เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 129 Heavenly Tablet

Chapter 129 Heavenly Tablet

Chapter 129 Heavenly Tablet


天碑(五更)

เจิ้งซ่างชิงยังเอ่ยกับเจ้าสำนักกระบี่ไท่ชิงเจ๋ออวิ๋น.

ว่าหากไม่กวาดล้างนิกายกระบี่กุยหยวนและสังหารลู่อี้ผิง,อย่ามาเรียกข้าว่าเจิ้งซ่างชิง.

เจิ้งซ่างชิงเวลานี้กำลังนิ่งงันครุ่นคิดดูลังเลอยู่เล็กน้อย.

ขณะที่ทุกคนกังวลเรื่องเทพกู่ฉินฟู่เฉาอยู่นั้น,ในดินแดนเทพปิศาจคุนเผิง,ดินแดนบรรพชน,นิกายเทวะคุนเผิง,เจ้านิกายเฟยเจี่ยและบรรพชนชราเหล่ยยวี เองก็ได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องของดังกล่าวเช่นกัน.

“หนึ่งฝามือจัดการฟู่เฉาอย่างงั้นรึ?”เหล่ยยวีที่ได้ยินก็เผยความประหลาดใจออกมา.

“ขอรับ,ตอนนี้ข่าวได้กระจายไปทั่วแล้ว,บางคนบอกว่าเป็นลู่อี้ผิง,ทว่าเรื่องนี้ไม่อาจยืนยันได้.”เฟยเจี่ยกล่าวรายงานด้วยความเคารพ“ข้าได้ตรวจสอบแล้ว,ลู่อี้ผิงผู้นี้ก็คือคนจากพิภพเหิงหยวนที่สังหารเจียงยวี.”

เหล่ยยวีพยักหน้า,ก่อนที่จะเอ่ยออกมาว่า“หากเป็นลู่อี้ผิง,ดูเหมือนว่าจะไม่อ่อนแอ.”อย่างไรก็ตาม,เขาหาได้สนใจนัก.

สำหรับเขา,การจัดการฟู่เฉา,ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร.

“ศิลาจารึกสวรรค์กำลังจะปรากฏออกมาแล้วรึ?”เหล่ยจิวเอ่ยถามออกมาทันที.

เฟยเจี่ยที่ตกใจ,เอ่ยออกมาด้วยความเคารพ“ขอรับ,ศิลาจารึกสวรรค์ใกล้จะปรากฏแล้ว”

“หากศิลาจารึกสวรรค์ปรากฏ,ข้าก็จะสามารถตระหนักรู้,ตัดผ่านระดับไปอีกขั้นได้ก็คราวนี้ล่ะ!”ในเวลานั้นกลิ่นอายที่น่าพรั่นพรึงของเขาแผ่ออกไปรอบ ๆ แข็งแกร่งยิ่งกว่าเทพกู่ฉินฟู่เฉาเป็นอย่างมาก.

......

ลู่อีผิ้งและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำได้กลับมายังนิกายกระบี่กุยหยวนแล้ว.

ก่อนหน้านี้กงอี้ฟ่านและคนอื่น ๆ พบกับลู่อี้ผิง,ไม่ได้รู้สึกอะไรนัก,ตอนนี้พบกับลู่อี้ผิงกับขลาดเขลา,แม้แต่พยายามอยู่ห่างโถงศักดิ์สิทธิ์,ทำตัวให้เงียบ,ระมัดระวังด้วยหวั่นเกรงว่าจะส่งเสียงรบกวนอีกฝ่าย.

ขณะเฟิงเหวินและคนอื่น ๆ รู้ว่าไท่จู่จิวและเหล่าบรรพชนชรานิกายอื่น ๆ มา,เพื่อขอเป็นพันธมิตรก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก.

ลู่อี้ผิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องก่อตั้งพันธมิตรใด ๆ ,เขาได้นำเห่าผีเข้ามาในโถงศักดิ์สิทธิ์,ก่อนนำหยกเจาหัวออกมาให้อีกฝ่ายดู.

เห่าผีเห็นหยกดังกล่าว,ก็เผยความประหลาดใจ“หยกในมือของท่าน,ใช่หยกข้าได้ทิ้งเอาไว้ที่ดินแดนบรรพชนเผ่าอสูรสวรรค์ไม่ใช่รึ?”

“ใช่.”ลู่อี้ผิงเอ่ยสอบถาม,“ข้าต้องการรู้ว่า,หยกชิ้นนี้,เจ้าได้รับมาจากใหน?”

เห่าผีเข้าใจทันทีว่าทำไมลู่อี้ผิงกำลังมองหาตัวเอง.

หยกชิ้นนี้,เขาไม่รู้ว่ามีความลับใดซ่อนอยู่เช่นกัน.

เห่าผีครุ่นคิดเอ่ยออกมาว่า“หยกชิ้นนี้ข้าซื้อมาจากเมืองเสวียนกู่ดินแดนไท่สวีในอดีต.”

“ซื้อมาอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงเผยความประหลาดใจ.

เดิมทีเขาคาดเดาว่าหยกเจาหัวนี้เห่าผีพบในถ้ำที่พักหรือขุมสมบัติ.

“ขอรับ.”เห่าผีพยักหน้ารับ.“แม้นว่าจะผ่านมาหลายปีแล้ว,ทว่าข้ายังคงจำได้,ในอดีตข้าได้ซื้อมาจากร้านค้าของเก่าเมืองเสวียนกู่,เถ้าแก่ชราเอ่ยว่าเป็นสมบัติตกทอดจากตระกูล,ดังนั้นราคาจึงค่อนข้างสูง,เวลานั้นข้ามีระดับเทพแท้จริงขั้นสุดท้ายปลาย,ได้ใช้ศิลาวิญญาณเกรดเทวะหนึ่งร้อยล้านซื้อมา.”

เห่าผีที่ออกจากเผ่าตะเวนไปทั่วสารทิศ,มีเงินเก็บไม่มาก,ราคาหนึ่งร้อยศิลาวิญญาณเกรดเทวะ ด้วยระดับเทพแท้จริงเวลานั้น,ไม่ใช่ราคาที่ถูกเลย.

เห่าผีเอ่ย“ในเวลานั้น,ข้าคิดว่าหยกชิ้นนี้ไม่ธรรมดา,จึงจ่ายเงินจำนวนมากซื้อมา,หลังจากซื้อมาแล้ว,ข้าก็กลับเผ่าอสูรสวรรค์,ทว่าไม่อาจค้นหาความลับอะไรได้,รู้เพียงว่าหยกชิ้นนี้ทำให้จิตใจสงบ,และยังขับไล่ปิศาจร้ายได้ด้วย.”

“หลังจากตัดผ่านระดับเทพสวรรค์,หยกชิ้นนี้กับไม่มีประโยชน์อะไรต่อข้าอีก,ข้าจึงทิ้งมันเอาไว้ในโถงบรรพชนเผ่าอสูรสวรรค์.”

ลู่อี้ผิงได้ยินคำพูดดังกล่าว,ก็ส่งศิลาวิญญาณเกรดสวรรค์ก้อนใหญ่ลอยออกไป.

“ศิลาวิญญาณต้นกำเนิดเกรดสวรรค์!”เห่าผีที่ตื่นตะลึงไปในทันที.

ศิลาวิญญาณเกรดสวรรค์,เป็นสิ่งล้ำค่าหากยากในจิวเทียน,มีค่ามากกว่าศิลาวิญญาณเกรดเทวะเป็นอย่างมาก.

ยิ่งเป็นศิลาวิญญาณต้นกำเนิดเกรดสวรรค์ที่ยังไม่ได้ตัดแบ่งยิ่งล้ำค่าเกินประเมิน.

“ศิลาวิญญาณต้นกำเนิดเกรดสวรรค์,สามารถตัดออกมาได้ 10 ล้าน.”ลู่อี้ผิงเอ่ย“ข้าจะใช้เป็นค่าจ้างให้เจ้านำข้าไปยังร้านขายของเก่าเมืองเสวียนกู่.”

เห่าผีได้ยิน,ก็สั่นสะท้าน,เร่งรีบโบกมือไปมา เอ่ยออกไปว่า“ก่อนหน้านี้ต้าเหรินช่วยข้า,ศิลาวิญญาณต้นกำเนิดเกรดสวรรค์นี้,ข้าไม่อาจรับได้,หากต้าเหรินต้องการไป,ข้าสามารถนำทางไปยังร้านค้าเก่าได้ทุกเมื่อ.”

เขาจะเก็บเงินลู่อี้ผิงได้อย่างไร.

“เจ้ารับไป.”ลู่อี้ผิงเอ่ย“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร.”

เห่าผีได้ยิน,ดูลังเลเล็กน้อย,ก่อนที่จะรับศิลาวิญญาณต้นกำเนิดเกรดสวรรค์มา“เห่าผีขอบคุณต้าเหริน”จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า“ที่จริงผู้น้อยมีเรื่องบางอย่างต้องการขอร้องต้าเหริน.”

ลู่อี้ผิงเอ่ย“พูดมา.”

“ศิษย์ของข้าซูอี,เด็กคนนี้ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์และนิสัยใจคอนับว่าใช้ได้,หลายปีมานี้เขาตามข้าที่ไร้ซึ่งหลักแหล่งมาหลายปี,ได้รับความทุกข์อยู่ไม่น้อย,ข้าต้องการให้เขาเข้าร่วมนิกายกระบี่กุยหยวน,ขอให้ต้าเหรินมอบที่พักพิงให้กับเขาด้วย.”เห่าผีเอ่ยขอร้อง.

“เรื่องนี้นะเอง.”ลู่อี้ผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“เห็นท่าทางจริงจัง,นึกว่าเรื่องสำคัญ,ตกลง,ข้าจะให้ฉู่ถงรับเขาไว้.”

“ในเวลานั้น,เขาจะอยู่ในนิกายกระบี่กุยหยวน,ให้เฟิงเหวินคอยชี้แนะเขา.”

เห่าผีได้ยิน,ก็คุกเข่าขอบคุณลู่อี้ผิงด้วยความสุข.

ลู่อี้ผิงที่โบกมือให้อีกฝ่ายลุกขึ้น,จากนั้นก็เรียกฉู่ถง,เอ่ยเรื่องซูอี้ ศิษย์เห่าผี,จากนั้นก็ให้เขาจัดเตรียมที่พักให้กับเห่าผี.

“ข้าจะอยู่ที่นี่อีกสองวัน,และเดินทางไปยังดินแดนไท่สวี.”เมื่อฉู่ถงเตรียมที่พักให้เห่าผี,ลู่อี้ผิงก็เรียกฉู่ถงมาอีกครั้ง“ภายในสองวันนี้,ข้าจะเพิ่มความแข็งแกร่งค่ายกลดินแดนบรรพชนนิกายกระบี่กุยหยวนให้กับเจ้า.”

แม้นว่าค่ายกลดินแดนบรรพชนนิกายกระบี่กุยหยวนจะไม่อ่อนด้อย,ทว่าต่อหน้าจ้าวพิภพขั้นปลาย,ก็ยังนับว่าอ่อนแออยู่.

“ซือจุ้นจะไปยังดินแดนไท่สวีอย่างงั้นรึ?”ฉู่ถงที่เผยความประหลาดใจ“ซือจุ้น,ท่านเพิ่งมาได้ไม่กี่วัน,ไม่เร่งรีบไปรึ?”

ลู่อี้ผิงที่ส่ายหน้าไปมา“ข้ามีธุระ,ต้องไปยังเมืองเสวียนกู่ดินแดนไท่สวี,ไว้ผ่านมาจะมาเยี่ยมเจ้าอีกก็แล้วกัน.”จากนั้นเขาก็เอ่ยว่า“โรงเตี้ยมอู๋ซ่าง,นักบุญอู๋ซ่างนั้นเป็นศิษย์ของนักบุญปิศาจอย่างงั้นรึ?”

ฉู่ถงที่ตกใจ,และพยักหน้าเอ่ยออกมาว่า“กู่อู๋ซ่างความจริงแล้วเป็นศิษย์กิตติมศักดิ์ของศิษย์พี่นักบุญปิศาจ,ทว่าอีกฝ่ายไม่รู้ความสัมพันธ์ของข้าและซือจุ้น,ดังนั้นกู่อู๋ซ่างจึงไม่รู้ว่านักบุญปิศาจเป็นศิษย์พี่ของข้า.”

กู่อู๋ซ่างก็คือคนที่ได้รับฉายาว่านักบุญอู๋ซ่างนั่นเอง.

จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า“กู่อู๋ซ่างผู้นี้,มีฝีมือในการทำธุรกิจ,จึงได้สร้างโรงเตี้ยมอู๋ซ่างขึ้น,นับเป็นโรงเตี้ยมอันดับหนึ่งของจิวเทียน,ด้วยรายได้ที่ได้รับจากโรงเตี้ยมอู๋ซ่าง,ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาค่อนข้างแข็งแกร่ง,ไม่ได้ด้อยไปกว่าสำนักกระบี่ไท่ชิงและนิกายเสวียนเทียนเลย.”

“ทว่าตอนนี้,กู่อู๋ซ่างไม่ค่อยได้ดูแลโรงเตี้ยมเท่าไหร่นัก,เป็นคนรุ่นหลังนอกจากนี้ยังร่วมมือกับคนของนิกายเสวียนเทียนและสำนักกระบี่ไท่ชิงอีก,หนำซ้ำลูกหลานของเขายังค่อนข้างหยิ่งผยองอยู่ไม่น้อย.”

ส่วนหยิ่งผยองอย่างไร,ฉู่ถงไม่ได้เอ่ย.

เห็นชัดเจนว่าลูกหลานของกู่อู๋ซ่างนั้นไม่ได้เป็นที่ประทับใจต่อเขาเท่าใดนัก.

หลังจากนั้น,ลู่อี้ผิงก็สอบถามเกี่ยวกับเรื่องของสำนักกระบี่ไท่ชิง,นิกายเสวียนเทียน,นิกายฉินหัวและนิกายเทวะคุนเผิง.

ฉู่ถงที่เอ่ยกล่าวรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองรู้แก่ลู่อี้ผิง.

“ซือจุ้นการเดินทางไปยังดินแดนไท่สวีโปรดระมัดระวังด้วย,เวลานี้ดินแดนไท่สวีค่อนข้างโกลาหล.”ฉู่ถงเอ่ย“ได้ยินมาว่ามันเริ่มโกลาหลเมื่อมีใครบางคนที่สังหารศิษย์เทพดาบ,เทพดาบและตระกูลอวิ๋นกำลังค้นหาฆาตรกรอย่างไม่หยุดหย่อน.”

อย่างไรก็ตาม,เขารู้ว่า,ด้วยความแข็งแกร่งของลู่อี้ผิง,ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล.

หลังจากนั้นสองวัน.

ลู่อี้ผิงที่ตระหนักรู้หยกเจาหัวในตอนกลางคืน,ในตอนกลางวันเขาจะชี้แนะฉู่ถง,พร้อมกับเสริมพลังค่ายกลให้กับดินแพนบรรพชนนิกายกระบี่กุยหยวน.

แน่นอนว่าไม่ลืมรดน้ำเจี้ยนมู่ด้วย.

ในวันที่สาม,ฉู่ถง,ซูอี้และคนอื่น ๆ ที่มาส่งลู่อี้ผิงที่นำวัวกระทิงมังกรเขาทองคำและเห่าผีออกจากนิกายกระบี่กุยหยวน.

จบบทที่ Chapter 129 Heavenly Tablet

คัดลอกลิงก์แล้ว