เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 168 Battling Heaven City Qi Aoshi

Chapter 168 Battling Heaven City Qi Aoshi

Chapter 168 Battling Heaven City Qi Aoshi


战天城齐傲世(二更)

ในโหยวหมิง,วังมังกรปิศาจอยู่ในดินแดนปิศาจสวรรค์แทบจะยึดครองดินแดนแห่งนี้เอาไว้,ทุกมนทลล้วนแต่มีวังมังกรปิศาจอยู่ พวกเขามีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นเทพสวรรค์มากมาย,แต่ละมนทลนั้นมีจ้าวพิภพสองคนเป็นผู้บัญชาการสาขา.

หรือกล่าวได้ว่าทุกสาขาของวังปิศาจ,จะมีจ้าวพิภพขั้นกลางสองคนเป็นอย่างต่ำ.

ดินแดนปิศาจสวรรค์มี 60 มนทล.

กล่าวได้ว่าทุกมนทลมีสาขาวังมังกรปิศาจ,พวกเขามีจ้าวพิภพขั้นกลางมากกว่าหนึ่งร้อยคนดูแลนั่นเอง.

โหยวหมิงนั้นมีดินแดนสามสิบดินแดน.

มีกลุ่มอิทธิพลใหญ่มากมาย.

สำนักอู๋เซิ่งและเผ่าวิญญาณรัตติกาล,แม้นว่าจะเป็นสุดยอดกลุ่มอิทธิของโหยวหมิงเช่นกัน,ทว่าเทียบกับวังมังกรปิศาจ,ก็ยังอ่อนด้อยกว่า.

ในโหยวหมิง,สำนักอู๋เซิ่ง,แม้นว่าจะเป็นสุดยอดกลุ่มอิทธิพลระดับสาม,ทว่าความแข็งแกร่งนั้นกับด้อยกว่าวังมังกรปิศาจเทียบพลังได้เพียง 1 ในสิบเท่านั้น.

“เจ้ากำลังไปยังเทือกเขาเทียนเซี่ยงั้นรึ?”ในเวลานั้น,เหยาเฟิงที่เอ่ยถาม.

อี้หว่านพยักหน้ารับ.

“ข้าได้ยินมาว่า,ไม่เพียงแค่เผ่าวิญญาณรัตติกาล,แม้แต่คนของเมืองจ้านเทียนเองก็มา!”เหยาเฟิงเอ่ย.

“อะไรนะ,คนของเมืองจ้านเทียน!”อี้หว่านที่เอ่ยอุทานด้วยความตกใจ.

ก่อนยุคนักบุญปิศาจ,ฉีจ้านเทียนก็คือบุคคลอันดับหนึ่งของพิภพเหิงหยวน.

นักบุญปิศาจ,ไม่มีครอบครัว,ไม่มีลูกหลาน,ทว่าจ้านเทียนนั้นกับมี! ไม่เพียงแค่มียังเป็นตระกูลใหญ่ที่มีลูกหลานมากมาย.

เมืองจ้านเทียน,เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยลูกหลานของฉีจ้านเทียน,แม้นว่าเมืองจ้านเทียนไม่ได้เป็นหนึ่งในสุดยอดกลุ่มอิทธิพลของโหยวหมิง,ทว่ากับเป็นตัวตนที่สูงส่ง,แม้นว่าฉีจ้านเทียนจะออกจากโหยวหมิงไปนานแล้ว,ทว่ากลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ ยังคงให้ความเคารพอยู่ไม่น้อย.

ไม่มีใครไม่ให้เกียรติคนของเมืองจ้านเทียน,แม้แต่วังมังกรปิศาจยังไม่กล้าหาเรื่องพวกเขา.

“คนของเมืองจ้านเทียนเทียนต้องการมาชิงจักรศักดิ์สิทธิ์อย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ.

“ขอรับ,คนของเมืองจ้านเทียนที่มา,ควรจะเป็นฉีอ้าวซือ.”เหยาเฟิงเอ่ย.

“ฉีอ้าวซือ!”อี้หว่านที่ตกใจ.

“ฉีอ้าวซือ,แข็งแกร่งขนาดนั้นเลยรึ?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็เอ่ยสอบถามออกมา.

อี้หว่านและเหยาเฟิงทั้งสองที่ตะลึงไปเหมือนกัน.

“ท่านเสี่ยวจินไม่รู้จักท่านฉีอ้าวซืออย่างงั้นรึ?”อี้หว่านที่เผยท่าทางแปลก ๆ,จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า“ท่านฉีอ้าวซือ,ก็คือหลานของท่านฉีจ้านเทียน,นอกจากนี้ยังเป็นหลานที่มีพรสวรรค์ที่สุด,มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งที่สุดด้วย!”

“ท่านฉีอ้าวซือนั้นเป็นผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งและยังแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก,เขานั้นเหมือนกับท่านจ้านเทียน,เป็นผู้มีสายโลหิตยุคโบราณ,ว่ากันว่านี่คือสายโลหิตที่เป็นอันดับหนึ่งในสิบของยุคโบราณก็ว่าได้!”ใบหน้าของอี้หว่านเต็มไปด้วยความเคารพและหวั่นเกรง.

“พลังบ่มเพาของท่านฉีอ้าวซือนั้น,เป็นจ้าวพิภพขั้นปลายท้าย,มีพลังพิภพ 99.99 ล้าน,บางทีอาจจะตัดผ่านไปยังขอบเขตผู้บัญชาภพแล้วก็ได้!”

“ความแข็งแกร่งของเขานั้น,เหนือกว่าผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในยุคจ้านเทียนซะอีก.”

อี้ฟ่านยิ่งเอ่ยยิ่งตื่นเต้น.

เหยาเฟิงเองก็เอ่ยด้วยความตื่นเต้น“ท่านอ้าวซือ,ได้ยินมาว่าสิบปีก่อนได้ตัดผ่านไปยังขอบเขตผู้บัญชาภพแล้ว!”

ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เผยความประหลาดใจออกมาเหมือนกัน.

ที่ทั้งสองประหลาดใจเป็นเพราะสายโลหิตโบราณของฉีอ้าวซือนั่นเอง.

สายโลหิตหนึ่งในสิบยุคโบราณ,นับว่าแข็งแกร่งมาก.

ด้วยสายโลหิตพิเศษนี้,จะทำให้ยกระดับขอบเขตได้อย่างรวดเร็ว.

นอกจากนี้สายโลหิตโบราณทั้งสิบ,ยังกล่าวได้ว่าเป็นสายโลหิตที่ต่อต้านสวรรค์อีกด้วย.

ท้องฟ้าเปิด.

ฝนที่ตกหนักก็หยุดลง.

ลู่อี้ผิงออกเดินทางต่อ.

อย่างไรก็ตาม,อี้หว่านและเหยาเฟิงนั้นรู้ตัวเองนั้นมีพลังน้อยนิด,ไร้ซึ่งความหวังที่จะชิงจักรศักดิ์สิทธิ์,ดังนั้นจึงไม่คิดที่จะไปเทือกเขาเทียนเซี่ยแต่อย่างใด,จึงแยกกับลู่อีผิ้งชั่วคราว.

ลู่อี้ผิงและอี้ฟ่านที่ตั้งใจจะไปยังเทือกเขาอู๋เซี่ยจึงนัดหมายกันใหม่ที่เมืองเฟิงไห่.

ไม่นานหลังจากนั้น,ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,ได้เดินทางมาถึงเทือกเขาเทียนเซี่ยในที่สุด.

เมื่อทั้งสองมาถึงเทือกเขาเทียนเซี่ย,ก็พบผู้คนมากมาย,กล่าวได้ว่าบนยอดเขาแทบจะกลายเป็นทะเลผู้คนไปแล้ว.

“เมื่อวานจักรศักดิ์สิทธิ์ได้ปรากฏขึ้นครั้งหนึ่ง,ทว่ามันปรากฏออกมาเร็วมาก,วันนี้น่าจะปรากฏออกมาอีกครั้ง!”

“แม้แต่เผ่าวิญญาณรัตติกาล,คนของเมืองจ้านเทียนก็ยังมา,ถึงแม้นว่าจักรศักดิ์สิทธิ์ปรากฏ,พวกเราก็ยังไร้ซึ่งความหวัง,อย่าได้ฝันจะได้รับ.”

เหล่ายอดฝีมือมากมายที่กล่าวเสียงเบา.

หลายคนได้ยินว่ามีคนของเผ่าวิญญาณรัตติกาล,และคนของเมืองจ้านเทียนมา,ต่างก็ส่ายหน้าไปมา.

ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำได้มาหยุดที่ยอดเขาธรรมดาลูกหนึ่ง.

เมื่อทั้งสองมาถึงก็พบว่าที่ขอบฟ้าไกลนั้นปรากฏยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดสีทองกำลังบินมา.

“เจ้านิกายจินกัง!”

“นิกายจินกังก็ส่งบรรพชนชราจ้าวพิภพขั้นกลางออกมาหลายคน!”

นิกายจินกังคือกลุ่มอิทธิพลใหญ่ในมนทลอวิ๋นโหลวดินแดนปิศาจสวรรค์,ย่อมเป็นที่สนใจต่อผู้คนจำนวนมาก.

“หมารับใช้เผ่าวิญญาณรัตติกาล!”เผ่ามนุษย์บางคนที่ไม่พอใจเอ่ยออกมา.

เผ่ามนุษย์และเผ่าปิศาจนั้นขัดแย้งกันมาตลอด,การที่เผ่ามนุษย์นิกายจินกัง,ไปรับใช้ปิศาจ,เผ่าวิญญาณรัตติกาล,ย่อมทำให้คนของเผ่ามนุษย์รู้สึกอับอายและรังเกียจเป็นธรรมดา.

“ได้ยินมาว่าเมื่อวานมีใครสังหาร,หม่าเฟิง,ศิษย์คนเล็กของเจ้านิกายจินกังที่เมืองชิงเฟิงด้วย.”

“เป็นข่าวเท็จหรือไม่?”

“เรื่องนี้ข้าเองก็ได้ยิน,นอกจากนี้ศิษย์ของใต่หวังเจียงเองก็ถูกสังหาร,กล่าวได้ว่าไต่หวังเจี้ยนนั้นโกรธเป็นอย่างมาก,ปฏิญาณที่จะแร่เนื้อบดกระดูกเจ้านายและลูกน้องที่เอาชีวิตศิษย์ของเขาไปด้วย!”

“ไม่รู้ว่าเจ้านายกับลูกน้อง สองคนนั่นมาจากใหน.”

ขณะผู้คนที่กำลังพูดคุยกันไปมา,ยอดฝีมือนิกายจินกังก็มาถึง.

ในเวลานี้นิกายจินกังส่งจ้าวพิภพออกมา 13 คน,และเทพสวรรค์กว่าร้อยคนมา.

หลังจากเจ้านิกายจินกัง,เจิ้งหยวนมาถึง,ก็กวาดตามองผู้คนรอบ ๆ เอ่ยออกมาว่า“ดูเหมือนว่าท่านเย่จื่อโม่และท่านหม่าซี่ยังมาไม่ถึง.”

“พวกเราไปหาสถานที่รอ ท่านเย่จื่อโม่และท่านหม่าซีกันเถอะ.”ไต่หวังเจี้ยนเอ่ย.

เจิ้งหยวนพยักหน้ารับ.

ในเวลานั้น,มียอดฝีมือคนหนึ่งก้าวมาด้านหน้า,โค้งคำนับต่อเจิ้งหยวน,จากนั้นก็ชี้ไปยังทิศทางของลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

“พวกเขาก็คือเจ้านายและลูกน้องที่สังหารศิษย์ข้าที่เมืองชิงเฟิงอย่างงั้นรึ?”เจิ้งหยวนจ้องมองลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,แววตาที่เผยจิตสังหารที่รุนแรงหนักหน่วงออกมา.

ไต่หวังเจียงที่เผยความเย็นชาเอ่ยออกมา“ให้ข้าจัดการเอง”เขาที่ได้เอ่ยปฏิญาณก่อนหน้านี้ว่าจะแร่เนื้อบดกระดูกเจ้านายและลูกน้องคนดังกล่าวเอ่ยอาสาออกมาทันที.

เจิ้งหยวนและคนอื่น ๆ ขณะจะตรงไปหาลู่อี้ผิง,ทันใดนั้น,ที่ขอบฟ้าไกลก็ปรากฏยอดฝีมืออีกกลุ่มบินมา,จึงหยุดลง.

คนที่มา,สวมชุดสีดำ,ร่างกายแผ่ปราณปิศาจลอยฟุ้ง,เป็นยอดฝีมือเผ่าวิญญาณรัตติกาลและยอดฝีมือของตระกูลหม่านั่นเอง.

เผ่าวิญญาณรัตติกาลและตระกูลหม่าเดินทางมาพร้อมกัน.

เจิ้งหยวนและไต่หว่านเจียงและคนอื่น ๆ ก้าวออกไปต้อนรับ.

“คารวะท่านเย่จื่อโม่,และท่านหม่าซี!”เจิ้งหยวนและใต่หวังเจี้ยนตลอดจนคนอื่น ๆ ต่างก็ทำความเคารพ.

ร่างกายของเย่จื่อโม่ที่เต็มไปด้วยปราณปิศาจที่ลอยฟุ้ง,เขาสวมหมวกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่ง,ดวงตาที่มีประกายเพลิงสีเขียว,ทำให้ไม่อาจมองเห็นใบหน้าท่าทางของอีกฝ่ายได้.

ส่วนหม่าซีนั้นเป็นชายอ้วน,ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเอ่ยออกมาว่า“เจ้านิกายเจิ้ง,พวกเราต่างก็มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน,ไม่จำเป็นต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้.”เขาทีโบกมือให้กับเจิ้งหยวน.

เย่จื่อโม่จ้องมองไปยังยอดเขาหลายลูกเอ่ยออกมาว่า“ไม่ใช่ว่าคนของเมืองจ้านเทียนก็มาหรอกรึ?”

“ยังไม่เห็นเลย.”เจิ้งหยวนเอ่ยรายงาน.

เย่จื่อโม่ที่บินตัดอากาศตรงไปยังยอดเขาใหญ่แห่งหนึ่ง,เผ่าวิญญาณรัตติกาลและตระกูลหม่า,พร้อมกับคนของนิกายจินกังเองก็บินตามไป.

เหล่ายอดฝีมือบนยอกเขาดังกล่าวที่ชุมนุมกันอยู่,ต่างก็บินหนี,เปิดทางให้กับเย่จื่อโม่และคนอื่น ๆ.

หลังจากมายืนอยู่บนยอดเขาดังกล่าว,เจิ้งหยวนที่ดูลังเล,ก่อนเอ่ยออกมาว่า“ท่านเย่จื่อโม่,ท่านหม่าซี,เมื่อวานศิษย์ของข้า หม่าเฟยถูกสังหาร,ฆาตกรเองก็มาที่นี่ด้วย.”

“ฆาตกรอยู่ที่ใหน?”หม่าซีได้ยิน,ก็ใบหน้ากลายเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที.

หม่าเฟยก็คือคนตระกูลหม่า,เป็นหลานของเขาด้วย.

จบบทที่ Chapter 168 Battling Heaven City Qi Aoshi

คัดลอกลิงก์แล้ว