เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ทั้งหมดก็เพราะผู้หญิงคนนั้น

บทที่ 24 ทั้งหมดก็เพราะผู้หญิงคนนั้น

บทที่ 24 ทั้งหมดก็เพราะผู้หญิงคนนั้น


“ทั้งหมดก็เพราะผู้หญิงคนนั้น”

นิ้วมือของเจียงสวินกำปากกาแน่นขึ้น เขาจดชื่อ “เป่ยหลิงหลิง” ลงในสมุดบันทึกอย่างรวดเร็ว

หวังซิงปังยังคงสีหน้าเรียบเฉย เพียงแค่เชิดคางขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้เล่าต่อ

“วันที่ 15 กรกฎา...”

เสียงของเกาถานแผ่วเบาราวเสียงยุงบิน พร้อมเสียงอู้อี้ในลำคอ

“ผมไปเดินช้อปปิ้งกับหลิงหลิง”

“เธอบอกว่าเจอแหวนเพชรวงหนึ่ง”

“เพชรเม็ดกลางสามกะรัต ราคา... แปดแสนหยวน”

พอเอ่ยถึงตัวเลขนี้ ร่างกายของเกาถานก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงอีกครั้ง

“ผมจะไปมีเงินเยอะขนาดนั้นได้ยังไง?”

“เงินค่าขนมผมได้เดือนละแค่แสนเดียว กินเที่ยวเลี้ยงเพื่อน ซื้อของขวัญ ก็แทบไม่เหลือเก็บแล้ว”

“ผมบอกเธอว่า ‘ที่รัก เอาวงที่ถูกกว่านี้หน่อยได้ไหม? เดี๋ยวเค้าซื้อวงหนึ่งกะรัตให้’”

“เธอโกรธทันทีเลย”

รอยยิ้มที่น่าเกลียดกว่าร้องไห้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเกาถาน

“เธอบอกว่า ‘เกาถาน คุณไม่รักฉันแล้วเหรอ?’”

“เธอบอกว่า ‘แฟนเพื่อนสนิทฉัน บ้านไม่ได้รวยเท่าบ้านคุณด้วยซ้ำ ยังซื้อกระเป๋าใบละห้าแสนให้แฟนเลย’”

“เธอบอกว่า ‘แค่แหวนวงเดียวคุณยังไม่ยอมซื้อให้ฉัน คุณยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า?’”

“คำพูดของเธอ... แต่ละคำเหมือนมีดกรีดใจ...”

เกาถานยกมือปิดหน้าด้วยความเจ็บปวด

“พวกคุณไม่เข้าใจหรอก ไม่เข้าใจว่าหลิงหลิงสำคัญกับผมแค่ไหน!”

“ผมทุ่มเทจีบเธอมาตั้งนานแค่ไหน? มีคนในกลุ่มจ้องจะแย่งเธอไปกี่คน?”

“กว่าผมจะพิชิตใจเธอมาได้ ผมจะยอมให้เธอมาดูถูกผมไม่ได้!”

“ผมจะให้เธอคิดว่าผมมันไม่ได้เรื่องไม่ได้!”

“ผมรับปากเธอไป”

“ผมบอกว่า ‘ที่รักไม่ต้องห่วง วันเกิดคุณ ผมจะเอาแหวนวงนี้มาสวมนิ้วคุณให้ได้’”

“วันเกิดเธอคือวันที่ 30 กรกฎา”

เสียงของเกาถานแผ่วลงเรื่อยๆ

“ผมแคะเงินเก็บทั้งหมดออกมา แล้วยืมเพื่อนมาอีก ก็ได้แค่สองแสนกว่า ยังห่างไกลอีกเยอะ”

“ผมร้อนใจมาก นอนไม่หลับมาหลายวัน”

“จนกระทั่งคืนวันที่ 29 กรกฎา”

“วันนั้นพ่อผมไปงานเลี้ยงสังสรรค์แล้วเมากลับมา แม่ต้องช่วยประคองพ่อกลับเข้าห้อง”

“ตอนนั้นผมอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ผมเห็นกับตาว่าพ่อ... พ่อหยิบเงินปึกหนาออกมาจากกระเป๋าเอกสารแล้วใส่เข้าไปในตู้เซฟ”

“สองล้าน...”

ประกายตาประหลาดวูบผ่านดวงตาของเกาถาน

“ตอนนั้นสมองผมวิงเวียนไปหมด”

“ความคิดหนึ่งมันผุดขึ้นมา”

“ผมแค่... ผมแค่จะ ‘ยืม’ สักหน่อย”

“แปดแสน ไม่สิ หนึ่งล้าน! ผมจะเอาแค่ล้านเดียว ที่เหลือยังอยู่ พ่อแม่อาจจะไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ”

“วันหน้าพอผมมีเงิน ผมจะแอบเอามาคืน...”

“ใช่ ผมคิดแบบนั้นแหละ!”

เขาเงยหน้ามองหวังซิงปังด้วยสายตาเว้าวอน ราวกับต้องการการยืนยันว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูก

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาเงินทั้งหมดไปจริงๆ นะ แล้วก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายพวกเขาด้วย!”

สายตาของหวังซิงปังยังคงนิ่งสงบ เขาเพียงเอ่ยคำสั้นๆ อย่างเย็นชา

“เล่าต่อ”

“ลำพังตัวผมคนเดียว... ผมไม่กล้า”

ไหล่ของเกาถานห่อเหี่ยวลง

“ผมกลัว ผมกลัวพ่อจับได้ พ่อตีตายแน่”

“ผมเลย... นึกถึงถงฮุยกับจี้หยวน”

“พวกมันเป็นเพื่อนซี้ผม โตมาด้วยกัน”

“บ้านพวกมันฐานะปานกลาง ปกติเกาะผมกิน แล้วก็ร้อนเงินอยู่ตลอด”

“ผมเลยเรียกพวกมันออกมา แล้วบอกแผนของผม”

เสียงของเกาถานขาดห้วง ราวกับกำลังนึกย้อนภาพเหตุการณ์ในตอนนั้น

“ผมบอกว่า ‘มาเล่นงานใหญ่กันสักตั่ง’”

“ในตู้เซฟบ้านฉันมีเงินสดสองล้าน”

“เอาออกมาแบ่งกัน”

“ถงฮุยกับจี้หยวนตกใจแทบฉี่ราด บอกว่าผมบ้าไปแล้ว”

“ผมบอกว่า ‘ไม่ใช่ขโมย แต่คือการ ‘ปล้น’’”

“เราจะเล่นละครตบตา ทำเป็นว่าโจรขึ้นบ้าน”

“ฉันจะให้กุญแจสำรองวิลล่ากับพวกแก พวกแกแอบเข้ามาตอนพ่อแม่ฉันหลับ”

“เพื่อให้ดูสมจริง พวกแกต้องมัดพ่อแม่ฉันแล้วบังคับถามรหัสผ่าน”

“พอได้เงินแล้ว ห้ามออกทางประตูหน้า ให้ปีนออกทางหน้าต่างระเบียงห้องนอนพ่อแม่ชั้นสอง”

“แบบนี้ตำรวจจะได้ไม่สงสัยฉัน”

“เสร็จงาน เงินสองล้าน พวกเราสามคน... ไม่สิ ฉันเอาแค่ล้านเดียว อีกหนึ่งล้านที่เหลือ ยกให้พวกแกสองคนไปเลย!”

“คนละห้าแสน!”

ลมหายใจของเกาถานเริ่มถี่กระชั้น

“พวกมันตาลุกวาว เงินห้าแสนสำหรับพวกมันคือเงินก้อนโตมหาศาล”

“เรานัดวันลงมือเป็นวันที่ 30 กรกฎา คืนวันเกิดผม”

“คืนนั้นผมจัดงานวันเกิดใหญ่โต เพื่อนในกลุ่มมากันเกือบครบ”

“ผมสร้างพยานที่อยู่ให้ตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

“แผนทั้งหมดไร้ที่ติ!”

“ผมคิดจริงๆ ว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่น...”

เสียงของเกาถานเต็มไปด้วยความเสียใจ

“คืนนั้น ผมอยู่ที่ห้องวีไอพี ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ”

“ถงฮุยกับจี้หยวนทำตามแผน เอากุญแจที่ผมให้ไขเข้าวิลล่า”

“ตอนแรก ทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมวางไว้”

“พวกมันใส่หน้ากาก ใส่ถุงมือ จับมัดพ่อแม่ผมได้สำเร็จ”

“พ่อแม่นึกว่าเป็นโจรจริงๆ เลยไม่กล้าขัดขืน ยอมบอกรหัสผ่านแต่โดยดี”

“พวกมันกวาดเงินใส่กระเป๋า เตรียมตัวจะปีนหนีออกทางระเบียง”

“แต่... แต่...”

ฟันของเกาถานเริ่มกระทบกันกึกๆ คำพูดต่อจากนี้เริ่มฟังแทบไม่รู้เรื่อง

“จังหวะที่พวกมันกำลังจะไป แม่... แม่ผมจู่ๆ ก็จ้องเขม็งไปที่คอของถงฮุย”

“แม่... แม่จำสร้อยคอที่ถงฮุยใส่ได้”

“สร้อยเส้นนั้น... เป็นของขวัญวันเกิดที่แม่ฝากผมเอาไปให้มัน”

“แม่... แม่จำได้ทันที!”

คุณป้าเกาที่ถูกเจียงสวินพยุงอยู่ พอได้ยินถึงตรงนี้ ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างกายอ่อนระทวย

เธอรูดตัวลงไปกองกับพื้น ปล่อยโฮออกมาอย่างสิ้นหวัง

“ตอนนั้นแม่ตะโกนขึ้นมาว่า ‘เสี่ยวฮุย? นั่นเธอใช่ไหม?’”

“วินาทีนั้น ทุกอย่างจบเห่”

“ถงฮุยกับจี้หยวนสติแตกทันที พวกมันกระชากหน้ากากออก พ่อแม่ผมเห็นหน้าพวกมันชัดเจน”

“พ่อโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าด่าพวกมันว่าเป็นพวกเนรคุณ บอกว่าเลี้ยงเสียข้าวสุก เลี้ยงหมายังดีกว่าเลี้ยงคนเนรคุณสองคนนี้!”

“พ่อบอกว่าจะแจ้งตำรวจ จะส่งพวกมันสองคนเข้าคุก ให้เน่าตายอยู่ในนั้น!”

“ถงฮุยโมโหที่พ่อด่า มัน... มันไม่รู้คิดอะไรอยู่ตอนนั้น มันชักมีดออกมา...”

“มีดเล่มนั้นเป็นมีดปอกผลไม้ที่พวกมันเตรียมมาขู่เฉยๆ”

“มัน... มันแทงเข้าไปที่อกพ่อ...”

“จี้หยวนตกใจจนทำอะไรไม่ถูก มันพุ่งเข้าไปกอดถงฮุยไว้ ถามว่าทำบ้าอะไรลงไป!”

“แต่ก็สายไปแล้ว”

“พ่อ... ตายคาที่”

“แม่... แม่กรีดร้องด้วยความกลัว แม่บอกว่าจะแจ้งตำรวจ จะให้ถงฮุยชดใช้ด้วยชีวิต”

“ตอนนั้นถงฮุยบ้าคลั่งไปแล้ว มันกลัวแม่จะแจ้งตำรวจ กลัวความแตก”

“มัน... มันเงื้อมีดเล่มนั้นอีกครั้ง... แล้วพุ่งเข้าไปหาแม่...”

“กรี๊ดดด—!”

คุณป้าเกาที่กองอยู่กับพื้นกรีดร้องโหยหวนราวกับสัตว์ป่า

เธอทึ้งผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด

“ไอ้สัตว์นรก! พวกแกมันเดรัจฉาน!”

“พี่ชายฉัน... พี่สะใภ้ฉัน...”

เจิ้งฮุยและตำรวจอีกนายรีบเข้าไปช่วยปลอบ แต่ก็ถูกเธอผลักไสอย่างบ้าคลั่ง

เกาถานเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องและคำด่าทอของป้า ยังคงจมอยู่ในภวังค์การเล่าเรื่อง แววตาว่างเปล่า ใบหน้าซีดเผือด

“พอฆ่าคนแล้ว พวกมันก็สติหลุดกระเจิง”

“พวกมันคว้าเงิน แล้วปีนหนีออกทางระเบียงตามแผนเดิม”

“จากนั้น ตามที่ตกลงกันไว้ เราก็ขาดการติดต่อกันสองวัน แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น”

“ผมคิดว่า... ผมคิดว่าขอแค่เราทุกคนเงียบไว้ ก็ไม่มีใครรู้ความจริง”

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้พวกเขาตายจริงๆ นะ!”

“ผมแค่อยากได้เงิน! ผมแค่อยากซื้อแหวนให้หลิงหลิง!”

“ผมจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้?”

“ผมไม่ได้ฆ่าใคร! ผมไม่ได้ฆ่าใครจริงๆ นะ!”

“เป็นถงฮุย! ถงฮุยเป็นคนทำ! มันฆ่า!”

“ไม่เกี่ยวกับผม! ไม่เกี่ยวกับผม!”

ช่วงท้าย เสียงของเกาถานกลายเป็นเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขากุมหัวตัวเอง น้ำมูกน้ำตาไหลพราก

เขาขดตัวเป็นก้อนกลม สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้อยู่บนพื้นเย็นเฉียบ

หวังซิงปังยืนมองเกาถานที่พื้นด้วยสายตาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง

เขาไม่พูดอะไร เพียงหันหน้าไปหาเจียงสวิน ขยับปากแบบไร้เสียงถามว่า

“อัดไว้แล้วใช่ไหม?”

เจียงสวินพยักหน้า กดปุ่มหยุดเครื่องบันทึกเสียง เก็บคำสารภาพที่เปื้อนเลือดและความโลภนี้ไว้อย่างครบถ้วน

จบบทที่ บทที่ 24 ทั้งหมดก็เพราะผู้หญิงคนนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว