เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - นี่ไม่ใช่แค่คนงานก่อสร้าง

บทที่ 32 - นี่ไม่ใช่แค่คนงานก่อสร้าง

บทที่ 32 - นี่ไม่ใช่แค่คนงานก่อสร้าง


บทที่ 32 - นี่ไม่ใช่แค่คนงานก่อสร้าง

เกาจื้อเฉิงรูปร่างกำยำล่ำสัน หมอและพยาบาลที่พยายามจะดึงตัวเขาไว้ต่างก็สู้แรงไม่ไหวจนกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง

หมอเหลียงหลับตาปี๋ เตรียมรับความเจ็บปวดที่จะตามมา ทว่ากำปั้นมรณะนั้นกลับหยุดชะงักกลางอากาศ ไม่ได้ร่วงหล่นลงมาอย่างที่คิด

เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ ภาพที่ปรากฏคือเฉินหลินที่มายืนซ้อนหลังเกาจื้อเฉิงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ มือแข็งแกร่งดุจคีมเหล็กกำรอบข้อมือของนักเลงโตไว้แน่น

เกาจื้อเฉิงหันขวับกลับมา พอเห็นว่าเป็นเฉินหลิน ความกร่างเมื่อครู่ก็หดหายไปกว่าครึ่ง หากต้องดวลกันตัวต่อตัว เขาไม่มีทางสู้เฉินหลินได้เลย แม้แต่เฉินหลินคนเก่าเขาก็ยังสู้ไม่ได้ นับประสาอะไรกับเฉินหลินคนปัจจุบัน

"ปล่อยมือ"

น้ำเสียงของเฉินหลินเย็นเยียบเสียดแทงกระดูก

"ไอ้เหี้..."

เกาจื้อเฉิงยังไม่ทันจะพ่นคำผรุสวาทจบ เฉินหลินก็บิดข้อมือหมุนกลับทันที

กร๊อบ!

ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นสมอง เกาจื้อเฉิงปล่อยมือจากคอเสื้อหมอเหลียง ร่างงอเป็นกุ้งร้องโอดโอย

หมอเหลียงไม่รอช้า รีบพุ่งตัวกลับไปปั๊มหัวใจคนไข้วิกฤตตรงหน้าต่อทันที

"ไอ้เวรเฉินหลิน! มึงเสือกอะไรด้วย!" เกาจื้อเฉิงกัดฟันด่าทั้งที่ยังเจ็บจนหน้าเขียว

"มึงยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า ถึงได้รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้"

เฉินหลินกดเสียงต่ำ "แล้วอีกอย่าง ที่นี่คือโรงพยาบาล เป็นสถานที่ช่วยชีวิตคน"

"คนป่วยมาหาหมอเพื่อรักษาชีวิต ไม่ได้มาซื้อบริการอาบอบนวด มึงอย่าสำคัญตัวผิด!"

"ในสายตาหมอ ทุกชีวิตมีค่าเท่ากัน"

"ใครหนักใครเบา ใครต้องรักษาก่อนหลัง หมอเขามีวิจารณญาณ ไม่ใช่หน้าที่มึงจะมาชี้นิ้วสั่ง!"

ถ้อยคำของเฉินหลินดังก้องไปทั่วบริเวณ เหล่าหมอและพยาบาลที่กำลังท้อแท้สิ้นหวังต่างหันมามองชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นี้เป็นตาเดียว

สมัยนี้เป็นหมอมันอยู่ยาก คนพาลสันดานหยาบอย่างเกาจื้อเฉิงมีอยู่เกลื่อนเมือง อาชีพที่ควรจะได้รับการยกย่องกลับถูกมองเป็นศัตรู เพียงเพราะรักษาไม่ได้ดั่งใจญาติคนไข้ ข่าวหมอถูกทำร้ายมีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน จนคนในวงการเริ่มหมดไฟ

เด็กรุ่นใหม่ที่อยากเป็นหมอก็น้อยลงทุกที บุคลากรขาดแคลน งานหนัก เงินน้อย แถมยังเสี่ยงตีนเสี่ยงตะราง

เมื่อครู่ตอนที่เกาจื้อเฉิงอาละวาด หลายคนถอดใจคิดอยากจะลาออกไปทำอาชีพอื่นให้รู้แล้วรู้รอด จะทนเหนื่อยทนโดนด่าไปเพื่ออะไร

แต่คำพูดของเฉินหลินเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจที่แห้งผาก จุดประกายไฟแห่งความหวังและศักดิ์ศรีของวิชาชีพแพทย์ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

"ถุย! ไอ้เฉินหลิน อย่ามาเทศนาสั่งสอนกู!"

"ไอ้แก่นั่นมันก็แค่กรรมกรกระจอก ๆ มึงจะไปช่วยมันทำซากอะไร!"

"รองประธานกูนอนพะงาบ ๆ อยู่ตรงโน้น ถ้าเขาตายห่าไป โครงการล่ม แล้วกูจะเอาเงินที่ไหนแดก!"

"ลูกน้องกูอีกเป็นโขยงจะเอาอะไรยัดปาก!"

"อีนังหมอนั่นมันดันไปช่วยคนงานสวะที่ใกล้จะตายอยู่แล้ว มันคู่ควรไหมถามจริง ชีวิตมันจะมีค่าเท่าเจ้านายกูได้ไง!"

เกาจื้อเฉิงยังคงตะโกนด่าทอไม่หยุดแม้จะถูกล็อคแขนอยู่ เฉินหลินฟังแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนจนไม่อยากจะเสวนาด้วย เขาออกแรงลากคอเกาจื้อเฉิงเดินดุ่ม ๆ ออกไปทางประตู

"ไอ้สารเลวเฉินหลิน มึงอิจฉากูล่ะสิ มึงมันไอ้ลูกหมา..."

"มึงจะทำอะไร! จะพากูไปไหน!"

"ออกไปข้างนอก ขืนปล่อยมึงอยู่ตรงนี้ หมอเขาไม่มีสมาธิทำงานกันพอดี" เฉินหลินตอบเสียงเรียบ

เกาจื้อเฉิงเริ่มดิ้นรนด้วยความกลัว "เออ ๆ กูยอมแล้ว ปล่อยกู! กูไม่โวยวายแล้ว กูจะไปเฝ้าเจ้านายกูเฉย ๆ สัญญาเลย!"

เห็นอดีตเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกลายสภาพเป็นคนหน้าเงินเห็นแก่ตัวแบบนี้ เฉินหลินรู้สึกขยะแขยงจับใจ เขาไม่อยากจะแตะเนื้อต้องตัวมันอีกต่อไปจึงสะบัดมือปล่อยให้เป็นอิสระ

"อย่าให้กูเห็นมึงก่อเรื่องอีก"

เกาจื้อเฉิงรีบกระโดดถอยห่าง ลูบแขนปอย ๆ แววตาอาฆาตมาดร้าย "ฝากไว้ก่อนเถอะมึง... ถุย"

ด่าจบมันก็รีบวิ่งกลับไปเฝ้าอาการ "รองประธาน" ที่นอนเจ็บอยู่ ตาจ้องเขม็งรอจังหวะหมอว่างจะได้ฉกตัวมา

ท่าทางประจบสอพลอของมัน ไม่ต่างอะไรกับสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์

ภายในห้องฉุกเฉินยังคงโกลาหล เฉินหลินยืนมองคนเจ็บระนาวด้วยความเวทนา ใจจริงเขาอยากเข้าไปช่วยหยิบจับอุปกรณ์ แต่ติดที่ตนไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ขืนเข้าไปยุ่มย่ามจะกลายเป็นตัวถ่วงเสียเปล่า ๆ

"ฟื้นสิคะ... คุณลุง... ฟื้นสิ!"

เสียงหมอเหลียงสะอื้นไห้แว่วมา เธอยังคงพยายามปั๊มหัวใจร่างไร้สติบนเตียงอย่างไม่ลดละ

คนไข้รายนี้เดิมทีมีโอกาสรอดสูง หากได้รับการปฐมพยาบาลทันเวลา แต่เพราะความบ้าคลั่งของเกาจื้อเฉิงที่เข้ามาขัดจังหวะ ทำให้ช่วงเวลาทองในการกู้ชีวิตหลุดลอยไป

ผ่านไปสามนาทีแห่งความเงียบงัน กราฟหัวใจบนจอมอนิเตอร์กลายเป็นเส้นตรง หมอเหลียงจำต้องยอมจำนนต่อมัจจุราช เธอปาดน้ำตาแล้วเดินคอตกผละออกมาเพื่อไปดูอาการของ "รองประธาน" ตามหน้าที่

"ไอ้เวรตะไล! เห็นไหมสุดท้ายมึงก็ช่วยมันไม่ได้! กูเตือนมึงแล้วว่าถ้าเจ้านายกูเป็นอะไรไป..."

เกาจื้อเฉิงขู่ฟ่อเสียงต่ำ แต่พอรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอแล้วหันไปสบตาอำมหิตของเฉินหลิน คำพูดชั่วช้าทั้งหลายก็ถูกกลืนลงคอไปทันที

"ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ... ลุงคนนั้นน่าจะรอด..." หมอเหลียงพูดทั้งน้ำตา น้ำเสียงเจือความเจ็บปวดและคับแค้นใจ

ขณะที่เธอกำลังจะลงมือตรวจรักษาคนเจ็บรายถัดไป ประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ชายหนุ่มวัยรุ่นท่าทางภูมิฐานสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับพุ่งพรวดเข้ามา พร้อมด้วยบอดี้การ์ดหน้าเข้มอีกเจ็ดแปดคน

"พ่อ! พ่อผมอยู่ไหน!" เขาตะโกนลั่นกวาดตามองไปรอบห้อง

พยาบาลรีบวิ่งเข้ามากันท่า "คุณคะ กรุณาอย่าพาคนเข้ามาเยอะขนาดนี้ มันรบกวนการทำงานของหมอนะคะ!"

"ไสหัวไป!"

ชายหนุ่มตวาดลั่น สายตาพลันไปหยุดอยู่ที่ร่างของ "คนงานก่อสร้าง" ที่เพิ่งหมดลมไปเมื่อครู่

เขาทรุดฮวบลงข้างเตียง เขย่าร่างไร้วิญญาณนั้นอย่างบ้าคลั่ง "พ่อ! พ่อครับ!"

ร่างนั้นแน่นิ่งไม่มีการตอบสนอง ชายหนุ่มหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดที่คอปูดโปนตะเบ็งเสียงก้อง "พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันอยู่! ทำไมไม่มีใครมาดูพ่อกู! หมอไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกันหมด!"

แพทย์เวรคนหนึ่งเดินเข้ามาก้มหน้าบอกความจริงอันโหดร้ายว่าคนไข้เสียชีวิตแล้ว ชายหนุ่มผู้เป็นลูกชายนิ่งงันไปเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ก่อนที่ความเสียใจจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นสุดขีด

"ไปลากคอผู้บริหารโรงพยาบาลนี้มาให้กูเดี๋ยวนี้!"

สิ้นคำสั่ง บอดี้การ์ดกลุ่มใหญ่ก็กระจายกำลังออกไป ไม่กี่อึดใจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและหัวหน้าแผนกต่าง ๆ ก็ถูกหิ้วปีกเข้ามาราวกับนักโทษ

ทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่ม ผอ.โรงพยาบาลถึงกับเข่าอ่อน รีบกุลีกุจอเข้าไปพินอบพิเทา "ท่านประธานหวาง! ท่านมาทำอะไรที่นี่ครับ เชิญ... เชิญไปจิบชาที่ห้องทำงานผมก่อนดีกว่า"

"จิบชาพ่องมึงสิ!"

ประธานหวางกระชากคอเสื้อผอ.เข้าหาตัว นิ้วสั่นระริกชี้ไปที่ศพบนเตียง "กูบริจาคเงินให้โรงพยาบาลปีละเป็นร้อยล้าน! พ่อกูเกิดอุบัติเหตุถูกส่งตัวมาที่นี่ แต่พวกมึงกลับปล่อยให้พ่อนอนตายโดยไม่มีหมอหน้าไหนมาดูดำดูดีเลยเนี่ยนะ!"

"อะ... อะไรนะครับ? ท่านผู้เฒ่าประสบอุบัติเหตุ?" ผอ.หน้าซีดเผือด รีบหันไปตวาดหัวหน้าแผนกฉุกเฉิน "มัวยืนบื้ออะไรอยู่! ทำไมไม่รีบรักษาท่าน!"

หัวหน้าแผนกเลิ่่กลั่กเหงื่อแตกพลั่ก ตวาดถามลูกน้องต่อเป็นทอด ๆ "พวกคุณทำงานกันยังไง! แยกแยะไม่ออกหรือไงว่าใครอาการหนักใครอาการเบา! ปล่อยให้ท่านผู้เฒ่านอนรอความตายได้ยังไง!"

สายตาของเขาเหลือบไปเห็นร่องรอยการปั๊มหัวใจและอุปกรณ์ช่วยชีวิตบนตัวศพ จึงรู้ว่าต้องมีคนรับผิดชอบเคสนี้ เขาตะโกนถามเพื่อหาแพะรับบาปทันที "เมื่อกี้ใครเป็นคนดูเคสนี้! ก้าวออกมาเดี๋ยวนี้!"

หมอเหลียงค่อย ๆ วางเครื่องมือในมือลง แล้วก้าวออกมาข้างหน้าด้วยท่าทางหวาดหวั่น "ฉะ... ฉันเองค่ะ..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 32 - นี่ไม่ใช่แค่คนงานก่อสร้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว