เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - จิตสังหาร

บทที่ 11 - จิตสังหาร

บทที่ 11 - จิตสังหาร


บทที่ 11 - จิตสังหาร

เสียงเตือนของเฉินหลินทำให้สติของซูเยว่กลับคืนมา เธอเห็นรถออฟโรดคันยักษ์พุ่งเข้ามาดุจสัตว์ร้าย เท้าขวาจึงกระทืบเบรกโดยสัญชาตญาณ

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เฉินหลินโถมตัวข้ามมาจากเบาะข้างคนขับ มือหนาคว้าพวงมาลัยหักหลบอย่างรุนแรง

เอี๊ยดดดด!

เสียงล้อยางบดถนนดังสนั่นหวั่นไหว รถหรูไถลเฉียงรอดพ้นการประสานงาไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ท้ายรถยังคงถูกกระแทกจนสะบัดหมุนคว้างกลางถนนหลายตลบกว่าจะหยุดนิ่ง

โชคดีที่ทั้งคู่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่อย่างนั้นแรงเหวี่ยงมหาศาลเมื่อครู่คงเหวี่ยงซูเยว่กระเด็นออกนอกรถไปแล้ว

"ขับรถภาษาอะไรวะเนี่ย! ตาบอดหรือไง!"

พอตั้งสติได้ ซูเยว่ก็เตรียมจะเปิดประตูลงไปเอาเรื่องคู่กรณี

หมับ!

มือแข็งแกร่งของเฉินหลินคว้าแขนเธอไว้แน่น "อย่าขยับ พวกมันไม่ได้มาดี"

ซูเยว่ชะงักกึก มองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปเห็นชายฉกรรจ์หกคนกระโดดลงมาจากรถออฟโรด แต่ละคนหน้าตาถมึงทึง แววตาคุกรุ่นด้วยรังสีอำมหิต เห็นชัดว่าไม่ใช่คนดี

"พวก... พวกเขาเป็นใคร"

"หึ จะเป็นใครได้อีกล่ะ นอกจากพวกขี้แพ้ชวนตี"

เฉินหลินแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม หยิบกระเป๋าถือของซูเยว่ยัดใส่มือเธอ

"กอดไว้ให้แน่น ล็อครถซะ แล้วอย่าลงมาเด็ดขาด"

เขาเพิ่งมาถึงเมืองนี้ ไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ส่วนคุณหนูไฮโซอย่างซูเยว่ก็คงไม่ไปพัวพันกับพวกกุ๊ยข้างถนนพวกนี้แน่

คำตอบเดียวที่เป็นไปได้คือ จินหู่ส่งพวกมันมาล่าสมบัติคืน

ซูเยว่ยังประมวลผลไม่ทันเสร็จ เฉินหลินก็เปิดประตูรถก้าวลงไปเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว

พริบตาเดียว กลุ่มชายฉกรรจ์ก็เข้ามารุมล้อมเฉินหลินไว้ทุกทิศทาง

"ไอ้หนุ่ม ใจเด็ดนี่หว่า! กล้าลงมาจากรถด้วย"

"ฮะๆ แบบนี้ก็ดี พวกกูจะได้ไม่ต้องออกแรงทุบรถให้เสียเวลา"

หัวโจกของกลุ่มคือชายหัวโล้นเลี่ยน บนลำคอมีรอยแผลเป็นทางยาวน่าสยดสยอง สมุนที่เหลือก็รูปร่างล่ำสันราวยักษ์ปักหลั่น ในมือถือท่อนเหล็กและไม้เบสบอลครบมือ

ไอ้หน้าบากมองเฉินหลินด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

"ไอ้น้อง คงรู้นะว่าพี่ๆ มาหาเอ็งทำไม"

เฉินหลินยืนนิ่ง มุมปากยกยิ้มหยัน ไม่ตอบคำถามแม้แต่คำเดียว

ไอ้หน้าบากนึกว่าเฉินหลินกลัวจนเป็นใบ้ จึงพูดข่มขวัญต่อ

"ของบางอย่างน่ะ ดูภายนอกมันสวยงามน่าครอบครอง แต่ระวังหน่อยนะ ถือไว้นานๆ มันจะร้อนจนลวกมือ เข้าใจที่พูดใช่ไหม"

"พี่ไม่อยากพูดมากให้เปลืองน้ำลาย ไปหยิบของที่แพงที่สุดในรถมาให้พี่ซะ ของสิ่งนั้นมันไม่ใช่ของเอ็งตั้งแต่แรกแล้ว!"

เฉินหลินแค่นหัวเราะเสียงดัง ตะโกนสวนกลับไปก้องถนน

"ให้เอาออกมาน่ะได้! แต่กลัวว่าลูกพี่ที่มุดหัวอยู่ในรถของแกจะไม่กล้ารับไว้น่ะสิ!"

"วงการของเก่าถือสัจจะยิ่งชีพ ถ้าวันนี้กล้าแหกกฎปล้นลูกค้า ก็เตรียมตัวม้วนเสื่อออกจากวงการได้เลย!"

เวลานี้จินหู่กับไอ้หน้าม้าชุดจงซานนั่งซ่อนตัวอยู่ในรถออฟโรดคันนั้น มันไม่กล้าเสนอหน้าออกมาเพราะกลัวเสียชื่อเสียงในวงการ จึงส่งสมุนหน้าใหม่พวกนี้มาลงมือแทน

พอได้ยินเสียงตะโกนท้าทายของเฉินหลิน และเห็นสายตาคมกริบที่จ้องทะลุกระจกดำมืดเข้ามา หัวใจของจินหู่ก็กระตุกวูบ

มันรู้ได้ยังไงว่าข้าอยู่นี่?

แท่นฝนหมึกน่ะแย่งคืนมาได้ไม่ยาก แต่ถ้าไอ้เด็กเวรนี่รอดไปป่าวประกาศเรื่องนี้ ชื่อเสียงร้านไป๋เยว่ถางคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี

เงินสิบห้าล้านมันก็เยอะอยู่ แต่เทียบไม่ได้กับบ่อเงินบ่อทองระยะยาวอย่างร้านของเก่าที่เขาต้องใช้ทำมาหากินไปตลอดชีวิต!

"บ้าเอ๊ย! ทำไมมันถึงรู้ทันไปซะทุกเรื่องวะ"

จินหู่ทุบเบาะรถระบายอารมณ์

"ลูกพี่ อย่าเพิ่งตื่นตูมไป พี่ไม่ได้โผล่หน้าออกไปสักหน่อย มันก็แค่เดาสุ่มไปเรื่อย ใครจะไปเชื่อมัน"

"ให้ไอ้หน้าบากกระทืบมันให้เละ แล้วขู่ให้มันหุบปากซะ ดูสิมันจะกล้าปากดีไปฟ้องใครอีกไหม"

จินหู่ฟังแล้วก็เห็นด้วย เขาพยักหน้าช้าๆ

ทว่ามือขวากลับล้วงลงไปหยิบกระเป๋าสีดำข้างเบาะ ภายในนั้นบรรจุปืนพกสีดำมะเมื่อมกระบอกหนึ่ง

เพื่อแท่นฝนหมึกและเพื่อล้างอายในวันนี้ จิตสังหารของเขากำลังพลุ่งพล่านจนยากจะระงับ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 - จิตสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว