เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 79 Wan Wudi comes late one step

Chapter 79 Wan Wudi comes late one step

Chapter 79 Wan Wudi comes late one step


万无敌来晚一步

ไป่อู๋ซ่างนิกายปิศาจน้ำพุเหลืองไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา.

ทว่าในเวลานี้,ใบหน้าที่ขาวซีดไร้ซึ่งโลหิตของเขากำลังจ้องมองลู่อี้ผิงที่ดูไร้อารมณ์ไม่แยแสอยู่.

เจียงยวีสำนักไท่อี้เอ่ยต่อบรรพชนหวงและกู่เหล่ากุย,”หลังจากข้าสังหารลู่อี้ผิง,กระบี่รัตติกาลนิรันดรจะเป็นของใคร,อาวุโสทั้งสองก็ตัดสินใจกันเองก็แล้วกัน.

บรรพชนหวง,กู่เหล่ากุยที่จ้องมองหน้ากันและกัน,ดูลังเล,แต่ท้ายที่สุดก็พยักหน้ารับ.

เจียงยวีที่หันกลับมา,จดจ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความเย็นชา“น้องสาวของข้าตายด้วยหัตถ์กษิติครรภพันกรของเจ้า,ข้าต้องการคำแนะชี้แนะทักษะกษิติครรภพันกร! อยากจะเห็นจริง ๆ ว่าวิชาหนึ่งในสี่เคล็ดอรหันต์จะสมกับคำเล่าลือหรือไม่?!”

ในเวลานั้น,ทั่วร่างของเขาที่เต็มไปด้วยลมปราณกระบี่ที่ฟุ้งพุ่งทยานขึ้นไปบนท้องฟ้า.

ปราณกระบี่ที่ทำให้ห้วงมิติรอบ ๆ สั่นไปมากลายเป็นคลื่นน้ำทะเล.

คลื่นกระบี่ที่ใหญ่ยักษ์ซัดสาดท่วมไปด้วยแสงกระบี่อย่างคาดไม่ถึง.

ประกายแสงของดินน้ำไฟทองและธาตุไม้.

ห้าริ้วแสง,ที่ส่องสว่างท่วมปกคลุมท้องฟ้า.

ผู้คนต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ.

“ปราณกระบี่ห้าธาตุ!”เฉินชิงหยางที่อุทานเสียงดัง.

บรรพชนหวงนิกายภูตหยิน,กู่เหล่ากุยวังปิศาจทมิฬ,ไป่อู๋ซ่างนิกายปิศาจน้ำพุเหลือง,ทั้งสามที่เห็นปราณกระบี่ห้าธาตุ,ก็เผยท่าทางประหลาดใจออกมาเช่นกัน.

เฉินหยวน,บุตรของเฉินชิงหยางที่เห็นเอ่ยอุทานออกมาทันที“นับตั้งแต่ยุคโบราณ,ปราณกระบี่ห้าธาตุไม่เคยมีใครสามารถฝึกฝนได้สำเร็จเลยไม่ใช่รึ?”

เฉินชิงหยางที่เผยท่าทางจริงจัง“ใช่แล้ว,เหนือหัวใจกระบี่,คือกระบี่กาลอวกาศ,เหนือกระบี่กาลอวกาศ,ก็คือกระบี่ห้าธาตุ!”

“ต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี,ก่อกำเนิดจากปฐมกาลฮุ่นต้น,วิวัฒนาการเป็นธาตุทั้งห้า,ก่อนกำเนิดเป็นสรรพชีวิต!”

“ทุกสรรพชีวิต,ล้วนแต่กำเนิดจากธาตุทั้งห้า.”

“ทำให้การตระหนักรู้วิถีธาตุทั้งห้านั้น,ยากยิ่งกว่าใต่ขึ้นสวรรค์,ดังนั้นนับตั้งยุคโบราณ,จึงไม่มีใครฝึกฝนกระบี่ห้าธาตุได้สำเร็จ!”

ทว่าตอนนี้,เจียงยวีสำนักไท่อี้กับสามารถบ่มเพาะมันได้!

บรรพชนหวง,ถังจีต่างก็ ถอนหายใจ“เจ้าเด็กนี่คู่ควรเป็นบุคคลอันดับหนึ่งพิภพเหิงหยวนยุคนี้จริง ๆ!”

มีไม่กี่คนที่พวกเขากล่าวยกย่อง,ตอนนี้เห็นเจียงยวีสำนักไท่อี้เผยกระบี่ห้าธาตุออกมาทำให้พวกเขาต้องยกย่องอีกฝ่ายอย่างจริงใจ.

ในเวลานี้,เจียงยวีสำนักไท่อี้ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยปราณกระบี่ห้าธาตุเวลานี้มันได้ขยายเพิ่มกำลังอำนาจขึ้นเรื่อย ๆ,ยืดขยายปุทุพลังออกไปไม่หยุดหย่อน.

ปราณกระบี่ห้าธาตุ,น้ำ,ไฟ,ทอง,ดินและไม้,ห้าธาตุโคจรไปรอบ ๆ,ราวกับว่ากำลังสร้างโลกใหม่ขึ้นมา.

กลิ่นอายของเจียงยวีสำนักไท่อี้เพิ่มพูนยกระดับขึ้นไม่หยุด.

“เทพสวรรค์ขั้นกลางปลาย!”บรรพชนหวง,นิกายภูตหยินเอ่ย“บางทีเขาใกล้จะตัดผ่านไปยังเทพสวรรค์ขั้นสุดท้ายแล้ว!”

นี่คือขอบเขตพลังบ่มเพาะของเจียงยวี.

“แม้นว่าจะยังไม่ตัดผ่านไปยังเทพสวรรค์ขั้นสุดท้าย,ทว่าด้วยพลังกระบี่ห้าธาตุ,เกรงว่าเขาสามารถรับมือกับเทพสวรรค์ขั้นสุดท้ายได้แล้ว!”กู่เหล่ากุยวิหารปิศาจทมิฬเอ่ย.

ลู่อี้ผิงยังไม่ได้เริ่มเคลื่อนไหวใด ๆ,ไม่ว่าเจียงยวีสำนักไท่อี้จะกระตุ้นพลังปราณกระบี่ห้าธาตุออกมามากมายเท่าไหร่ก็ตาม.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เกาหูไปมา,คล้ายว่ากำลัง คันมือคันเท้าอยากลงมือเอง.

ท้ายที่สุด,เจียงยวีสำนักไท่อี้ก็กระตุ้นปราณกระบี่ห้าธาตุไปจนถึงขีดสุด,พลังต่อสู้ของเทพสวรรค์ขั้นกลางปลายเวลานี้อยู่ในจุดสูงสุดแล้ว.

เขาที่จ้องมองลู่อี้ผิงที่ยืนมือขัดหลัง,แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา“หลายร้อยปีก่อน,ข้าสำเร็จปราณกระบี่ห้าธาตุ,สามารถที่จะฉีกท้องฟ้าให้เป็นรอยได้,ยังไม่พอให้เจ้าต้องเตรียมตัวอย่างงั้นรึ?”

ลู่อี้ผิงจ้องมองปราณกระบี่ห้าธาตุอีกฝ่าย,กล่าวออกมาอย่างไม่แยแส,“ปราณกระบี่ห้าธาตุแล้วอย่างไร,ข้าจะสังหารเจ้า,เพียงแค่ดีดนิ้วก็จัดการเจ้าได้แล้ว.”

คำพูดของลู่อี้ผิง,ทำให้ผู้คนรอบ ๆ ส่งเสียงดังอื้ออึง.

เจียงยวีสำนักกระบี่ไท่อี้ได้ยิน,ใบหน้ากลายเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที,แววตาเป็นประกายด้วยความดุร้าย,หัวเราะดังลั่น“ดี! ข้าจะรอดู ว่าเจ้าดีดนิ้วสังหารข้าอย่างไร!”จากนั้นพลังปราณกระบี่ห้าธาตุก็พุ่งทยานคำรามลั่นพุ่งไปยังทิศทางของลู่อี้ผิงทันที.

เวลานั้นเห็นเพียงแค่ปราณกระบี่ห้าธาตุที่พุ่งตัดผ่านท้องฟ้า,แผ่พุ่งข้ามอากาศ,เต็มไปด้วยอำนาจทำลายล้างสวรรค์แปละปฐพี,ทว่าเมื่อมันมาถึงยอดเขาเทพสวรรค์.

ในเวลานั้น,จากพื้นที่ไกลออกไป,เสียงที่เย็นชาดังกึกก้องได้ดังขึ้น“อำนาจหมื่นทวยเทพ!”

ในเวลาต่อมานั้น,เมืองขนาดใหญ่,ได้เหินตัดผ่านอากาศมาด้วยความเร็ว.

เมืองขนาดใหญ่,พลังเทพที่รุนแรงทำให้อากาศรอบ ๆ สั่นสะเทือนกลายเป็นเหมือนดั่งน้ำทะเลกำลังก่อคลื่นพัดมา,เทพวิญญาณยุคโบราณมากมายที่กระจายลอยอยู่รอบ ๆ เมืองลอยฟ้า.

เมืองลอยฟ้าที่เข้าปะทะกับปราณกระบี่ห้าธาตุของเจียงยวี.

ตูมมมมมมม

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว.

พลังปราณกระบี่ห้าธาตุที่ปะทะกับเมืองลอยฟ้าทันทีก่อให้เกิด,เสียงดังกังวานที่ก้องไปไกลสุดขอบฟ้า,ราวกับเสียงสายฟ้าฟาด,สะเกิดเพลิงที่ฟุ้งกระจายไปทั่วทุกสารทิศ.

ผู้คนมากมายต่างก็เผยท่าทางประหลาดใจอัศจรรย์ใจออกมา.

หลายคนที่จ้องเขม็งไปยังเมืองยักษ์ลอยฟ้า.

“เมืองเทียนตู!”ยอดฝีมือหลายคนที่อุทานออกมาด้วยความตกใจ.

เมืองเทียนตู,นี่คือเมืองอันดับหนึ่งของทวีปเทพยุทธ์.

จากนั้น,ทุกคนได้แต่จ้องมองไปยังขอบฟ้าไกล,เห็นคนผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า,เป็นจ้าวทวีปเทพยุทธ์,หว่านอู๋ตี้!

“นี่คือสิ่งประดิษฐ์แห่งทวยเทพไร้คู่เปรียบ,เมืองเทียนตูยุคโบราณ,เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่จ้าวแห่งทวยเทพและผู้ใต้บังคับบัญชาได้หลอมมันขึ้นมา,หลังจากจ้าวแห่งทวยเทพล่วงหล่นจากสวรรค์,ก็ไม่เคยได้ยินมาเลยว่ามีใครสามารถควบคุมเมืองเทียนตู่ได้,คาดไม่ถึงว่าหว่านอู๋ตี้จะสามารถควบคุมมันได้!”เจิ้งยวีเจ้านิกายภูตหยินอุทานออกมาด้วยความตกใจ.

สิบสุดยอดฝีมือพิภพเหิงหยวน,เขาคือลำดับสาม,ส่วนหว่านอู๋ตี้คืออันดับสี่.

ไม่นานมานี้,มีคนได้กระจายข่าวออกมาว่าหว่านอู๋ตี้ตัดผ่านไปยังขอบเขตเทพสวรรค์,นอกจากนี้ยังควบคุมเมืองเทียนตู่ได้,เขาไม่เชื่อแม้แต่น้อย,ตอนนี้เห็นหว่านอู๋ตี้ควบคุมเมืองเทียนตูได้,ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก.

นอกจากนี้ทุกคนเองย่อมมองเห็นว่าหว่านอู๋ตี้ที่เพิ่งทะลวงผ่านขอบเขตเทพสวรรค์กับสามารถต้านปราณกระบี่ห้าธาตุของเจียงยวีได้ด้วยเมืองเทียนตู,ไม่มีใครที่เห็นแล้วไม่ประหลาดใจ.

“ทว่า,ทำไมหว่านอู๋ตี้ถึงได้มาป้องกันการโจมตีนั่นกัน?”บรรพชนชราผู้หนึ่งที่เอ่ยด้วยความตกใจ.

ทุกคนต่างก็เผยความสงสัย.

คิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหว่านอู่ตี้ถึงมาป้องกันการโจมตีของเจียงยวีที่โจมตีลู่อี้ผิง.

ที่ด้านหลังหว่านอู๋ตี้,เหล่าบรรพชนชราของตระกูลหว่า,เหล่าอาวุโสสูง,อาวุโสทั่วไปและกองกำลังตระกูลหว่านต่างก็มากันทั้งหมด.

ในเวลานั้น,หว่านอู๋ตี้ที่มายืนอยู่ด้านหน้าทุกคน.

สำนักไท่อี้,เจียงยวีที่จ้องมองหว่านอู๋ตี้,ใบหน้ามืดครึ้ม,ดวงตาที่เย็นชาเต็มไปด้วยความขุ่นข้องใจ“หว่านอู๋ตี้,เจ้าหมายความว่าอย่างไร?!”

หว่านอู๋ตี้ไม่ได้สนใจจ้องมองเจียงยวีสำนักไท่อี้ด้วยซ้ำ,ทว่าก้าวเดินไปด้านหน้าลู่อี้ผิง.

ทุกคนที่จ้องมองหน้ากันและกันอย่างงงวย,ไม่เข้าใจว่าหว่านอู๋ตี้ต้องการทำอะไร.

ขณะที่ทุกคนเต็มไปด้วยความสงสัย,หว่านอู๋ตี้ก็ก้าวมาอยู่ด้านหน้าลู่อี้ผิง,ท่าทางเต็มไปด้วยเคารพ,พร้อมคุกเข่าลง“หว่านอู๋ตี้คารวะต้าเหริน!”

ทุกคนที่กลายเป็นเซ่อไปเลย.

ในเวลานั้น,หว่านอู๋ตี้ที่โขลกศีรษะเอ่ยออกมาว่า“หว่านอู๋นี้มาช้าไปก้าวหนึ่ง,ต้าเหรินโปรดอภัย!”

ทุกคนที่ตื่นตะลึงตกใจเป็นอย่างมาก.

ต้าเหริน?

ลู่อี้ผิง?

ขออภัย?

หมายความว่าอย่างไร?!

หลายคนที่เผยใบหน้าไม่อยากเชื่อ,หลายคนที่งงงวยไม่เข้าใจแม้แต่น้อย,แม้แต่เจียงยวีสำนักไท่อี้,บรรพชนหวงนิกายภูตหยิน,กู่เหล่ากุยวังปิศาจทมิฬ,ไป่อู๋ซ่างนิกายปิศาจน้ำพุเหลืองและคนอื่น ๆ ถึงกับตะลึงไปเลย.

หว่านอู๋ตี้,จ้าวทวีปเทพยุทธ์,จำนนต่อลู่อี้ผิงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน,ลู่อี้ผิงได้เดินทางไปยังเมืองเทียนตู่,ต่อสู้กับตระกูลหว่าน!ลู่อี้ผิงได้เข้าไปในดินแดนบรรพชนตระกูลหว่านแล้วหายเงียบไป.

เป็นไปได้ว่าเวลานั้น,หว่านอู๋ตี้ที่ยอมจำนนต่อลู่อี้ผิงแล้ว?

“ลุกขึ้น.”ลู่อี้ผิงจ้องมองหว่านอู๋ตี้ที่คุกเข่า,เอ่ยออกมาอย่างไม่แยแส.

หว่านอู๋ตี้ลุกขึ้นเต็มไปด้วยความเคารพอย่างที่สุด.

เจียงยวีสำนักไท่อี้จ้องมองหว่านอู๋ตี้ด้วยความเย็นชา“หว่านอู๋ตี้,ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะยอมคุกเข่าจำนนต่อลู่อี้ผิง,วันนี้ข้าจะสังหารลู่อี้ผิง!”

“เจ้าไสหัวไปซะ! ไม่เช่นนั้น,ข้าจะกวาดล้างตระกูลหว่านของเจ้าไปพร้อม ๆ กันด้วย.”

ทว่าในเวลานั้น,กองทัพของหอเทพยุทธ์ได้เคลื่อนทัพมาใกล้ทวีปเทพยุทธ์แล้ว.

เพราะว่าหอเทพยุทธ์นั้นอยู่ในทวีปไกลออกมา,ดังนั้นจึงมาช้ากว่านิกายภูตหยิน,วิหารปิศาจทมิฬและนิกายปิศาจน้ำพุเหลือง.

เทพยุทธ์อู๋จิ่วเจว่,ที่เข้าใกล้ทวีปเทพยุทธ์,ปรากฏอารมณ์ซับซ้อน,ครุ่นคิดถึงอดีต,ไม่รู้ว่าอาจารย์เป็นอย่างไร,ชีวิตของเขาที่เข้าสู่ไม้ใกล้ฝั่งแล้ว,ไม่รู้ว่าก่อนสิ้นชีวิตจะได้พบกับอาจารย์หรือไม่?

จบบทที่ Chapter 79 Wan Wudi comes late one step

คัดลอกลิงก์แล้ว