เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 167: The trail of Kunpeng founder

Chapter 167: The trail of Kunpeng founder

Chapter 167: The trail of Kunpeng founder


鲲鹏祖师的足迹(一更)

“อะไรนะ,หลินซือโหลวศิษย์อาวุโสสูงนะรึ?!” อาวุโสสูงหลี่เจิ้งได้ยิน,ก็ร่อนลงมาบนพื้นจ้องมองเหยาเฟิงด้วยความโกรธเกรี้ยว.

“อาวุโสสูงหลี่เจิ้ง,ฆาตกรก็คือศิษย์พี่ใหญ่ต่างหาก.”อี้หว่านที่โกรธเกรี้ยว,ชี้ไปยังเหลียงหงจี,“สหายของข้าเหยาเฟิงพบเขาทำความผิด,ไม่เพียงไล่สังหารสหายของข้า,ตอนนี้ยังใส่ร้ายข้าอีกด้วย!”

เหยาเฟิงเร่งรีบเอ่ยออกมาว่า“ในมือของข้านั้นมีศิลาบันทึก,บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้.”

“หุบปาก!”หลี่เจิ้งจ้องมองอี้หว่านด้วยความโกรธเกรี้ยว“อี้หว่าน,คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะให้ท้ายคนนอก,ใส่ร้ายศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า! เจ้ายังเป็นศิษย์ขุนเขาอู๋เซี่ยอยู่อีกใหม!”

“ให้ท้ายคนนอก,ใส่ร้ายพวกเดียวกัน,ตามกฎนิกาย,จะต้องฝังทั้งเป็น!”อาวุโสสูงอีกคนเอ่ยออกมา.

อี้หว่านเอ่ยเตือน“อาวุโสสูงทั้งหลาย,สหายของข้ามีศิลาบันทึกภาพ.”

“เจ้ายังไม่รู้จักสำนึกอีก,ยังช่วยคนนอกแก้ตัวอีก!”หลี่เจิ้งที่โกรธเกรี้ยว,กระบี่ในมือของเขาปลดปล่อยปราณกระบี่,พุ่งเข้าหาเหยาเฟิงและอี้หว่านทันที.

“ตอนนี้ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทั้งคู่!”

อี้หว่านและเหยาเฟิงที่สัมผัสปราณกระบี่ขอบเขตเทพแท้จริง,ก็ใบหน้าเปลี่ยนสี.

อย่างไรก็ตาม,ขณะที่ปราณกระบี่พุ่งมาถึงด้านหน้าคนทั้งสอง,ทันใดนั้น,ราวกับว่ามีพลังที่มองไม่เห็นกั้นอยู่,ปราณกระบี่กระแทกกระเด็นลอยออกไป.

ปราณกระบี่ดังกล่าวก็สลายหายไป.

ทุกคนต่างก็ตกใจไปตาม ๆ กัน.

ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่ลุกขึ้นยืน,ก้าวออกมา.

“เจ้าเป็นใคร?”เหล่าอาวุโสสูงขุนเขาอู๋เซี่ยจ้องมองลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำด้วยความประหลาดใจ.

อี้หว่านได้สติ,ก็เอ่ยกล่าวโต้แย้ง“อาวุโสสูงทั้งหลาย,นี่คือศิลาบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมด,หากอาวุโสสูงไม่เชื่อก็สามารถตรวจสอบได้.”

“เจ้าส่งศิลาบันทึกมา,ข้าจะดู.”อาวุโสสูงคนหนึ่งเอ่ย.

อี้หว่านเผยท่าทางดีใจ,เหยาเฟิงที่ส่งศิลาให้กับฝ่ายตรงข้าม.

อย่างไรก็ตาม,อาวุโสสูงคนดังกล่าว เมื่อรับศิลาบันทึกมาแล้ว,ไม่เพียงไม่ตรวจสอบ,ยังบดขยี้ทำลายศิลาบันทึกดังกล่าวไปด้วย.

อี้หว่านโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก,“ทำไม?!”

ลู่อี้ผิงลอบส่ายหน้าไปมา,สตรีอี้หว่านผู้นี้ไร้เดียงสาเกินไป,ทั้งที่รับรู้ว่า,เหล่าอาวุโสสูงตั้งใจช่วยเหลียงหงจีตั้งแต่แรกแล้วกับมองไม่เห็น.

เหลียงหงจีและเหล่าอาวุโสสูงเหล่านี้ควรจะมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันอยู่แล้ว.

ความจริง,ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามและอีกฝ่ายจะรู้จักกันหรือไม่? หาได้สำคัญ.

เรื่องเหลียงหงจีศิษย์หลักขุนเขาอู๋เซี่ยได้ข่มขืนและสังหารพวกเดียวกัน,เรื่องนี้หากกระจายออกไป,ย่อมสร้างความเสื่อมเสียให้กับขุนเขาอู๋เซี่ยอยู่แล้ว.

ดังนั้นถึงจะรู้ว่าฆาตกรเป็นเหลียงหลงจี,ก็ยังคงปิดตามองไม่เห็น.

หลังจากอาวุโสสูงทำลายศิลาบันทึกเสร็จก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ศิลาบันทึกไม่มีอะไรด้านใน,เป็นเพียงศิลาเปล่า,เจ้ารวมหัวกับมันหลอกลวงข้า”

จากนั้นเขาก็เอ่ยว่า“อี้หว่าน,เจ้าสมรู้ร่วมคิดกับฆาตกร,ทำผิดกฎนิกายอย่างรุนแรง,ให้ทำลายพลังบ่มเพาะ,นำตัวกลับนิกายค่อยตัดสินอีกครั้ง!”

อี้หว่านเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น.

ลู่อี้ผิงจ้องมองหลี่เจิ้งและพวก,กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“รู้ว่าเรื่อราวเป็นเช่นไร,กับปกปิดความจริง,รับรู้ว่าฆาตกรเป็นใคร,กับให้ท้ายฆาตกร,พวกเจ้ามันขยะ,สารเลวอย่างแท้จริง!”

จากนั้น,เขาก็ชี้นิ้วออกไป,หลี่เจิ้งและคนอื่น ๆ ระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิตไปในทันที,รวมทั้งเหลียงหงจีด้วย.

อี้หว่านที่กลายเป็นงงงวย.

เดิมที,นางคิดว่าลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำสังหารหม่าเฟยและพวก,ควรจะมีระดับเทพวิญณาณ,ไม่คิดว่าแม้แต่หลี่เจิ้งและพวก ขอบเขตเทพแท้จริง,ยังสามารถสังหารเพียงแค่ชี้นิ้วออกไปเท่านั้น.

เทพสวรรค์อย่างงั้นรึ?

หลังจากนั้น,ลู่อี้ผิงก็ส่งเม็ดยาฟื้นฟูให้กับเหยาเฟิง,ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว.

เหยาเฟิงที่โค้งคำนับด้วยความซาบซึ้ง,พร้อมกับเล่าเรื่องราวทั้งหมดของเหลียงหงจีออกมา.

เมื่ออี้ฟ่านได้ยิน,ความเป็นจริงหลินซือโหลวนั้นได้พบความจริงว่าเหลียงหงจีและอาจารย์ของนาง รับใช้นิกายจินกัง,ดังนั้นนางจึงถูกเหลียงหงจีจัดการไป,เวลานี้จึงกลายเป็นงงงวย.

“เจ้าจะบอกว่า,อาจารย์ของข้านั้นรับใช้นิกายจินกังอย่างงั้นรึ?”อี้ฟ่านเอ่ยสอบถามเหยาเฟิงด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ.

อาจารย์ของนาง,เป็นเด็กกำพร้า,ซึ่งต่อมาผู้ก่อตั้งขุนเขาอู๋เซี่ยก็รับมาเป็นบุตรบุญธรรม,หลังจากที่ชี้แนะและสอนวิชาต่าง ๆ ให้จึงมีอำนาจเช่นทุกวันนี้,กล่าวได้ว่าผู้ก่อตั้งขุนเขาอู๋เซี่ยมีบุญคุณกับอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก,นางไม่อยากเชื่อเลยว่าอาจารย์ของนางจะทรยศขุนเขาอู๋เซี่ย.

เหยาเฟิงพยักหน้า.“เป็นเรื่องจริง,นอกจากนี้ไม่เพียงแค่อาจารย์และศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า,เหล่าบรรพชนชราหลายคน,อาวุโสสูงและอาวุโสทั่วไปต่างก็รับใช้นิกายจินกังและเผ่าวิญญาณรัตติกาล,บางทีอาวุโสก่อนหน้านี้ เกรงว่าจะอยู่ในการควบคุมของนิกายจินกังและเผ่าวิญญาณรัตติกาลมาก่อนแล้ว.”

อี้หว่านที่นิ่งชงัก,นางที่กลายเป็นเงียบไม่อาจเอ่ยอะไรออกมาได้เลยสักคำ.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่ส่ายหน้าไปมา,นำสัตว์เทวะคุนเผิงที่ได้มาจากนิกายเทวะคุนเผิงออกมา,วางบนมือพลางเล่นสนุก.

แน่นอนว่าร่างจริงของมันนั้นมีขนาดเท่ากับครึ่งหนึ่งของเทือกเขานิกายเทวะคุนเผิง,ภายใต้อำนาจแห่งกฎมิติของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,เวลานี้มันจึงย่อเล็กจนมีขนาดเท่ากับฝ่ามือ,เวลานี้ไม่ต่างจากปลาตัวเล็ก ๆ เท่านั้น.

ขณะเล่นไปมา,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ยออกมาทันที“จูเหริน,ท่านคิดว่าเสี่ยวคุนจะรู้เกี่ยวกับเรื่องที่บรรพชนผู้ก่อตั้งคุนเผิงมายังโหยวหมิง,แล้วไปยังที่ใหนมาบ้างหรือไม่?”

ลู่อี้ผิงลังเล,เอ่ยออกมาว่า“เจ้าลองถามสิ.”

เมื่อนิกายเทวะคุนเผิงก่อตั้งขึ้นมา,หากอสูรเทวะสัตว์เทวะคุนเผิงเป็นผู้พิทักษ์ตั้งแต่บุคโบราณมาจนถึงตอนนี้ก็ไม่ควรมีชีวิตเหลืออยู่แล้ว,เจ้าตัวนี้ ควรจะเป็นเพียงลูกหลานเท่านั้น.

อย่างไรก็ตาม,บางทีอีกฝ่ายอาจจะรับรู้เรื่องราวในอดีตมาเหมือนกัน.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เคาะหัวของอสูรเทวะคุนเผิง,พร้อมกับจับมันฟาดลงบนพื้น,จนมันเซถลาไปมา,เอ่ยถามออกมาว่า“ข้าถามเจ้าอยู่,เจ้ารู้ใหมว่าหลังจากผู้ก่อตั้งนิกายเทวะคุนเผิงมายังโหยวหมิง,ได้ไปที่ใหนบ้าง?”

สัตว์เทวะคุนเผิงที่ตาลาย,เห็นสายตาที่ดุร้ายของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำก็ตัวสั่นเกร็ง,เร่งรีบเอ่ยตอบออกมา“ข้าได้ยินบรรพชนชราเอ่ยออกมาครั้งหนึ่ง,เขาได้ติดตามผู้ก่อตั้งคุนเผิงไปยังโหยวหมิง,บางทีคงเป็นเทือกเขาอู๋เซี่ย,เมืองเซิ่งหวง,ทะเลซีฟาง.”

ลู่อีผิ้งและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เผยความประหลาดใจ“เทือกเขาอู๋เซี่ย!”

ไม่คาดคิดเลยว่าผู้ก่อตั้งนิกายคุนเผิงจะเคยไปยังเทือกเขาอู๋เซี่ย.

อี้หว่านจ้องมองสัตว์เทวะคนเผิงในมือของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ยออกมาว่า“ปลาตัวน้อยเอ่ยว่าผู้ก่อตั้งคุนเผิงเคยไปยังเทือกเขาอู๋เซี่ยของเราอย่างงั้นรึ?”

เหยาเฟิงจ้องมองปลาตัวน้อยในมือของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,ด้วยความประหลาดใจ.

ผู้ก่อตั้งนิกายคุนเผิง,ไม่ใช่ว่าเป็นตัวตนในตำนานเมื่อหนึ่งล้านปีหรอกรึ?

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เหวี่ยงอีกฝ่ายลงพื้นเสียงดัง,สัตว์เทวะคุนเผิงเอ่ยทั้งน้ำตา”ท่านเสี่ยวจิน,เมื่อครู่ข้าเอ่ยออกมาหมดแล้ว.

“ข้ารู้.”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย.

สัตว์เทวะคุนเผิงที่น้ำตาไหลอาบ.

หลังจากนั้นวัวกระทิงมังกรเขาทองคำก็เอ่ยถามสัตว์เทวะคุนเผิงว่ายังมีอีกหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม,อสูรเทวะคุนเผิงจำได้เพียงแค่บรรพชนของมันเอ่ยออกมาเพียงสามสถานที่เท่านั้น.

“เทือกเขาอู๋เซี่ย,เมืองเซิ่งหวงและทะเลซีฟาง.”ลู่อี้ผิงทีเอ่ยกับตัวเอง.

เทือกเขาอู๋เซี่ย,ไม่ต้องสงสัยว่ามันเป็นสถานที่นิกาย เขาอู๋เซี่ยของอี้หว่านนั่นเอง.

อย่างไรก็ตาม,เมื่อยุคโบราณ,เทือกเขาอู๋เซี่ยนั้นเป็นเพียงแค่เทือกเขาใหญ่,ไม่ได้มีนิกายเขาอู๋เซี่ยตั้งอยู่แต่อย่างใด,กล่าวได้ว่านิกายเขาอู๋เซี่ยเพิ่งก่อตั้งเมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้วนี่เอง.

ส่วนเมืองอู๋เซี่ย,นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่ามนุษย์ในปัจจุบัน.

ส่วนทะเลซีฟางนั้น,เป็นสถานที่อยู่ของวังมังกรปิศาจ,วังมังกรปิศาจถือว่าเป็นเผ่าปิศาจอันดับหนึ่งและเป็นกลุ่มอิทธิพลอันดับหนึ่งของโหยวหมิงด้วย.

จบบทที่ Chapter 167: The trail of Kunpeng founder

คัดลอกลิงก์แล้ว