เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 166 Made false accusations

Chapter 166 Made false accusations

Chapter 166 Made false accusations


血口喷人(三更)

“คนของสำนักอู๋เซิ่ง.”ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยความประหลาดใจออกมา.

อี้หว่านพยักหน้ารับ“บรรพชนตระกูลหม่านั้นแข็งแกร่งมาก,เป็นหนึ่งในสี่ไท่จู่ของสำนักอู๋เซิ่ง,เป็นหนึ่งตัวตนที่ไร้เทียมทานในยุคจ้านเทียน.”

“แท้จริงแล้วเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทานในยุคจ้านเทียนนี่เอง.”ลู่อี้ผิงเผยยิ้ม.

อี้หว่านเอ่ย“ใช่แล้ว,ได้ยินมาว่าสำนักอู๋เซิ่งเพิ่งเกิดเรื่องใหญ่เมื่อเร็ว ๆ นี้,มียอดฝีมือตายไปเป็นจำนวนมาก.”

เกิดเรื่องใหญ่อย่างงั้นรึ?

พวกลู่อี้ผิงย่อมรับรู้อย่างแน่นอน.

ในงามชุมนุมนิกายเทวะคุนเผิง,สองปิศาจซีจุยอดฝีมือยุคจ้านเทียนได้นำจ้าวพิภพไปด้วย 200 คน.

คนเหล่านั้นกลายเป็นลูกบอลให้ลู่อี้ผิงหวดเล่นไปแล้ว.

พวกเขาที่กลายเป็นอุกาบาติมนุษย์,ทะลวงดินแดนบรรพชนนิกายเทวะคุนเผิงไป.

“หนึ่งในสี่ไท่จูสำนักอู๋เซิ่งอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงเอ่ย“เจ้ารู้จักสองปิศาจซีจุสำนักอู๋เซิ่งหรือไม่? เทียบความแข็งแกร่งกับสองปิศาจซีจุเป็นอย่างไรบ้าง?”

อี้หว่านที่ตะลึงงัน,ก่อนที่จะเอ่ยอย่างลังเล“สองปิศาจซีจุ,แม้นว่าจะน่าพรั่นพรึง,ทว่าพวกเขายังไม่ถูกนับว่าเป็นสี่ไท่จู,ดังนั้นบรรพชนตระกูลหม่าควรจะแข็งแกร่งกว่า.”

ลู่อี้ผิงพยักหน้ารับ.

“พวกเราสังหารหม่าเฟย,เจ้ามาอยู่รวมกับพวกเราไม่ยิ่งอันตรายหรอกรึ?,หรือเจ้าไม่หวาดกลัว?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ยถาม.

อี้หว่านส่ายหน้าไปมา.“เรื่องที่เกิดขึ้นต้นเหตุก็เพราะข้า,ข้าจึงไม่อาจหวาดกลัวได้.”

ทั้งสามที่พูดคุยกันขณะเดินทาง.

แม้ว่าอี้หว่านจะอารมณ์ร้อนไปหน่อย,ทว่ากับมีนิสัยจริงใจไม่น้อย.

ทั้งสามเดินทางออกมาจากเมืองซิงเฟิง.

จากกลางวัน,เปลี่ยนมาเป็นกลางคืน.

เช้าวันถัดมากับมีฝนตก.

พวกลู่อี้ผิงได้เข้าไปพักในที่คฤหาสน์ร้าง,ขณะจุดไฟให้ความอบอุ่น,ลู่อี้ผิงได้นำสุรานิรันดรออกมาขึ้นดื่ม.

“พี่ใหญ่ลู่,สุราอะไรกัน,ถึงได้หอมกรุ่นเพียงนี้?”อี้หว่านที่จ้องมองสุรานิรันดรในมือของลู่อี้ผิง.

ลู่อี้ผิงเผยยิ้ม“เจ้าเองก็ชอบดื่มอย่างงั้นรึ?”

อี้หว่านพยักหน้ารับ,เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ดื่มเป็นประจำ,ดังนั้นหากจะเอ่ยว่าชอบ ก็คงใช่.”

ลู่อี้ผิงที่ส่งสุราไหหนึ่ง,โยนให้กับอี้หว่าน.

แน่นอนว่าไม่ใช่ใครก็สามารถดื่มสุรานิรันดรของเขาได้,ปู่ของอี้หว่านนั้นได้รับหยกสืบทอดขององค์อรหันต์,ได้เรียนรู้วิชาฝ่ามือฟู่หลง,ก็นับว่าเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดเป็นชนรุ่นหลังขององค์อรหันต์.

สิ่งสำคัญที่สุด,ลู่อี้ผิงดูเหมือนว่าจะพอใจนิสัยแม่นางน้อยผู้นี้เช่นกัน.

อี้หว่านขณะยกสุราขึ้นจิบ,หลังจากสุราไหลผ่านเข้ามาในร่างก็แผ่ความร้อนไปทั่วชีพจรทั้งหมด,ทำให้นางตกใจ“สุรานี้มัน?”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม“นี่คือสุรานิรันดร,บ่มเพาะจากของดีมากมาย.”

อี้หว่านที่วางไหสุราลง,เอ่ยออกมาว่า“พี่ใหญ่ลู่,สุรานี้,ข้าไม่ต้องการ.”นางเอ่ยพลางส่งสุราคืน.

ลู่อี้ผิงเผยยิ้ม“เจ้าดื่มไปแล้วคำหนึ่ง,ต้องการคืนมาให้ข้าดื่มต่องั้นรึ?”

อี้หว่านที่ใบหน้าแดงระเรื่อไปในทันที.

“รับไปเถอะ,ไม่ใช่ของล้ำค่าหายากอะไร.”ลู่อี้ผิงเผยยิ้ม.

อี้หว่านลังเล,ท้ายที่สุดก็พยักหน้ายอมรับ.

ทั้งสามที่ดื่มสุรา,พูดคุยกันไปมา.

“แม่นางอี้หว่าน,ปู่ของเจ้าหายไปได้อย่างไร?”ลู่อี้ผิงสอบถาม.

อี้หว่านที่ดูลังเลเล็กน้อย,เอ่ย“70-80 ปีก่อน,ปู่และอาจารย์ของข้า,จ้าวแห่งเปลวเพลิงได้เข้าไปในดินแดนฝังอสูรมังกร,หลังจากนั้นท่านปู่ก็ได้รับวิชาสืบทอดของจิวซือเทียนมา.”

“จิวซือเทียน.”ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยความประหลาดใจออกมา.

จิวซือเทียน,ก็คือผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานยุคจ้านเทียนนั่นเอง.

อี้หว่านกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“ข้าสงสัยว่าปู่ของข้าที่หายไป คงเกี่ยวกับเรื่องนี้.”

“เจ้าจะบอกว่า,ปู่ของเจ้าหายไป อาจเกี่ยวข้องกับอาจารย์ของเจ้า,จ้าวแห่งเพลิงอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงเอ่ยถาม.

อี้หว่านพยักหน้ารับ“อาจารย์ของข้านั้นเป็นหนึ่งในบรรพชนชราเทือกเขาอู๋เซี่ย,เขาและจ้าวแห่งเพลิงนั้นเป็นสหายที่สนิทกันที่สุด,ทว่าอาจารย์ของข้าเมื่อเร็ว ๆ นี้กับดูผิดปรกติ,หลายปีมานี้ได้ฝึกฝนวิชาพิเศษบางอย่าง.”อี้หว่านเอ่ย.

“เจ้าหมายถึง,อาจารย์ของเจ้านั้นอาจจะกำลังฝึกวิชาจิวซือเทียนอยู่งั้นรึ?”ลู่อีผิ้งเอ่ยถาม.

“อืม.”อี้หว่านพยักหน้ารับ“ข้าสงสัยอาจารย์ของข้า,อาจารย์ของข้าที่รับรู้,ถึงกับคิดที่จะสังหารข้าด้วย.”

ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำจ้องมองหน้ากันและกัน.

ในเวลาเดียวกัน,จากพื้นที่ไกลออกมาได้ยินเสียงต่อสู้เกิดขึ้น.

เพียงไม่นาน,การต่อสู้ที่ลามเข้ามาใกล้ที่คฤหาสน์ร้าง,เงาร่างหนึ่งได้ล่วงหล่นลงมาจากบนท้องฟ้า,ตกลงไปบนลานที่พักด้านหน้า,ร่างกายอาบไปด้วยโลหิต,เป็นผู้เยาว์คนหนึ่ง.

อี้หว่านที่จ้องมองออกไป คนดังกล่าวดูคุ้นหน้า,ทำให้นางตกใจ,วิ่งออกไปทันที,ทว่าเมื่อมองอย่างชัดเจน นางก็เอ่ยเสียงดัง“เหยาเฟิง!”

เหยาเฟิง,เป็นหนึ่งในสหายสนิทของนาง,เป็นศิษย์หลักตระกูลเหยา,กล่าวได้ว่านางมีสหายไม่มากนัก,เหยาเฟิงจึงเป็นหนึ่งในสหายที่สนิทที่สุดในไม่กี่คน.

แม้นว่าเหยาเฟิงจะได้รับบาดเจ็บ,ลมหายใจแทบไม่เหลือ,แต่เมื่อเห็นอี้หว่าน,ก็หายใจหอบ ๆ เอ่ยออกมาว่า“อี้หว่าน,เจ้ารีบหนีเร็วเข้า.”

“หนีอย่างงั้นรึ? คิดว่าเจ้าจะหนีไปใหนได้?”ในเวลานั้นบนท้องฟ้าไกล ปรากฏร่าง ๆ หนึ่งปรากฏขึ้น.

เมื่อเห็นผู้มาได้อย่างชัดเจน,อี้หว่านก็เผยท่าทางไม่อยากเชื่อ“ศิษย์พี่ใหญ่!”

คนที่มา,ก็คือศิษย์พี่ใหญ่ของนาง,เหลียงหงจี.

นางคิดไม่ถึงแม้แต่น้อย,คนที่ไล่ล่าสหายรักของนาง เหยาเฟิง,กับเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของนางเอง.

เหลียงหงจีที่ร่อนลงพื้น,ท่ามกลางฝนตกหนัก,ขณะมองเห็นอี้หว่านและเหยาเฟิง,ก็เผยยิ้ม“ศิษย์น้องห้า,ไม่คาดคิดว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่ด้วย.”

เหยาเฟิงที่จ้องมองเหลียงหงจีด้วยความโกรธ,เอ่ยต่ออี้หว่าน“อี้หว่าน,เจ้ารีบหนีเร็วเข้า,ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าอมหิตมาก,เขาข่มขืนและสังหารศิษย์น้องหลินซือโหลว เขาอู่เซี่ยของเจ้า,ถูกข้าพบ,จึงต้องการสังหารข้าปิดปาก.”

ใบหน้าของอี้หว่านถึงกับเปลี่ยนสีไปเหมือนกัน.

ศิษย์น้องหลินซือโหลว,เป็นศิษย์อาวุโสสูงขุนเขาอู๋เซี่ย เช่นเดียวกับนาง.

เหลียงหงจีที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“ใส่ร้ายกันเห็น ๆ! เหยาเฟิง,เจ้าสิโหดเหี้ยม,ข่มขืนและสังหารศิษย์น้องหลินซือโหลว ขุนเขาอู๋เซี่ย,ตอนนี้ยังใส่ร้ายข้าอีก,ศิษย์น้องอี้หว่าน,อย่าได้ฟังคำพูดไร้สาระของเขา!”

“ข้ากำลังไล่ล่าเหยาเฟิง,ต้องการจับเขาไปลงโทษที่ขุนเขาอู๋เซี่ย!”

“ศิษย์น้องอี้หว่าน,โปรดช่วยข้าจับตัวเหยาเฟิงกับข้า,แล้วนำกลับขุนเขาอู๋เซี่ยกัน.”

เหยาเฟิงได้ยินคำพูดดังกล่าว,ก็จ้องมองไปยังเหลียงหวงจีด้วยความโกรธเกรี้ยว“เหลียงหงจี,ในมือข้ามีศิลาบันทึกภาพด้วย,มันบันทึกภาพความชั่วของเจ้าที่กำลังข่มขืนและสังหารหลินซือโหลวด้วย.”กล่าวจบเขาก็นำศิลาก้อนหนึ่งออกมา.

เหลียงหงจีที่ใบหน้าเปลี่ยนสี,กลายเป็นบิดเบี้ยวอัปลักษณ์,แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร,กระบี่ในมือ,ปรากฏปราณกระบี่พวยพุ่งโจมตีออกไปยังเหยาเฟิงและอี้หว่านทันที.

เห็นชัดเจนว่า,เหลียงหงจีต้องการที่จะสังหารอี้หว่านไปพร้อมกันด้วย.

ปราณกระบี่ที่น่าอัศจรรย์ใจ,พุ่งไปยังทิศทางของทั้งสอง.

อย่างไรก็ตาม,เมื่อปราณกระบี่กำลังจะทะลวงร่างของทั้งสองไป กับหยุดลง,แม้แต่พังทลายกลายเป็นฝุ่นในทันที.

ทั้งสามที่ตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน.

เหลียงหงจีที่จดจ้องมองออกไปยังลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,ด้วยความประหลาดใจ“เป็นพวกเจ้ารึ?!”

อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้น,ก็มีอีกหลายเสียงที่ตัดผ่านอากาศพุ่งมา.

เห็นเป็นชายชราคนหนึ่งที่ด้านหน้าสวมชุดอาวุโสสูง ขุนเขาอู๋เซี่ยที่บินอยู่บนคฤหาสน์ร้าง.

เหลียงหงจี,อี้หว่านและคนอื่น ๆ เห็นต่างก็เผยความประหลาดใจ.

“เหลียงหงจี,อี้หว่าน,พวกเจ้ากำลังทำอะไร?”อาวุโสสูงที่เอ่ยสอบถามออกมา,เห็นชัดเจนว่าพวกเขาเพียงแค่ผ่านที่นี่มา เพราะกำลังเดินทางไปยังเทือกเขาเทียนเซี่ยนั่นเอง.

เหลียงหงจี ก้าวไปด้านหน้า,เร่งรีบเอ่ยออกมาว่า“อาวุโสสูงลี่เจิ้ง,พวกท่านมาก็ดีแล้ว,เจ้าคนนั้นชื่อเหยาเฟิง,ได้ข่มขืนและสังหารศิษย์น้องหลินซือโหลวศิษย์อาวุโสสูงสวีลี่ขุนเขาอู๋เซี่ยของพวกเรา,ถูกข้าพบเข้า,ข้าจึงไล่ล่าและพยายามจับกุมตัวเขา,ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะเป็นสหายรักของศิษย์น้องอี้หว่าน,นางไม่เพียงไม่ช่วยจับคนร้าย,ซ้ำยังให้สองคนนั่นหยุดข้าเอาไว้ด้วย!”

ใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร,พร้อมกับชี้ไปยังลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

จบบทที่ Chapter 166 Made false accusations

คัดลอกลิงก์แล้ว