เก็บมาใส่ใจนะครับ”
ซ่งจินชางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา “ผมกับสวีเยี่ยน ตกลงหย่ากันแล้วครับ”
หานปินถามด้วยความประหลาดใจ “เพราะเรื่องเงินเก็บหายไปเหรอครับ?”
ซ่งจินชางส่ายหน้า “ความขัดแย้งระหว่างเรามันมีมานานแล้วครับ ต่อให้เงินเก็บจะไม่หายไป ก็ต้องทะเลาะกันเรื่องค่าผ่าตัดอยู่ดี”
“ถึงขั้นนั้นเลยเหรอครับ?” หานปินขมวดคิ้ว
“คุณตำรวจหาน คุณยังไม่แต่งงานใช่ไหมครับ”
“ยังครับ”
“เมื่อเทียบกับครอบครัวตัวเองแล้ว สวีเยี่ยนใส่ใจบ้านเดิมของเธอมากกว่า” ซ่งจินชางถอนหายใจ “ผมแก่กว่าคุณไม่กี่ปี เดี๋ยวพอคุณแต่งงาน ก็จะเข้าใจเองครับ”
หานปินอ้าปาก อยากจะพูดเกลี้ยกล่อม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ก็เหมือนอย่างที่ซ่งจินชางพูด ตัวเขาเองยังไม่แต่งงาน ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ แล้วจะมีสิทธิ์อะไรไปเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย
ซ่งจินชางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องบอกเรื่องนี้กับหานปิน อาจจะเป็นเพราะแค่อยากจะหาใครสักคนปรับทุกข์ด้วย
เขากับสวีเยี่ยนมีความขัดแย้งกันมานานแล้ว แทนที่จะต้องมาทะเลาะกันทุกวัน ทำร้ายจิตใจกันและกัน สู้เลิกรากันด้วยดี แล้วเริ่มต้นใหม่ดีกว่า...
ห้องทำงานผู้กำกับ
ไต้หมิงหานนั่งดูคอมพิวเตอร์อยู่ที่โต๊ะทำงาน
บนหน้าจอแสดงเว็บไซต์ภายในของกรมตำรวจ มุมซ้ายบนยังมีรูปถ่ายของหานปินอยู่ด้วย
ไต้หมิงหานดูไปพลาง พยักหน้าไปพลาง เจ้าหนุ่มนี่ใช้ได้เลย เพิ่งจะมาอยู่กองปราบก็สร้างผลงานใหญ่ได้ตั้งหลายครั้ง
“หึ ที่แท้ก็เป็นลูกชายของเหล่าหาน มิน่าล่ะฉันถึงรู้สึกคุ้น ๆ”
“มีลูกชายดีนี่นา”
“ก๊อก ๆ” ด้านนอกมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ไต้หมิงหานปิดหน้าจอ “เข้ามา”
“แอ๊ด...” เสียงประตูเปิดดังขึ้น เจิ้งข่ายเสวียนกับหานปินก็เดินเข้ามา
“ผกก.ไต้” ทั้งสองคนทำความเคารพ
“นั่งสิ” ไต้หมิงหานชี้ไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“ผกก.ไต้ เรียกผมมามีธุระอะไรเหรอครับ?” เจิ้งข่ายเสวียนถามเข้าประเด็นทันที
“ช่วงนี้อัตราการปิดคดีของทีม 3 ถือว่าไม่เลว ชนะไม่ลำพอง แพ้ไม่ท้อถอย รักษามาตรฐานนี้ต่อไปนะ”
“ครับ”
ไต้หมิงหานหันหน้าไปมองหานปินที่อยู่ข้าง ๆ “นายชื่อหานปินใช่ไหม?”
“ครับ”
“พ่อหนุ่มใช้ได้เลยนี่ หน่วยก้านเหมาะจะเป็นตำรวจกองปราบ ฉันคาดหวังในตัวนายนะ ตั้งใจทำงานล่ะ” ไต้หมิงหานพูดให้กำลังใจ
“ครับ จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังครับ” หานปินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ช่วงนี้หน่วย 3 ของพวกนายทำผลงานได้ดี ดาวเด่นของกองร้อยตำรวจประจำเดือนนี้ ฉันจะเสนอชื่อหน่วย 3 ของพวกนาย” ไต้หมิงหานกล่าว
กรมตำรวจสาขาได้เปิดคอลัมน์ ‘ดาวเด่นของกองร้อยตำรวจ’ ในเครือข่ายภายในและบอร์ดประชาสัมพันธ์ เพื่อแสดงบทบาทความเป็นแบบอย่างที่ดีให้เห็นอย่างเต็มที่
การคัดเลือก ‘ดาวเด่นของกองร้อยตำรวจ’ จะมีขึ้นเดือนละหนึ่งครั้ง แต่ละครั้งจะคัดเลือกบุคคลดีเด่น 1 คน และกลุ่มดีเด่น 1 กลุ่ม เพื่อเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้ให้กับตำรวจทั้งกรม
ไต้หมิงหานยื่นมือไปชี้ที่เจิ้งข่ายเสวียน “ส่วนบุคคลดีเด่น ให้นายที่เป็นหัวหน้าหน่วยเป็นคนเสนอชื่อแล้วกัน”