เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 169 Master of Saint Demon

Chapter 169 Master of Saint Demon

Chapter 169 Master of Saint Demon


圣魔之师(三更)

“เป็นเจ้านายกับลูกน้องสองคนนั่น!”เจิ้งหยวนที่ชี้นิ้วไปยังลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

หม่าซีที่เผยแววตาเย็นชาเอ่ยออกมาว่า“กล้าสังหารคนตระกูลหม่า,มันจะโอหังเกินไปแล้ว! ตรวจสอบความเป็นมาของพวกเขารึยัง?”

เจิ้งหยวนเร่งรีบเอ่ยตอบ“ยังขอรับ,ทว่าพวกเขาไม่ควรจะเป็นคนของดินแดนปิศาจสวรรค์ของพวกเรา.”

เสียงของเย่จื่อโม่ที่ไม่พอใจ“ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากใหน,ก็ต้องตกตายทั้งหมด,รวมทั้งตระกูลและนิกายของมันด้วย,สังหารอย่าให้เหลือ.”

หม่าซีพยักหน้า,เจิ้งหยวน,ใต่หวังเจี้ยนเอ่ย,“ไป,ไปกับข้าเอาศีรษะของพวกมันมา!”จากนั้นก็เอ่ยเพิ่มว่า“อย่างเพิ่งสังหารพวกมันในทันทีล่ะ.”

“ขอรับ,ให้ให้ท่านหม่าซีวางใจได้.”เจิ้งหยวน,ไต่หวังเจี้ยนและคนอื่น ๆ กล่าวด้วยความเคารพ,ก่อนที่จะนำคนของนิกายจินกังบินตรงไปหาลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

ในเวลานี้ผู้คนต่างก็จดจ้องมองไปยังทิศทางของลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำเป็นสายตาเดียวกัน.

เจิ้งหยวน,ใต่หวังเจี้ยนที่นำยอดฝีมือนิกายจินกังไปยังยอดเขาที่ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำอยู่.

เวลานั้นพวกเขาที่เห็นวัวกระทิงมังกรเขาทองคำนำสัตว์อสูรเทวะคุนเผิงออกมา.

เจิ้งหยวน,ไต่หวังเจี้ยนและคนอื่น ๆ ที่จ้องมองไปยังปลาตัวน้อยในมือวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,พวกเขาที่มองเห็นเป็นเหมือนกับปลาเส้นยาวในมือของชายร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อด้วยความสงสัย.

“เจ้าสังหารศิษย์ของข้า,หม่าเฟยอย่างงั้นรึ?”เจิ้งหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

“ไม่ต้องพูดให้มากความหรอก.”ใต่หวังเจี้ยนที่กล่าวจบพร้อมกับฟาด,ฝ่ามือของเขาไปที่ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำทันที.

พลังพิภพที่พลุ้งพล่าน,กวาดม้วนปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า.

ใต่หวังเจี้ยนเป็นจ้าวพิภพที่น่าเกรงขาม,กล่าวได้ว่าเขามีพลังพิภพถึง 2 ล้านพลังต่อสู้.

อย่างไรก็ตาม,ขณะที่ไต่หวังเจี้ยนลงมือ,สัตว์เทวะคุนเผิงในมือวัวกระทิงมังกรเขาทองคำก็ขยายใหญ่ขึ้นมาหลายเท่า.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำ เริ่มหวดเหวี่ยงมันออกไปเหมือนกับไม่เบสบอล.

ขณะวัวกระทิงมังกรเขาทองคำได้เหวี่ยงออกไปนั้นปรากฏเสียงสายลมดังหวีดหวิวน่าพรั่นพรึง,ไต่หวังเจี้ยนที่ไม่อาจตอบสนองได้ทันถูกฟาดเข้าไปในทันที.

พริบตานั้นได้ยินเพียงเสียง“ปัง”

กว่าจะตั้งสติกได้,ใต่หวังเจี้ยนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว.

ขณะที่ทุกคนเงยหน้ากวาดตามองไปรอบ ๆ คาดไม่ถึงว่าจะไม่เห็นร่างของใต่หวังเจี้ยนเลย.

ไม่เพียงแค่คนของนิกายจินกังที่งงงวย,เหล่าผู้ฝึกตนรอบ ๆ ต่างก็กลายเป็นเซ่อไปทั้งหมดทุกคน.

เย่จื่อโม่,หม่าซีเองก็กลายเป็นโง่งมไปเหมือนกัน.

กล่าวได้ว่าแม้แต่จิตสัมผัสของพวกเขา,ก็ไม่อาจสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของไต่หวังเจี้ยนว่าอยู่ที่ใด.

เทือกเขาเทียนเซี่ยที่กลายเป็นเงียบสงบไปในบัดดล.

อย่างไรก็ตามเสียงหวดสัตว์เทวะคุนเผิงดังได้ขึ้นอีกครั้ง,เสียงลมหวีดหวิวที่ดังกวาดม้วนไปทั่วยอดเขา.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่หวดออกไปครั้งนี้ได้ยินเพียงเสียงดังปัง ซ้ำอีกครั้ง.

ครานี้เป็นเจ้านิกายจินกังที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย.

ที่ขอบฟ้าไกล,ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินทางไปยังเทือกเขาเทียนเซี่ย,จู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งที่ลอยตัดหน้าหายไปอย่างรวดเร็ว,ทำให้พวกเขาชงักตกใจหยุดนิ่งไปชั่วครู่.

แต่ละคนที่จ้องมองหน้ากันและกันด้วยความงงงวย.

อย่างไรก็ตามคลื่นอากาศที่พัดผ่านพวกเขานั้นทำให้หลายคนรู้สึกขนลุกตั้งชันหนังหัวชาหนึบโดยไม่ได้ตั้งใจ..

“นั่น,คือเจ้านิกายจินกังอย่างงั้นรึ?”ใครบางคนที่กลืนน้ำลายฝืดลงคอ.

“เข้าใจผิดหรือไม่?”

เข้าใจผิด?

“บางทีอาจจะเข้าใจผิด.”

อย่างไรก็ตามขณะจะบินต่อไปยังเทือกเขาเทียนเซี่ยต่อ.

ยังไม่เคลื่อนตัวออกไปด้วยซ้ำ,ก็มีเงาร่างของผู้ฝึกตนอีกคนพุ่งตัดอากาศมา.

เวลานี้พวกเขาที่เร่งรีบหลบด้วยความหวาดกลัว.

“นั่นมันชุดของบรรพชนชรานิกายจินกังงั้นรึ?!”

ครั้งนี้,มีคนหลายคนที่เห็นเหมือน ๆ กัน.

ทว่าที่เทือกเขาเทียนเซี่ยเวลานี้,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่หวดคนลอยออกไปเรื่อย ๆ.

ด้วยความเร็วที่แทบมองไม่เห็น คนแล้วคนเล่า.

กว่ายอดฝีมือนิกายจินกังจะตั้งสติได้,บนพื้นก็หายไปเจ็ดคนแล้ว.

คนที่เหลือที่ได้สติ,จ้องมองวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,ด้วยความหวาดกลัว,พร้อมกับหนีตายออกไปในทันที.

เห็นยอดฝีมือมากมายหนีไปทุกทิศทุกทาง,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม,ก่อนที่จะขยายขนาดอสูรเทวะคุนเผิงขึ้นอีกหลายเท่า,จนมีขนาดเท่ากับภูเขาลูกหนึ่งเหวี่ยงออกไปทันที.

พริบตานั้นคนของนิกายจินกังกว่าร้อยคนที่หนีกระจัดกระจายไปแต่กับถูกหวดไปทั้งหมด.

หลังจากนั้นอสูรเทวะคุนเผิงก็ย่อขนาดกลับมาเท่ากับฝ่ามือ.

ที่ไกลออกไป,เผ่าวิญญาณรัตติกาล,ตระกูลหม่า,และเหล่ากลุ่มอิทธิพลอื่น ๆ มากมายต่างก็จ้องมองวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,จดจ้องมองร่างปลาน้อยที่แข็งทื่ออยู่ในมืออีกฝ่าย.

“ปลาน้อยนั่น,หรือว่าจะเป็นอสูรเทวะคุนเผิง?”บรรพชนชราตระกูลหม่าที่เอ่ยเสียงสั่น.

คราแรกเขาจำไม่ได้,ทว่าเมื่อครู่ขณะที่มันขยายร่างอสูรเทวะคุนเผิงมีขนาดเท่าภูเขา,พวกเขาก็สามารถมองเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของมันได้.

“อสุรเทวะคุนเผิงรึ? ไม่ใช่ว่านั่นคืออสูรผู้พิทักษ์ของนิกายเทวะคุนเผิงหรอกรึ?”บรรพชนชราเผ่าวิญญาณรัตติกาลเอ่ยอุทานออกมา.

ทั่วทั้งพิภพเหิงหยวน,มีเพียงแค่สัตว์ผู้พิทักษ์ของนิกายเทวะคุนเผิงของจิวเทียนเท่านั้น,ไม่คาดคิดเลยว่าจะอยู่ในมือคนอื่น.

อย่างไรก็ตามเมื่อคิดถึงเรื่องดังกล่าว เย่จื่อโม่,หม่าเฟย ก็สั่นกระตุก.

นิกายเทวะคุนเผิงอย่างงั้นรึ?

ผู้เยาว์ชุดน้ำเงินผู้นั้นหรือว่าจะเป็น?

“อาจารย์ของนักบุญปิศาจ,ลู่อี้ผิง!”เย่จื่อโม่ที่เอ่ยเสียงสั่น.

อาจารย์ของนักบุญปิศาจลู่อี้ผิง!

เหล่าคนของเผ่าวิญญาณรัตติกาลและคนของตระกูลหม่า ไม่มีใครที่ไม่ตกใจ.

งานชุมนุมนิกายเทวะคุนเผิง,ลู่อี้ผิงได้กวาดล้างนิกายดังกล่าวไป.

ทว่าสถานะของลู่อี้ผิงได้มีการเปิดเผยต่อมาว่าเขาก็คืออาจารย์ของนักบุญปิศาจ.

เช่นนั้นคนที่อยู่ตรงนี้ก็คือ,บรรพชนทัณฑ์สายฟ้าและอาจารย์ของนักบุญปิศาจ,ลู่อี้ผิงนั่นเอง

ลู่อี้ผิงที่กวาดตามองออกไป,จ้องมองเผ่าวิญญาณรัตติกาลและคนของตรุกูลหม่า.

เวลานั้นคนของเผ่าวิญญาณรัตติกาลและตระกูลหม่าที่สั่นสะท้าน,ลู่อี้ผิงที่ยกมือขึ้นดึ่งร่างของเย่จื่อโม่และหม่าซีมาอยู่ที่ด้านหน้าของพวกเขา.

ลู่อี้ผิงจ้องมองเย่จื่อโม่เอ่ยออกมาว่า“ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าจะจัดการข้า,กวาดล้างตระกูลและนิกายของข้าอย่างงั้นรึ?”

เย่จื่อโม่,ปราณปิศาจที่หมุนวนทั่วร่างสลายหายไปทันที,หมวกสีดำที่ปกปิดครึ่งหน้าไม่รู้ว่าปลิวหายไปที่ใด,เผยให้เห็นใบหน้าที่แก่ชราเหี่ยวย่น.

แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว“ท่านลู่,ข้าไม่รู้ว่าเป็นท่าน,โปรดอภัยให้ด้วย!”เวลานี้ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า.

เย่จื่อโม่เผ่าวิญญาณรัตติกาล,พลังของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าบรรพชนสายฟ้าเหล่ยยวี,ทว่าตอนนี้แทบร้องไห้ทั้งน้ำตา.

ส่วนหม่าซีที่มาด้วย,เวลานี้ยืนนิ่ง,ไม่กล้าเคลื่อนไหว.

“อภัยรึ?”ลู่อี้ผิงเอ่ยอย่างไม่แยแส“หากข้าอ่อนแอ,เจ้ายังจะอภัยข้าใหม?”จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วออกไป,สายฟ้าเทวะที่บ้าคลั่งล่วงหล่นจากบนท้องฟ้าฟาดลงมา.

เย่จื่อโม่,หม่าซินตลอดจนเหล่ายอดฝีมือเผ่าวิญญาณรัตติกาลและตระกูลหม่าถูกสายฟ้ากลืนกินไปทั้งหมด.

เมื่อสายฟ้าหายไป,เผ่าวิญญาณรัตติกาลและตระกูลหม่าก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย.

ในเวลาเดียวกัน,ที่ไกลออกไป,ปรากฏราชรถคันใหญ่ปรากฏขึ้น.

บนตัวราชรถนั้น,มีอักษรสลักไว้ว่า“จ้านเทียน.”

อักขระ“จ้านเทียน”สองตัวส่องแสงวับวาว,เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม.

ท้ายที่สุดคนของเมืองจ้านเทียนก็มาถึงแล้ว.

บนราชรถคนใหญ่นั้น,มีผู้เยาว์ที่แผ่กลิ่นอายผยองและอหังการออกมา.

นอกจากนี้ด้านหน้ารถยังมียอดฝีมือที่ขี่พยัคฆ์ทมิฬเก้าตนลากรถมาด้วย.

จบบทที่ Chapter 169 Master of Saint Demon

คัดลอกลิงก์แล้ว