เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 130: Arrives at Grand Void Territory

Chapter 130: Arrives at Grand Void Territory

Chapter 130: Arrives at Grand Void Territory


降临太虚域(一更)

อย่างไรก็ตาม,ก่อนที่จะไปยังดินแดนไท่สวี,ลู่อี้ผิงได้ไปยังร้านค้าที่ราบชิงหยางก่อน.

เถ้าแก่ร้านที่นั่งสับหงกอยู่ที่มุมเหมือนเดิม,หลังจากเห็นลู่อี้ผิงมาถึง,ก็สั่นสะท้าน,เร่งรีบออกมาต้อนรับทันที.

เรื่องของลู่อีผิ้ง,ได้กระจายไปทั่วทั้งดินแดนซั่งเซิ่ง,เขาเองก็ได้ยินมาด้วยเช่นกัน.

เถ้าแก่รู้ว่าลู่อี้ผิงจะไปยังดินแดนไท่สวีก็ประหลาดใจ.

“ประมุขของเจ้าอยู่ที่ใดตอนนี้?”ลู่อี้ผิงสอบถาม.

เถ้าแก่ที่เร่งรีบเอ่ยออกมาว่า“คุณชายลู่เรื่องราชามังกรทมิฬ,ข้าได้รายงานต่อประมุขแล้ว,ตอนนี้ประมุขของข้ามีธุระเล็กน้อยที่ดินแดนไท่เสวียน,ดังนั้นจึงไม่อาจเร่งรีบมาพบท่าน.”

“ประมุขของเจ้าอยู่ในดินแดนไท่สวีอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงเอ่ยถาม.

เถ้าแก่ที่บอกกล่าวสถานที่.

ลู่อี้ผิงที่ได้รับข้อมูลสถานที่จากนั้นก็ออกจากพื้นที่ ที่ราบชิงหยางตรงไปยังดินแดนไท่สวี.

เถ้าแก่ร้านที่ออกมาส่งลู่อี้ผิง,ขณะมองอีกฝ่ายหายลับตาไป,เอ่ยกล่าวพึมพำ“ดินแดนไท่สวี,ศิลาจารึกสวรรค์กำลังปรากฏ,พวกเขาไปยังดินแดนไท่สวีเพราะศิลาจารึกสวรรค์หรือไม่?”

“ก่อนที่ศิลาจารึกสวรรค์จะปรากฏเกรงว่าคงเต็มไปด้วยศพมากมายก่ายกองอย่างแน่นอน.”

ศิลาจารึกสวรรค์,เป็นอักขระของจักรพรรดิสวรรค์ได้บันทึกกฎของศาลสวรรค์ในยุคปรัมปราทิ้งเอาไว้!

......

จิวเทียน,มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 29 ดินแดน.

ดินแดนไท่สวีและดินแดนปิศาจเทวะเป็นสองดินแดนที่ใหญ่ที่สุดในจิวเทียน.

หากไม่นับดินแดนปิศาจเทวะ,ดินแดนไท่สวีก็คือดินแดนที่ใหญ่ที่สุด.

อย่างไรก็ตาม,แม้นว่าดินแดนไท่สวีจะมีขนาดใหญ่,ทว่ากลุ่มอิทธิพลมากมายกับมารวมกระจุกกันที่นี่,ดังนั้นดินแดนไท่สวีจึงค่อนข้างโกลาหล.

ในจิวเทียนนั้นมีสิบสุดยอดกลุ่มอิทธิพล,นิกายเสวียนเทียนที่ใหญ่เป็นอันดับสามมีศูนย์ใหญ่ตั้งอยู่ที่นั่น.

นอกจากนิกายเสวียนเทียนแล้ว,ยังมีตระกูลเหยี่ยนที่ใหญ่เป็นอันดับห้า,สำนักอสูรสวรรค์อันดับเจ็ด,และนิกายพุทธะซู่มีอันดับแปด ต่างก็มีศูนย์ใหญ่ในดินแดนไท่สวี.

หลังจากลู่อี้ผิงออกจากดินแดนซั่งเซิงก็เดินทางไม่หยุด,ข้ามผ่านหลากหลายพื้นที่,ท้ายที่สุดก็มาถึงดินแดนไท่สวี.

ลู่อี้ผิงที่กำลังเร่งรุดเดินทางไปยังเมืองเสวียนกู่,ก็ได้รับข่าวว่าศิลาจารึกสวรรค์กำลังปรากฏ.

“ศิลาจารึกสวรรค์กำลังปรากฏ,เวลานี้ผู้คนจากพื้นที่อื่นจึงปรากฏมากขึ้นเรื่อย ๆ,เกรงว่าจะต้องวุ่นวายเป็นแน่.”

“ศิลาจารึกสวรรค์ปรากฏขึ้นแต่ละครั้ง,พื้นที่หลักส่วนใหญ่ล้วนแต่ถูกล้อมไปด้วยคนของนิกายเทวะคุณเผิง.

“ส่วนพื้นที่รองลงมา,ก็เป็นของนิกายเสวียนเทียน,ตระกูลเหยียน,สำนักอสูรสวรรค์,นิกายพุทธะซูมี,แทบไม่เหลือน้ำซุปให้พวกเราได้ดื่มหรอก.”

ขณะเดินทางเมืองบางแห่ง,ผู้ฝึกตนมากมายต่างก็พูดคุยกันเรื่องเดียวกัน.

“ได้ยินมาว่าเทพกู่ฉินฟู่เฉาที่มีชื่อเสียงคนนั้น,เวลานี้ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว.”

“เกรงว่าคงไม่รอด,ไม่แม้แต่รับฝ่ามือของยอดฝีมือลึกลับได้สักกระบวนท่าเดียว! ตอนนี้เทพกู่ฉินฟู่เฉาของสำนักฉินกู่กลายเป็นตัวตลกให้ทุกคนหัวเราะไปแล้ว.”

นอกจากเรื่องศิลาจารึกสวรรค์ปรากฏ,ยังมีเรื่องราวอีกหลายเรื่อง,โดยเฉพาะเรื่องเทพกู่ฉินฟู่เฉาถูกฝ่ามืออรหันต์ลึกลับจัดการ.

“หลังจากเทพกู่ฉินฟู่เฉาถูกยอดฝีมือลึกลับจับตัวไป,ก็หายไปนานแล้ว,บางคนเอ่ยว่าเขาตายไปแล้ว.”

“นิกายฉินหัวเป็นไปไม่ได้ที่จะยอมจบแค่นี้,ได้ยินมาว่าศิษย์พี่ฟู่เฉา,กู่ฉินมู่จิวนั้นยังไม่ตกตายไป,ตอนนี้ได้ออกมาจากปิดด่านแล้ว.”

“ไม่ใช่แค่ยังไม่ตาย,ว่ากันว่ากู่ฉินโม่จิวในอดีตเคยตตระหนักรู้ได้พลังลึกลับจากศิลาจารึกสวรรค์ในอดีต,หลังจากเก็บตัวฝึกฝนในดินแดนบรรพชนนิกายฉินหัว,เวลานี้ไม่เพียงแค่ออกมาจัดการเรื่องฟู่เฉา,ทว่ายังออกมาด้วยเรื่องศิลาจารึกสวรรค์ด้วย.”

ได้ยินคำพูดดังกล่าว,หวงจิว,เห่าผีและคนอื่น ๆ ต่างก็เผยความประหลาดใจ.

“คาดไม่ถึงว่ากู่ฉินโม่จิวยังไม่ตาย!”หวงจิวเอ่ยออกมาว่า“คนผู้นี้,แม้นว่าชื่อเสียงจะสู้เทพกู่ฉินฟู่เฉาไม่ได้,ทว่าความแข็งแกร่งนั้นเหนือกว่าฟู่เฉาเป็นอย่างมาก.”

เรื่องของกู่ฉินโม่จิว,ไม่ได้ทำให้ลู่อี้ผิงต้องใส่ใจแต่อย่างใด.

“แล้วเมื่อไหร่ศิลาจารึกสวรรค์จะปรากฏล่ะ?”ลู่อี้ผิงเอ่ยถามออกมาทันที.

เห่าผีเร่งรีบกล่าวรายงาน“น่าจะกลางเดือนหน้า.”

ลู่อี้ผิงพยักหน้ารับ,กล่าวได้ว่า,เขาสามารถไปยังเมืองเสวียนกู่,จากนั้นค่อยไปยังเมืองเทียนเป่ยได้.

ศิลาจารึกสวรรค์คือสิ่งที่จักรพรรดิสวรรค์ทิ้งเอาไว้,มีศิลาจารึกสวรรค์ทั้งหมด 100 ชิ้น,แต่ละชิ้นนั้นมีบันทึกวิชาบ่มเพาะไร้เทียมทานอยู่,ตลอดจนความลับที่มีในยุคปรัมปราอีกหลายอย่าง.

ดังนั้น,ลู่อี้ผิงจึงวางแผนที่จะไปดูเช่นกัน.

ในอดีต,จักรพรรดิสวรรค์เป็นคนตัดเจี้ยนมู่,เป็นไปได้ว่าในศิลาจารึกสวรรค์,จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับเจี้ยนมู่อยู่.

หากเขารับรู้อาจจะสามารถเร่งการเติบโตของเจี้ยนมู่,หรือหาชิ้นส่วนอื่น ๆ ของเจี้ยนมู่ได้.

ในคืนหนึ่ง.

บนพื้นที่ร้าง,พวกลู่อี้ผิงที่พักอยู่เชิงเขา,กำลังก่อไฟย่างเนื้อกินดื่ม.

ลู่อี้ผิงที่นำตำราออกมาอ่าน.

ตำราเหล่านี้,ก็คือตำราที่เทพกู่ฉินฟู่เฉาเก็บเอาไว้,ดูน่าสนใจไม่น้อย,มันมีบันทึกเกี่ยวกับการบ่มเพาะของเผ่าบรรพกาลบางเผ่าด้วย.

เพราะว่าวิชาบ่มเพาะเหล่านี้,มีข้อความเพียงเล็กน้อย,ไม่สมบูรณ์,ดังนั้นจึงยากที่จะฝึกฝนได้.

ก่อนยุคโบราณเป็นยุคบรรพกาล,ยุคปรัมปรา,ยุคปฐมกาลและยุคเปิดสวรรค์.

สิ่งของจากยุคปรัมปราและยุคปฐมกาลนั้น,ในยุคปัจจุบันมีอยู่น้อยมาก ๆ,เพราะว่าผ่านเวลามาเนิ่นนาน,แม้แต่สิ่งประดิษฐ์เทวะชั้นพิเศษ,ยังถูกกัดกร่อนพังทลายลงเหลือเพียงฝุ่นผงเท่านั้น.

อย่างไรก็ตามสิ่งของจากยุคโบราณและยุคบรรพกาลนั้นยังพบได้เป็นครั้งคราว.

ตำราเล่มนี้เป็นสิ่งของจากยุคบรรพกาล.

ไม่รู้ว่าสร้างมาจากวัสดุอะไร,แม้นว่าจะเป็นสิ่งของจากยุคบรรพกาล ผ่านยุคโบราณมา,จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่เสียหายแต่อย่างใด.

หลายวันมานี้,เขาได้อ่านตำราดังกล่าวไปไม่น้อย.

ตำราดังกล่าวน่าจะเป็นของเผ่าวานรวิญญาณในยุคบรรพกาล.

ในยุคบรรพกาล,มีเผ่าวานรศิลา,เผ่าวานรก้นแดง,เผ่าวิญญาณหกแขนหกหู,เผ่าวานรวิญญาณทมิฬ,ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านทำให้เกิดการอพยพใหญ่ขึ้น เหลือเพียงแค่ประวัติศาสตร์ของพวกเขา.

ลู่อี้ผิงได้อ่านตำราจากยุคบรรพกาล,เห่าผีที่ดื่มสุรานิรันดรที่ได้รับจากลู่อี้ผิงอย่างระมัดระวัง.

สุรานิรันดร,แม้นว่าเขาจะไม่รู้ว่าบ่มเพาะจากสมุนไพรอะไร,ทว่าจากประสบการณ์แล้ว,แน่นอนย่อมรู้ว่ามันเป็นสิ่งล้ำค่า,ทำให้เขาค่อย ๆ จิบด้วยเกรงว่าจะหมดไม่ต่างจากปราชญ์ยาจกโจวเฉิงเลย.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเห็นเห่าผีจิบทีละน้อย,ก็เผยยิ้มเอ่ยออกมาว่า“สุรานิรันดร,จูเหรินของข้ามีจำนวนมาก,ไม่จำเป็นต้องอดออมเพียงนั้น.”

เห่าผีที่เผยยิ้มอย่างอักอ่วน,เขาเอ่ยถามวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ“ท่านเสี่ยวจิน,สุรานิรันดรนี้,บ่มจากผลเพลิงเหมัตรอย่างงั้นรึ?”

ก่อนหน้านี้มีเหอโชวจากหอราชาสมุนไพรที่ได้ชิม ก็เอ่ยออกมาว่าสุรานี้บ่มจากผลเพลิงเหมันตร์เช่นกัน.

วัวกระทองมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม“ผลเพลิงเหมันตร์เป็นส่วนผสมที่ธรรมดาที่สุด,เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้จูเหรินได้เพิ่มวารีดาราฮุ่นตุ้นเข้าไปด้วย.”

“วารีดาราฮุ่นตุ้น!”เห่าผีที่สั่นสะท้านแทบทำให้ไหสุราหลุดมือ.

วังกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม“วารีดาราฮุ่นตุ้น,ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่ล้ำค่าที่สุดในสุรานิรันดร.”

เห่าผีที่ตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก.

“อย่าไปฟังเรื่องราวไร้สาระของเสี่ยวจิน.”ลู่อี้ผิงเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมกับเผยยิ้ม.

ขณะกลุ่มลู่อี้ผิงทีพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน,ที่ไกลออกไปปรากฏกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง,ผู้นำมานั้นเป็นผู้เยาว์ผู้หนึ่งที่แผ่กลิ่นอายที่น่าเกรงขามเป็นอย่างมากออกมา.

เห็นชายหนุ่มคนดังกล่าว,ลู่อี้ผิงก็เผยความประหลาดใจ,อีกฝ่ายก็คือคุณชายจากโลกเทวะเทียนหลงที่เข้าร่วมประมูลสินค้าในหอการค้าความลับสวรรค์ในอดีตนั่นเอง.

ในเวลานั้นฝ่ายตรงข้ามต้องการประมูลตราจ้าวแห่งทวยเทพ,ทว่าได้แสดงกระบี่มังกรสวรรค์โจมตีเขา,และถูกสะท้อนพลังได้รับบาดเจ็บหนัก.

อ้าวผีจากโลกเทวะเทียนหลงที่นำผู้ใต้บังคับบัญชามาเห็นไฟจากกองเพลิง,เลยจับจ้องมองมา,ขณะพบว่าเป็นลู่อี้ผิงก็หวาดผวาไปในทันที.

ในอดีตที่เมืองหลวงเป่ยโตว,การประมูลหอการค้าความลับสวรรค์,ได้สร้างความหวาดกลัวที่ฝังลึกลงไปในจิตใจของเขาทีเดียว.

จบบทที่ Chapter 130: Arrives at Grand Void Territory

คัดลอกลิงก์แล้ว