- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 31 - ก่อกวนแพทย์
บทที่ 31 - ก่อกวนแพทย์
บทที่ 31 - ก่อกวนแพทย์
บทที่ 31 - ก่อกวนแพทย์
"คนเหรอคะ ก็ปั่นสามล้อหายลับไปแล้วสิปู่" กู่สือหลิงตอบหน้าตาเฉย
ชายชราตบต้นขาตัวเองดังฉาดด้วยความเสียดาย "โธ่เอ๊ย! พลาดเสียแล้ว ปู่อยากเจอพ่อหนุ่มคนนี้มาตั้งนานแล้วเชียว"
"จะอยากเจอไปทำไมคะ ก็แค่คนรับซื้อของเก่า ปู่จะซื้อหรือจะขายอะไรอีกล่ะ" หญิงสาวหัวเราะคิกคัก
"เจ้านี่ไม่รู้อะไรเสียแล้ว เขาไม่ใช่คนรับซื้อของเก่าธรรมดา ๆ นะ" ชายชรายกมือกุมขมับทำหน้าเหมือนโลกจะแตก "เรื่องเถ้าแก่ร้านไป๋เยว่ถางตาถั่วเมื่อวันก่อนน่ะ ได้ยินข่าวบ้างไหม"
"ดังขนาดนั้นใครจะไม่รู้ล่ะคะ ลือกันให้แซ่ดทั้งตลาดของเก่า"
"นั่นแหละ จินหู่มันโดนฉีกหน้ากลางร้าน เอาของแท้มาวางขายแต่ดันดูไม่ออกว่าเป็นของจริง จนโดนคนตาดีสอยไป แถมยังมีเรื่องแท่นฝนหมึกม่วงทองที่วางฝุ่นจับมาเป็นปี ก็โดนเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาตกของหลุดไปได้ในราคาถูกแสนถูก ได้ข่าวว่าจินหู่มันแค้นจนความดันขึ้นต้องหามส่งโรงพยาบาลเลยนะ"
กู่สือหลิงฟังไปก็พยักหน้าไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่แล้วจู่ ๆ เธอก็ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหายไป ริมฝีปากสวยได้รูปอ้าค้างเป็นรูปตัวโอ
"ปู่... ปู่หมายความว่าอีตาหน้าหล่อเมื่อกี้คือ..."
"ก็เขานั่นแหละ!"
"วันนั้นมีคนอยู่ในเหตุการณ์ได้ยินเขาบอกชื่อแซ่กับเด็กผู้หญิงที่มาด้วยกัน เขาชื่อเฉินหลิน!"
"ปู่ฟังเขาเล่ามาอีกที แต่สังหรณ์ใจว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา น่าจะเป็นศิษย์เอกของปรมาจารย์ท่านไหนสักคนจากเมืองหลวง ปู่น่ะตั้งใจว่าถ้าเจอตัวเมื่อไหร่จะต้องขอผูกมิตรไว้ให้ได้ รู้อย่างนี้ปู่น่าจะออกมาเฝ้าร้านเอง ไม่น่าเข้าไปงีบเลย... เฮ้อ หรือว่าเราจะไม่มีวาสนาต่อกันนะ"
ชายชราถอนหายใจยาวเหยียด หยิบสัญญาซื้อขายขึ้นมาเพ่งมองชื่อเฉินหลินซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ดูสิหลาน ลายมือบอกนิสัยคน แค่เห็นตัวอักษรก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนกระจอก แกยังจะไปมองว่าเขาเป็นแค่คนเก็บขยะอีก"
"ก็เขาเป็นคนรับซื้อของเก่าจริง ๆ นี่คะ บนรถสามล้อเขาก็แขวนป้ายเบ้อเริ่มเทิ่มว่า 'ร้านของเก่าเซียวเฉิน'!" กู่สือหลิงยืนยันเสียงแข็ง
ดวงตาของชายชราลุกวาวขึ้นมาทันที "ร้านของเก่าเซียวเฉิน? ตาไม่ฝาดแน่นะ?"
"หนูสายตาดีกว่าปู่ตั้งเยอะ ไม่พลาดหรอกค่ะ"
ชายชราผุดลุกขึ้นยืนทันควัน "ไป! ปิดร้าน! เดี๋ยวนี้เลย!"
"อ้าว จะไปไหนคะปู่ ไม่ขายของแล้วเหรอ"
"ไปตลาดของเก่าไงเล่า! วันสองวันนี้คนเงียบ ปิดร้านวันเดียวไม่เจ๊งหรอก ไปแต่งตัวเร็วเข้า..."
เมื่อเห็นปู่ยืนกรานหนักแน่น กู่สือหลิงก็จนปัญญาจำต้องเออออห่อหมก รีบเก็บกวาดข้าวของ ล็อคประตูร้าน แล้วเดินตามชายชราออกไปตามล่าหาตัวคนเก่งที่ตลาดนัดของเก่า
...
ทางด้านเฉินหลิน เมื่อได้เงินก้อนโตมาแล้วเขาก็รีบบึ่งกลับบ้านไปรับหลี่โย่วรูและเซียวคุน เพื่อพาไปเยี่ยมป้าจูที่โรงพยาบาลพร้อมกัน
แม้ป้าจูจะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ดูแลเด็ก แต่ในยุคที่สถานสงเคราะห์ขาดแคลนคน เธอจึงต้องทำทุกอย่างสากกะเบือยันเรือรบ ทั้งเล่นกับเด็ก กล่อมเด็กนอน ทำกับข้าว ในสายตาของพวกเด็กกำพร้า ป้าจูเปรียบเสมือนแม่บังเกิดเกล้าที่คอยมอบความรักความอบอุ่นให้
ลูกหลานจะไปเยี่ยมแม่ทั้งที ย่อมต้องไปกันให้พร้อมหน้าพร้อมตา ขาดก็แต่หลินเสี่ยวหว่านที่ติดเรียนหนังสือ ปกติแล้วเฉินหลินจะรอให้น้องเลิกเรียนก่อนค่อยไปพร้อมกัน แต่ช่วงนี้ทางโรงพยาบาลโทรมาทวงค่ารักษาหลายรอบแล้ว เขาจึงไม่อาจนิ่งนอนใจได้
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล เฉินหลินไล่น้อง ๆ ให้ขึ้นไปรอที่ห้องพักผู้ป่วย ส่วนตัวเองเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์การเงินเพื่อชำระหนี้สินทั้งหมด จากนั้นจึงแวะไปหาแพทย์เจ้าของไข้
หมอผู้ดูแลอาการของป้าจูเป็นแพทย์หญิงรุ่นใหม่ชื่อว่าหมอเหลียง เพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเมื่อต้นปี เธอเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา คอยช่วยเจรจาผัดผ่อนเรื่องค่ารักษาให้เฉินหลินมาโดยตลอด ทำให้ป้าจูยังได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
เฉินหลินกับหมอเหลียงมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน หมอเหลียงเองก็ชื่นชอบของเก่าสะสม แต่ด้วยรายได้ที่จำกัดจึงเก็บได้แต่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ราคาไม่สูงนัก มีครั้งหนึ่งเธอไปตรวจคนไข้แล้วเห็นเฉินหลินนั่งอ่านตำราโบราณอยู่ข้างเตียงป้าจู ทั้งสองจึงได้คุยกันถูกคอจนกลายเป็นเพื่อนต่างวัย
หนี้สินค้างชำระเคลียร์หมดแล้ว หมอเหลียงอุตส่าห์ช่วยยื้อเวลาให้มานาน เฉินหลินตั้งใจจะไปขอบคุณเธอด้วยตัวเอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เขาเคาะประตูห้องตรวจแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อลองผลักประตูเข้าไปก็พบแต่ความว่างเปล่า
พยาบาลสาวคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี เฉินหลินจึงรีบเรียกไว้ "ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าหมอเหลียงไปไหนครับ"
"หมอเหลียงน่าจะไปช่วยงานที่ห้องฉุกเฉินค่ะ" พยาบาลตอบอย่างรีบเร่ง
"ห้องฉุกเฉิน? แกเป็นอะไรหรือเปล่าครับ" เฉินหลินขมวดคิ้วถามด้วยความเป็นห่วง
"เปล่าค่ะ แกไม่ได้เป็นอะไร แต่วันนี้เกิดอุบัติเหตุใหญ่ที่ไซต์งานก่อสร้างหวนไห่เจียหยวน มีคนเจ็บหนักสิบกว่าคน ห้องฉุกเฉินเอาไม่อยู่ หมอแผนกอื่นเลยต้องลงไปช่วยกันหมด"
พยาบาลสาวตอบพลางเดินจ้ำอ้าว จนทิ้งระยะห่างไปไกลลิบเมื่อพูดจบประโยค
"ขอบคุณครับ"
เฉินหลินนึกภาพผังโรงพยาบาลในหัว ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวยาว ๆ มุ่งหน้าไปยังแผนกฉุกเฉิน
หวนไห่เจียหยวน... นั่นมันไซต์งานที่เกาจื้อเฉิงรับเหมาอยู่นี่นา
แม้จะไม่ลงรอยกัน แต่เกาจื้อเฉิงก็คือเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน เฉินหลินมักจะคอยสืบข่าวคราวความเป็นไปของอีกฝ่ายอยู่เงียบ ๆ เสมอ
ปากบอกว่าเกลียดเข้าไส้ แต่พอรู้ว่าเกิดเรื่องที่นั่น ใจของเฉินหลินก็อดกระตุกวูบด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ เขาภาวนาในใจขออย่าให้เกาจื้อเฉิงเป็นอะไรไปเลย
สภาพหน้าห้องฉุกเฉินโกลาหลวุ่นวายราวกับสนามรบ คนเจ็บล้นทะลักออกมานอนเกลื่อนกลาดอยู่ตามทางเดิน บ้างขาหักแขนหัก บ้างหัวแตกเลือดอาบ แผลเหวอะหวะน่าสยดสยอง
หมอและพยาบาลวิ่งวุ่นกันหัวหมุน เสียงตะโกนสั่งการดังระงม "ขอยา! เตรียมวิสัญญี! ผ้าก๊อซ!"
ท่ามกลางความชุลมุน เฉินหลินกวาดสายตาไปรอบ ๆ และพบคนที่ตามหาทั้งสองคนในคราวเดียว
เกาจื้อเฉิง และ หมอเหลียง
แต่ภาพที่เห็นทำเอาเลือดในกายเขาเดือดพล่าน เกาจื้อเฉิงกำลังกระชากคอเสื้อหมอเหลียง ตะคอกด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ใบหน้าของหมอเหลียงมีรอยฟกช้ำที่ดวงตา เห็นได้ชัดว่าเพิ่งโดนกำปั้นของไอ้วายร้ายนี่เข้าไปเต็มรัก
คนอื่นต่างยุ่งอยู่กับการยื้อชีวิตคนไข้ มีเพียงเจ้าหน้าที่หนึ่งหรือสองคนที่พยายามเข้าไปห้ามปราม แต่ลำพังแรงหมอแรงพยาบาลหรือจะสู้แรงกรรมกรก่อสร้างที่ชอบใช้กำลังอย่างเกาจื้อเฉิงได้
"ไอ้เชี่ย! กูบอกแล้วไงว่าให้ไปดูรองประธานกูก่อน!"
"มึงกล้าขัดใจกูอีกคำเดียว กูจะต่อยให้ร่วงเลยคอยดู!"
เกาจื้อเฉิงตะเบ็งเสียงแข่งกับความวุ่นวาย
หมอเหลียงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แต่เธอยังคงรวบรวมความกล้าพยายามอธิบาย "คุณคะ... คือคนเจ็บทางนั้นอาการยังทรงตัว แต่คนไข้รายนี้วิกฤตมาก ฉันจำเป็นต้องรักษาตามลำดับความเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุด..."
"ปล่อยหมอเดี๋ยวนี้นะ คนไข้ทางนั้นชีพจรต่ำลงแล้ว!"
"คุณกำลังขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ คุณกำลังฆ่าคนทางอ้อมนะ!"
เกาจื้อเฉิงกัดฟันกรอด ใบหน้าบิดเบี้ยวดูน่าเกลียดน่ากลัวราวกับอสูรร้าย "ไอ้พวกเวรเอ๊ย หุบปากไปเลย!"
"กูไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น!"
"กูเอาเงินมาจ่าย กูเป็นลูกค้า มึงต้องรักษาคนที่กูบอก อย่ามาพล่ามทำเป็นคนดี!"
"สรุปมึงจะไปดูเจ้านายกูไหม หา!"
เกาจื้อเฉิงเงื้อหมัดขึ้นสูงเตรียมจะฟาดซ้ำลงไปที่ใบหน้าของแพทย์หญิงผู้เคราะห์ร้าย
[จบแล้ว]