เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 131 Lifeless Gate

Chapter 131 Lifeless Gate

Chapter 131 Lifeless Gate


无生门(二更)

“เป็นเขา!”เห็นลู่อี้ผิงมาแต่ไกล,อ้าวผีที่อุทานออกมาด้วยความตกใจ.

เหล่ายอดฝีมือที่ตามอ้าวผีมาไม่ได้เข้าร่วมงานประมูล,ดังนั้นจึงไม่รู้จักลู่อี้ผิง,เห็นอ้าวผีตะลึงงันก็ตกใจไปเหมือนกัน.

ด้วยสถานะของประมุขน้อย,พวกเขารับรู้ว่าชื่อเสียงของประมุขน้อยของพวกเขาดี,ถึงจะเป็นดินแดนจิวเทียน,ก็เพียงพอทำให้ผู้คนมากมายหวั่นเกรง.

“ประมุขน้อย,คนผู้นี้เป็นใครกัน?”ยอดฝีมือคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะสอบถามออกไป.

อ้าวผีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“ลู่อี้ผิง.”

“เขาคือลู่อี้ผิง!”หลายคนที่สะดุ้งตกใจเช่นกัน.

แม้นว่าพวกเขาจะมาจากโลกเทวะ ตามอ้าวผีมายังจิวเทียนหลายวัน,ทว่าหลายวันมานี้,ได้ยินยอดฝีมือหลายคนเอ่ยถึงเทพกู่ฉินฟู่เฉาถูกสังหารไปแล้ว.

บางคนก็เอ่ยออกมาว่า,คนที่ลงมือก็คือผู้เยาว์ที่ชื่อว่าลู่อี้ผิง.

“เทพกู่ฉินถูกสังหารแล้วอย่างงั้นรึ?”คนผู้หนึ่งที่จ้องมองลู่อี้ผิงจากพื้นที่ไกลออกไป.

ภายใต้แสงไฟจากกองเพลิง,พวกเขาที่กลายเป็นเงียบ,จดจ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความซับซ้อน.

“ควรเป็นเขา.”อ้าวผีเอ่ย.

ก่อนหน้านี้เขากลับไปยังโลกเทวะหลังจากจบงานประมูลหอการค้าความลับสวรรค์,เขาได้ครุ่นคิดมาตลอดเขาจึงสอบถามบิดาของเขาเรื่องที่ลู่อี้ผิงรู้จักบรรพชนชราของเขา.

บิดาของเขาและปู่ทวดของเขาเอ่ยว่าลู่อี้ผิงบางทีอาจจะรู้จักกับบรรพชนชราก็เผยความประหลาดใจ.

หลายปีมานี้บรรพชนชราปิดด่านไม่เคยออกมาจากสุสานอนุสรณ์มังกรเลย,ปู่ของเขาจึงไม่อาจบอกได้ว่าลู่อี้ผิงและบรรพชนชรานั้นเกี่ยวข้องอะไรกัน.

หลังจากนั้น,ปู่ของเขาก็ทำการสืบสวนเรื่องสถานะของลู่อี้ผิงเป็นพิเศษ.

อย่างไรก็ตาม,กับไม่อาจค้นหาที่มาที่ไปของลู่อี้ผิงได้เลย.

อ้าวผีที่ดูลังเล,ท้ายที่สุดก็บินไปยังกลุ่มของลู่อี้ผิง.

ก่อนที่จะร่องลงที่ด้านหน้ากองเพลิง,ยกมือผสานเอ่ยออกมาด้วยความเคารพ“คารวะท่านลู่.”

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองฝ่ายตรงข้าม,เอ่ยออกมาว่า“เจ้ามาที่นี่เพราะศิลาจารึกสวรรค์อย่างงั้นรึ?”

ศิลาจารึกสวรรค์ใกล้ปรากฏ,อ้าวผีมายังจิวเทียน,เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ.

อ้าวผีไม่ปกปิด,กล่าวตอบด้วยความเคารพ“ขอรับ,ศิลาจารึกสวรรค์ใกล้จะปรากฏ,พวกเราจึงมาแสวงหาโอกาส.”

“นั่งสิ.”ลู่อี้ผิงที่เอ่ยออกมาเล็กน้อย.

อ้าวผีที่นั่งลงฝั่งตรงข้าม.

ยอดฝีมือติดตามมาจ้องมองหน้ากันและกันก่อนที่จะนั่งลงที่ด้านหลังอ้าวผี.

“หลังจากงานประมูล,เจ้ากลับไปบอกบรรพชนชราของเจ้าหรือไม่?”ลู่อี้ผิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก.

อ้าวผีที่ส่ายหน้าไปมา“บรรพชนชราตระกูลข้าได้เข้าไปยังสุสานอนุสรณ์มังกรหลายปีแล้วไม่ออกมา,แม้แต่ท่านปู่เองก็ยังไม่เคยได้พบ.”

“เข้าไปยังสุสานอนุสรณ์มังกรรึ?”ลู่อี้ผิงเผยความประหลาดใจ.

ยอดฝีมือทั้งสี่ด้านหลังอ้าวผี,เห็นอีกฝ่ายรู้จักบรรพชนชราก็เผยความประหลาดใจเช่นกัน.

“ครับ,บรรพชนชราของพวกเราเข้าไปในสุสานอนุสรณ์มังกรส่วนลึก,ดังนั้นแม้แต่ท่านปู่ก็เข้าไปไม่ได้,ดังนั้นหลายปีมานี้จึงไม่ได้พบกับบรรพชนชราเลย.”อ้าวผีเอ่ย.

กล่าวถึงตรงนี้,เขาก็จ้องมองเห่าผี,หวงจิวและคนอื่น ๆ ที่ถือสุรานิรันดรในมือ.

กลิ่นของสุรานิรันดรนั้นหอมหวนแผ่ออกไปไกลเป็นอย่างมาก.

ลู่อี้ผิงที่ส่งสุราไหหนึ่งไปให้เขา.

อ้าวผีรับมา“ขออภัยต้าเหรินด้วย.”ความยั่วยวนที่ทำให้เขาไม่อาจรักษาสถานะของเขาได้เลย.

หลังจากดื่มไปอึกหนึ่ง,อ้าวผีที่ดวงตาเบิกกวางกลมโต,เผยท่าทางไม่อยากเชื่อ,จ้องมองสุรานิรันดร์ในมือ.

“สุรานี้มัน?”อ้าวผีเผยความประหลาดใจ“เป็นไปได้ว่ามีผลมังกรทองคำด้วยอย่างงั้นรึ?”

ยอดฝีมือทั้งสี่ด้านหลังเผยความอัศจรรย์ใจออกมาทันที.

ผลมังกรทองคำอย่างงั้นรึ?

ผลมังกรทองคำ หนึ่งในผลไม้เทวะของเผ่ามังกร,มีอยู่ในพื้นที่ลับมังกรปฐพี,ในโลกเทวะนั้นเหล่ายอดฝีมือมากมายต้องตกตายไปก็เพื่อผลของมังกรทองคำผลเดียว.

วัวกระทิงมังกรทองคำเผยยิ้ม.

อ้าวผีที่ลุกขึ้นทันที,พร้อมกับโค้งคำนับให้กับลู่อี้ผิง“ขอบคุณลู่ต้าเหรินที่มอบสุรานี้ให้,การประมูลก่อนหน้านี้,อ้าวผียังเด็กได้ล่วงเกินท่านลู่,ไม่คิดเลยว่า ไม่เพียงท่านลู่จะไม่ถือสา,และยังประทานสุราล้ำค่าเช่นนี้ให้,อ้าวผีรู้สึกละอายนัก.”

ลู่อี้ผิงเอ่ย“เพียงแค่สุรา,นั่งเถอะ.”จากนั้นก็เอ่ย“พวกเจ้ามากันแค่นี้รึ?”

อ้าวผีที่นั่งลง,เอ่ยออกมาด้วยความเคารพ“พวกเรามากัน 100 คน,ท่านพ่อเองก็มา,อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ท่านพ่อแยกออกไป,พวกเรานัดกันเอาไว้ด้านหน้า.”

จากนั้น,เขาก็จ้องมองไปยังลู่อี้ผิง,เอ่ยอย่างระมัดระวัง“ท่านลู่เองก็จะไปเมืองเทียนเป่ยอย่างงั้นรึ?”

หากลู่อี้ผิงไปยังเมืองเทียนเป่ย,เกรงว่าเวลานั้นคงมีคนจำนวนมากที่ต้องตกตายเป็นแน่.

“ข้าจะไปเช่นกัน.”ลู่อี้ผิงที่เก็บหนังสือในมือ“พวกเรายังมีธุระเล็กน้อย,จะต้องเดินทางไปยังเมืองเสวียนกู่.”

จากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันอีกหลายเรื่อง.

เวลาย่ำรุ่งดวงตะวันที่ค่อย ๆ ทอแสง.

อ้าวผีที่โค้งคำนับ,พร้อมกับกล่าวลาและจากไป.

“อ้าวหมิงตง,เจ้าเด็กนั่นเข้าไปในสุสานอนุสรณ์มังกร,ต้องการใช้ไขกระดูกต้นกำเนิดมังกรด้านในตัดผ่านระดับตัวเอง.”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่จ้องมองอ้าวผีที่จากไป,พร้อมกับขมวดคิ้วไปมา“หลายปีมานี้ยังไม่ออกมาจากสุสานอนุสรณ์มังกรสวรรค์,ไม่ใช่ว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรไปแล้วหรอกรึ?”

ลู่อี้ผิงที่ครุ่นคิด.

อ้าวหมิงตงในอดีตเป็นเพียงแค่งูน้อยตัวเล็กที่เขาเก็บมาได้,หลังจากชี้แนะก็เติบโตจนกลายเป็นมังกร.

หลังจากนั้น,ลู่อี้ผิงก็นำทุกคนเดินทางต่อไป.

ผ่านไปนานเหมือนกัน.

ภายในคฤหาสน์แห่งหนึ่ง,อ้าวผีที่มาพบกับบิดาอ้าวอี้เสวียน,อ้าวผีได้เล่าถึงเรื่องราวที่ได้รับมาเมื่อคืน,เอ่ยเกี่ยวกับสุรานิรันดรของลู่อี้ผิงและผลมังกรทองคำ.

“ผลมังกรทองคำ?”อ้าวอี้เสวียนที่เผยความประหลาดใจ,รับสุรานิรันดรมา,เทใส่แก้วเล็ก ๆ ยกขึ้นจิบ,เอ่ยอุทานออกมาทันที“เป็นผลมังกรทองคำจริง ๆ!”

จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาว่า“ดูเหมือนจะมีวารีดาราฮุ่นตุ้นด้วยรึ?”

“วารีดาราฮุ่นตุ้น!”อ้าวผีที่ตื่นตะลึง“เป็นไปไม่ได้.”

อ้าวอี้เสวียนที่ดูลังเลเอ่ยออกมาว่า“บางทีข้าอาจจะเข้าใจผิด,แต่มันเหมือนวารีดาราฮุ่นตุ้นมาก.”จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาว่า“ลู่อี้ผิงผู้นี้เป็นใครจากใหนกัน.”

“ลู่อี้ผิง,หากเขารู้จักบรรพชนชราพวกเราจริง ๆ,ตัวตนของเขาคงเป็นคนในยุคจ้านเทียนอย่างงั้นรึ?”อ้าวผีเอ่ยกล่าวออกมาด้วยความสงสัย.

ก่อนยุคนักบุญปิศาจ,เป็นยุคของฉีจ้านเทียน,ฉีจ้านเทียนเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทาน,ดังนั้นในยุคนั้นผู้คนจึงเรียกว่ายุคจ้านเทียน,ทว่าบรรพชนชราของเขาอ้าวหมิงติง,ก็เป็นหนึ่งในยุคยอดฝีมือ ยุคจ้านเทียนเช่นกัน.

“ยุคจ้านเทียนอย่างงั้นรึ?”อ้าวอี้เสวียนที่เผยความประหลาดใจ“เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้,ยุคจ้านเทียน,แม้นว่าคนในยุคนั้นจะยังมีชีวิต,ทว่าพลังชีวิตก็คงเกือบแห้งแล้ว,ไม่มีทางที่จะไปใหนมาใหนได้เช่นเขาแน่.”

“ท่านพ่อ,ข้าได้ยินมาว่าอสุรกายชราสำนักอู๋เซิ่งเองก็มายังจิวเทียน,เป็นไปได้ว่าเขามาเพื่อศิลาจารึกสวรรค์.”อ้าวผีเอ่ย.

อ้าวอี้เสวียนแค่นเสียงเย็นชาเอ่ยออกมาว่า“หากไม่เพราะสำนักอู๋เซิ่ง,ข้าคงได้รับพระสูตรอรหันต์ทั้งแปดแล้ว,หากพบกับเขาที่เมืองเทียนเป่ย,ข้าจะต้องคิดบัญชีในอดีตแน่.”

“หึ หึ.”ในเวลานั้น,เสียงที่ดูแคลนมืดครึ้มก็ดังขึ้นมาทันที.

จากนั้นกลิ่นอายแห่งความมืดได้แผ่ปกคลุมท้องฟ้าคฤหาสน์,ทุกหนทุกแห่งที่ถูกปิดทึบเอาไว้จนหมด.

ชายชราที่ผอมแห้ง,ดวงตาที่แผ่ปราณปิศาจออกมา,หัวเราะอิ อิ อิ ดังก้อง“คิดบัญชีในอดีตอย่างงั้นรึ? ไม่จำเป็นต้องไปหาข้าที่เมืองเทียนเป่ยหรอก.”

จบบทที่ Chapter 131 Lifeless Gate

คัดลอกลิงก์แล้ว