เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - เขายังไม่ตาย ผมช่วยได้!

บทที่ 33 - เขายังไม่ตาย ผมช่วยได้!

บทที่ 33 - เขายังไม่ตาย ผมช่วยได้!


บทที่ 33 - เขายังไม่ตาย ผมช่วยได้!

สายตาของผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าแผนก และประธานหวางจดจ้องมาที่หมอเหลียงเป็นจุดเดียว

"คุณ! หมอเหลียง! คุณทำงานประสาอะไร ทำไมถึงปล่อยให้ท่านผู้เฒ่าเสียชีวิต" หัวหน้าแผนกเปิดฉากตำหนิเสียงเขียวเพื่อหาแพะรับบาป

ประธานหวางเป็นถึงผู้สนับสนุนรายใหญ่ของโรงพยาบาล ขืนทำให้เขาไม่พอใจมีหวังงบประมาณปีหน้าหายวับไปกับตา ดังนั้นไม่ว่าจะต้องลงโทษ ตัดเงินเดือน หรือไล่ออก อย่างไรเสียก็ต้องหาคนมารับผิดชอบเพื่อระบายความแค้นของ "ประธานหวาง" ให้ได้

"เปล่านะคะหัวหน้า จริง ๆ แล้วคนไข้ยังมีโอกาสรอด แต่ว่า..."

"แต่อะไร คุณมัวแต่ไปรักษาคนไข้รายอื่นจนละเลยเคสสำคัญใช่ไหม" หัวหน้าแผนกสวนกลับทันควัน ไม่เปิดช่องให้หมอสาวได้แก้ต่าง

เมื่อรู้ว่าแพทย์หญิงตรงหน้าคือต้นเหตุที่ทำให้บิดาต้องจบชีวิต ความโกรธแค้นของประธานหวางก็พุ่งทะลุปรอท เขาง้างมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าเธอฉาดใหญ่

ทว่าเฉินหลินก้าวเข้ามาขวางไว้ได้ทันท่วงที ร่างสูงใหญ่ยืนกำบังหมอเหลียงไว้มิดชิด

"เรื่องนี้โทษหมอไม่ได้ มันมีคนมาขัดขวางการรักษาต่างหาก"

"มึงเป็นใครวะ หลบไป!"

ประธานหวางกำลังเลือดขึ้นหน้าไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เขาเปลี่ยนเป้าหมายจากหมอเหลียงมาเป็นชายหนุ่มที่กล้าสอดปาก แล้วเหวี่ยงหมัดใส่เต็มแรง

ผัวะ!

เฉินหลินไวกว่า เขาชิงลงมือก่อนด้วยการแทงเข่าสวนเข้าไปที่หน้าท้องของอีกฝ่าย

ประธานหวางตัวงอเป็นกุ้งร่วงลงไปกองกับพื้น สองมือกุมท้องร้องโอดโอย สายตาจ้องมองเฉินหลินด้วยความอาฆาตแค้น "ไอ้สารเลว... มึงตายแน่! พวกมึงยืนบื้อทำไม ไปรุมกระทืบมันให้ตาย!"

เหล่าบอดี้การ์ดได้รับคำสั่งก็เตรียมจะกรูเข้ามา

"หยุด! ห้ามขยับ! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ!"

เสียงตะโกนทรงอำนาจดังมาจากหน้าประตูห้องฉุกเฉิน ปรากฏว่าพยาบาลแอบโทรแจ้งตำรวจตั้งแต่ตอนที่เกาจื้อเฉิงเริ่มอาละวาด เจ้าหน้าที่จึงมาถึงที่เกิดเหตุได้ทันเวลาพอดี

เมื่อเห็นเครื่องแบบตำรวจ กลุ่มบอดี้การ์ดก็ชะงักฝีเท้าไม่กล้าหืออือ ยืนนิ่งเป็นหุ่นปั้น

นับว่าโชคดีที่ตำรวจมาระงับเหตุได้ทัน มิเช่นนั้นห้องฉุกเฉินคงกลายเป็นสนามมวย ลำพังเฉินหลินคงเอาตัวรอดได้สบาย แต่คนไข้ที่นอนพะงาบ ๆ อยู่รอบข้างคงโดนลูกหลงกันระนาว

ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์และสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยาบาลสาว ๆ ที่อัดอั้นตันใจจึงพากันเล่าความจริงออกมาจนหมดเปลือก

เมื่อความจริงปรากฏว่าต้นเหตุที่ทำให้หมอมาช้าคือการก่อกวนของเกาจื้อเฉิง ความโกรธแค้นของประธานหวางจึงเปลี่ยนทิศทางไปยังเป้าหมายใหม่

และที่น่าตลกกว่านั้นคือ "ท่านรองประธาน" ที่เกาจื้อเฉิงพยายามจะให้หมอลัดคิวไปรักษานั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงลูกน้องปลายแถวของประธานหวาง!

ประธานหวางผู้นี้มีนามว่า "หวางจื้อเกา" เป็นประธานกรรมการของ "เต๋อหมิงกรุ๊ป" บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งเมืองไห่เฉิง และเป็นเจ้าของเงินทุนในโครงการที่เกาจื้อเฉิงรับเหมาอยู่

ส่วน "คนงานก่อสร้าง" ที่เสียชีวิตไปนั้น ไม่ใช่คนงานธรรมดา แต่คือ "หวางตงชิง" ผู้ก่อตั้งเต๋อหมิงกรุ๊ป บิดาบังเกิดเกล้าของหวางจื้อเกา!

เศรษฐีเฒ่าผู้นี้วางมือจากธุรกิจแล้วเกิดเบื่อหน่าย จึงนึกสนุกปลอมตัวเป็นคนงานเข้าไปสมัครงานในไซต์ก่อสร้าง เพื่อแอบดูพฤติกรรมของพนักงานระดับล่าง

ใครจะไปคาดคิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น

เกาจื้อเฉิงพยายามประจบเจ้านายหวังความก้าวหน้า แต่การกระทำของเขากลับกลายเป็นการฆ่าพ่อของเจ้านายใหญ่ทางอ้อม

นี่มันไม่ใช่แค่ตบหัวเสือ แต่เป็นการกระตุกหนวดมังกรชัด ๆ

"มึงเองรึเกาจื้อเฉิง กูตามหาตัวมึงมาสองวันแล้ว งานที่มึงรับเหมาน่ะ ทั้งใช้วัสดุห่วยแตก ทั้งลดสเปค..."

"แล้ววันนี้ มึงยังกล้ามาก่อเรื่องในโรงพยาบาล จนพ่อกูต้องตาย!"

"มึงเตรียมตัวไว้เลย กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่!"

หวางจื้อเกาชี้หน้าด่ากราดต่อหน้าตำรวจโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

เกาจื้อเฉิงหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงกทำอะไรไม่ถูก สมองมึนงงไปหมด ใครจะไปตรัสรู้ว่าตาแก่งั่ก ๆ ที่มาเฝ้าโกดังจะเป็นถึงมหาเศรษฐีระดับตำนาน

ให้เขามีสิบหัวก็คิดไม่ถึง

...

ตำรวจยังคงตรึงกำลังรักษาความเรียบร้อยร่วมกับรปภ.โรงพยาบาล ผู้บาดเจ็บรายอื่น ๆ ได้รับการปฐมพยาบาลจนพ้นขีดอันตรายแล้ว

เมื่อแพทย์ยืนยันการเสียชีวิตของหวางตงชิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจึงหันไปสั่งงานหมอเหลียงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "หมอเหลียง เมื่อกี้ผมเข้าใจคุณผิดไป คุณช่วยเข็นร่างท่านผู้เฒ่าไปไว้ที่ห้องดับจิตก่อนนะ..."

สถานการณ์ในห้องฉุกเฉินเริ่มคลี่คลาย ผู้อำนวยการเห็นสภาพหมอเหลียงที่หน้าตาบวมช้ำจึงอยากให้เธอปลีกตัวออกไปพักสงบสติอารมณ์สักครู่ โดยใช้การเข็นศพเป็นข้ออ้าง

"ค่ะ"

หมอเหลียงรับคำเสียงเบา แล้วเข็นรถเข็นที่มีร่างไร้วิญญาณคลุมผ้าขาวออกไป

เฉินหลินเดินตามหลังไปเงียบ ๆ ตั้งใจว่าจะหาจังหวะปลอบใจเธอสักหน่อย แต่แล้วสายตาอันเฉียบคมของเขาก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ

นิ้วก้อยของศพกระตุกเบา ๆ

"เดี๋ยว!"

เฉินหลินรีบคว้าขอบรถเข็นไว้ แล้วพุ่งเข้าไปทาบมือลงบนหน้าอกของชายชรา สัมผัสได้ถึงไออุ่นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่

"เขายังไม่ตาย!"

เสียงตะโกนของเฉินหลินทำเอาหมอเหลียงสะดุ้งโหยง และเรียกความสนใจจากทุกคนในห้องฉุกเฉินให้หันกลับมามองเป็นตาเดียว

หวางจื้อเกาที่ยังแค้นฝังหุ่นเรื่องโดนเข่าลอย ตะคอกกลับมาทันที "ไอ้เวร มึงจะทำอะไร!"

"ไสหัวไปให้พ้น อย่ามาแตะต้องศพพ่อกู!"

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเห็นชายหนุ่มแต่งตัวมอซอก็ขมวดคิ้ว "คุณเป็นใคร นี่มันโรงพยาบาลนะ ห้ามยุ่งกับศพคนไข้โดยพละการ"

หัวหน้าแผนกผสมโรงทันที "ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร กรุณาอย่าพูดจาเพ้อเจ้อ ญาติผู้เสียชีวิตเขาก็เสียใจมากพอแล้ว คุณยังจะมาเล่นตลกอะไรอีก"

"รปภ. อยู่ไหน ลากตัวมันออกไป!"

หมอเหลียงเห็นท่าไม่ดี รีบกางปีกปกป้องเฉินหลิน "ผอ.คะ หัวหน้าคะ อย่าเพิ่งเรียกยามค่ะ"

"เขาเป็นญาติคนไข้ของฉันเอง ไม่ได้มาร้ายหรอกค่ะ ให้เขาไปกับฉันเถอะนะคะ"

เธอหันมากระซิบเตือนเฉินหลินเสียงสั่น "คุณอย่าพูดอะไรบ้า ๆ สิ ท่านผู้เฒ่าไปสบายแล้ว"

"ไอ้เจ้าของบริษัทนั่นอิทธิพลล้นฟ้า คุณไปกวนโมโหเขาเดี๋ยวจะเดือดร้อนเอานะ"

เฉินหลินส่ายหน้าเบา ๆ สีหน้ายังคงราบเรียบมั่นคง เขาพูดย้ำคำเดิมชัดถ้อยชัดคำ

"ผมไม่ได้พูดเพ้อเจ้อ เขายังไม่ตาย แต่ก็ใกล้เต็มทีแล้ว ผมช่วยชีวิตเขาได้"

พูดจบ เขาก็เอื้อมมือไปฉีกเสื้อคนไข้ขาดแควก

การกระทำอันอุกอาจทำให้ทุกคนตกตะลึง

"หยุดนะ!"

"บ้าไปแล้วหรือไง!"

"ไอ้หนุ่ม อย่าหาเรื่องใส่ตัว ข้อหาดูหมิ่นศพมันติดคุกนะโว้ย!"

เสียงห้ามปรามดังระงมทั้งจากหมอและตำรวจ

เฉินหลินหันไปมองกวาดทุกคนด้วยแววตามุ่งมั่น "ผมไม่ได้หาเรื่อง ผมกำลังจะช่วยคน!"

"ชีพจรเขายังเต้นอยู่แผ่ว ๆ ถ้าไม่รีบช่วยตอนนี้เขาตายจริงแน่"

"พวกคุณอยากยืนดูเขาตายไปต่อหน้าต่อตาหรือไง"

ไม่มีหมอคนไหนเชื่อคำพูดของเฉินหลิน มีเพียงเกาจื้อเฉิงคนเดียวที่มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

ถ้าหวางตงชิงตาย หวางจื้อเกาคงตามจองล้างจองผลาญเขาไม่เลิกแน่ ชีวิตนี้คงหาความสุขไม่ได้อีก

แต่ถ้าตาแก่นั่นฟื้นขึ้นมาได้ อย่างน้อยโทษหนักก็อาจกลายเป็นเบา

คนสิ้นตรอกอย่างเกาจื้อเฉิงจึงตะโกนสวนขึ้นมา "มันรู้เรื่องหมอ! ให้มันลองดูสิโว้ย เผื่อรอด! ไหน ๆ พวกมึงก็ว่าตายแล้ว ให้มันลองหน่อยจะเป็นไรไป เสียหายตรงไหนวะ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 33 - เขายังไม่ตาย ผมช่วยได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว