เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 78 Gives me the Lu Yiping’s life( third)

Chapter 78 Gives me the Lu Yiping’s life( third)

Chapter 78 Gives me the Lu Yiping’s life( third)


将路一平的命让给我(第三更)

ลู่อี้ผิงที่ยืนอยู่บนยอดเขาเทพสวรรค์,กวาดตามองสายน้ำที่พลุ้งพล่านคลื่นที่ซัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ของแม่น้ำเทพสวรรค์.

แม่น้ำเทพสวรรค์,นี่คือหนึ่งในแม่น้ำที่มีอยู่เนิ่นนานผ่านมาหลายยุคสมัยแล้ว.

ตามความทรงจำของลู่อี้ผิง,ก่อนเขาปรากฏมันก็คงอยู่มาก่อนแล้ว.

แม่น้ำเทพสวรรค์,เริ่มต้นจากเทือกเขาเทพสวรรค์,ไหลไปจนสุดขอบฟ้า,ข้ามผ่านหลายทวีป,แม่น้ำแห่งนี้ใสอยู่ตลอดเวลา,จนสามารถมองเห็นก้นแม่น้ำได้.

เทพปิศาจโบราณเฉียงเหลียงที่จ้องมองคลื่นน้ำบนแม่น้ำเทพสวรรค์,เอ่ยออกมาว่า“เห็นชัดเจนว่าแม่น้ำเทพสวรรค์ไม่มีสิ่งใด,แล้วเมื่อเกิดช่วงเวลาทวนกระแส,ทำไมมีสิ่งของมากมายปรากฏขึ้น?”

ผ่านมาเนิ่นนานหลายปีแล้ว,เหล่ายอดฝีมือมากมายต่างก็ศึกษาเรื่องของแม่น้ำเทพสวรรค์,ทว่ากับไม่มีใครบอกความลึกล้ำของมันได้เลย.

ดวงตาของลู่อี้ผิงที่ลึกล้ำ,จ้องมองผ่านไปถึงพื้นที่ส่วนลึกของแม่น้ำเทพสวรรค์,เอ่ยออกมาว่า“แม่น้ำเทพสวรรค์นั้น,มีพื้นที่กาลอวกาศขนาดใหญ่มากมายนับไม่ถ้วน,เมื่อเกิดการทวนกระแสของสายน้ำ,จะทำให้พื้นที่กลางอวกาศเหล่านั้นปรากฏขึ้น.”

“ด้วยพลังของกระแสน้ำนั้น,ทำให้พื้นที่กาลอวกาศปรากฏรอยรั่วทำให้มีสมบัติล้ำค่าหลุดออกมา.”

โจวเฉิงได้ยิน,ก็เผยความประหลาดใจ“แม่น้ำเทพสวรรค์มีพื้นที่กาลอวกาศมากมายอย่างงั้นรึ? ทว่า,ทำไมถึงเกิดปรากฏการแม่น้ำทวนกระแสล่ะ?”

ลู่อี้ผิงเอ่ยอย่างไม่แยแส,“โลกใบใหญ่,มีเรื่องแปลกประหลาดมากมาย,บางสิ่งที่เจ้าไม่คิดว่ามี,ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้น.”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้มพรายเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“หนึ่งล้านปีก่อน,แม่น้ำเทพสวรรค์,เหมือนว่าจะมีของดีปรากฏขึ้นนะ!”

หนึ่งล้านปีก่อน,เหตุการณ์แม้น้ำทวนกระแสครั้งใหญ่,มันยังคงจำได้ดี.

ลู่อี้ผิงเผยยิ้ม“เห็ดเทวะเก้าสี,ไม่ควรปรากฏขึ้นเป็นรอบที่สอง.”

ในอดีต,เห็ดเทวะเก้าสี,โดนมันกินไปแบบไร้ราคา.

ทว่าในครั้งนี้,ยอดฝีมือมากมายต่างก็เดินทางมา.

ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนได้อยู่ล้อมกรอบเทือกเขาเทพสวรรค์.

ผู้คนมากมายเห็นพวกลู่อี้ผิงบนยอดเขาสูง,ก็เผยอารมณ์ซับซ้อน,พูดคุยกระซิบกระซาบเบา ๆ.

ในเวลาเดียวกัน,ภายในฝูงชนได้ส่งเสียงดังอื้ออึงขึ้นมาทันที.

“ท่านเฉินชิงหยาง,ท่านเฉินชิงหยางเองก็มา!”ใครบางคนเอ่ย.

ผู้คนมากมายที่จ้องมองไปยังยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งที่บินตัดผ่านอากาศมาแต่ไกล.

ผู้นำมานั้น,เป็นชายวัยกลางคนที่รูปร่างสูงใหญ่,ผมส่วนหนึ่งเริ่มมีสีขาวแซมแล้ว,สวมชุดคลุมสีเทา,ที่ดูหม่นหมองอยู่เล็กน้อย.

นี่คือปรมาจารย์ค่ายกลอันดับหนึ่งของทวีปเทพยุทธ์!

เฉินชิงหยางไม่ได้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลอย่างเดียว,ยังเป็นยอดฝีมือในอีกหลายแขนง.

แน่นอนว่าตระกูลเฉินหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของทวีปเทพยุทธ์,เป็นเขาที่ก่อตั้งขึ้นมา.

เฉินชิงหยางที่มาถึง,ยอดฝีมือมากมายไม่มีใครที่ไม่เคารพเขา.

แม้แต่กองกำลังจักรวรรดิไม่น้อย เมื่อเขามาถึงต้องหลีกทางและแสดงความเคารพ.

เฉินชิงหยางที่เผยยิ้มพยักหน้าให้กับทุกคน,ก่อนที่สายตาของเขาจะจับจ้องมองไปยังชายชุดน้ำเงินบนยอดเขาเทพสวรรค์.

“เขาคือลู่อี้ผิง?”แววตาของเขาที่เผยความประหลาดใจ.

อาวุโสสูงตระกูลเฉินพยักหน้ารับ“ควรจะเป็นเขา.”เขาหยุดและเอ่ยต่อ“เขาคือเซียนกู่ฉิน,ยอดมือกระบี่,ไม่รู้ว่าเข้าใจค่ายกลหรือไม่?”

ในเวลานั้น,บุตรของเฉินชิงหยาง,เฉินหยวนที่เผยยิ้ม“เกรงว่าคงระดับทั่วไป ไม่เช่นนั้นคงเป็นที่ลือกระฉ่อนไปแล้ว,เวลานั้นหากประมุขน้อยนิกายภูตหยินเห่าตัน,ประลองกับเขาด้วยค่ายกลแทนที่กู่เฉิน,คงชนะเขาไปแล้ว.”

อาวุโสสูงตระกูลเฉินอีกคนเอ่ย“ได้ยินมาว่าประมุขน้อยนิกายภูตหยินเห่าตัน,ระดับความเชี่ยวชาญค่ายกลได้ไปถึงขั้นควบแน่นอักขระจากความว่างเปล่าแล้ว,นอกจากนี้ยังสามารถสร้างอักขระขึ้นมาได้กว่า 4000 ตัว! ความสามารถของเขานั้นเหนือกว่าคุณชายเจ้าจื่อเห่าซะอีก.”

ขณะที่คนของตระกูลเฉินกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น,ผู้คนมากมายก็อุทานเสียงดังทำให้พื้นที่รอบ ๆ วุ่นวายขึ้นมาทันที,เวลานั้นเจ้าหอสาขาเทพยุทธ์,เจ้าเซี่ยนำคนของหอเทพยุทธ์สาขาทวีปเทพยุทธ์บินตัดห้วงอากาศมา.

ซึ่งเขาได้มาพร้อมกับประมุขตระกูลอวิ๋น,อวิ๋นเหว่ย,และประมุขน้อยตระกูลอวิ๋น,อวิ๋นไห่เทียนและยอดฝีมือของตระกูลอวิ๋นอีกมากมาย.

พวกเขาที่เห็นเฉินชิงหยางนำยอดฝีมือมากมายมา,ก็ก้าวเข้าไปหา,เจ้าเซี่ยงและอวิ๋นเหว่ยที่กล่าวทักทาย.

ด้วยเหตุนี้,สี่ตระกูลใหญ่ทวีปเทพยุทธ์,ดูเหมือนว่าจะขาดตระกูลหว่านตระกูลเดียวเท่านั้น.

หอเทพยุทธ์เจ้าเซี่ยงที่ก้าวเข้ามา,จ้องมองไปยังยอดเขาไกลออกไปเห็นร่างของลู่อี้ผิง,ดวงตาก็เผยความเย็นชาออกมา,ที่ทุ่งราบเทพยุทธ์,บุตรชายของเขาเจ้าจื่อเห่าถูกทำลายชีพจร,จุดตานเถียนทั้งหมด! ตอนนี้เป็นเพียงคนพิการเท่านั้น.

“เจ้าหอโปรดวางใจ,เมื่อท่านเทพยุทธ์จิ่วเจว่นำกองทัพหอเทพยุทธ์มาถึง,เมื่อท่านเทพเมื่อนั้น,ลู่อี้ผิงจะต้องตายแน่นอน!”ยอดฝีมือของหอเทพยุทธ์คนหนึ่งเอ่ย.

เจ้าเซี่ยงพยักหน้ารับ,ภายในใจที่เศร้าสลดเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร.

ในเวลานั้น,เสียงอึกทึกก็ดังขึ้นอีก ในฝูงชนต่างเอ่ยอุทานด้วยความตื่นเต้น“ท่านเจียงยวีมาแล้ว! ท่านเจียงยวีเดินทางมาถึงแล้ว!”

สายตาของทุกคนที่มองไปยังทิศทางเดียวกัน.

เป็นความจริง,เห็นยอดฝีมือของสำนักไท่อี้มากมายที่กำลังบินตัดผ่านอากาศมา,คลื่นพลังกลิ่นอายมหึมาที่พลุ้งพล่าน,ไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้เลย.

นี่คือผู้นำยอดฝีมืออันดับหนึ่งของพิภพเหิงหยวน,เจียงยวี.

หลังจากที่เจียงยวีปรากฏ,บรรพชนชรา,อาวุโสสูง,อาวุโสศิษย์และผู้ใต้บังคับบัญชากองทัพจักรวรรดิต่าง ๆ และยอดฝีมือนับไม่ถ้วนของสำนักไท่อี้มากมายล้นหลามก็ตามมาด้วย.

ถึงแม้นว่าจะมองเห็นไกล ๆ,ทว่าทุกคนก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารของเจียงยวีที่ปกคลุมท่วมท้องฟ้าแล้ว.

ปราณกระบี่ที่อัดแน่นรวมตัวกันซ้อนทับเป็นชั้น ๆ,สั่นไหวเป็นระลอกคลื่นทุกการเคลื่อนไหวของเจียงยวี.

กลิ่นอายที่น่าพรั่นพรึงมากล้นแผ่ออกมาไม่หยุดหย่อนจากยอดฝีมือของสำนักไท่อี้,มองเห็นเป็นคลื่นใหญ่ที่กำลังซัดม้วนกวาด มาจากขอบฟ้าไกล,ราวกับว่าสายธารของน้ำหลากที่กำลังท่วมผืนปฐพี.

ผู้คนที่มองเห็นกองกำลังของสำนักไท่อี้กำลังเคลื่อนที่มา,ต่างก็ตกใจหวาดกลัวไปตาม ๆ กัน.

เหล่าผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงกับเทือกเขาเทพสวรรค์ต่างก็เร่งรีบหลบออกมาไกล,ด้วยหวาดกลัวที่จะได้รับบาดเจ็บโดยไม่คาดคิด.

เจ้าเซี่ยงเห็นเจียงจวีนำยอดฝีมือสำนักไท่อี้มากมายมาถึง,ใบหน้าของเขาที่เผยความสุข,เขาหันหน้าไปหาเฉินชิงหยางและอวิ๋นเหว่ย,กล่าวด้วยรอยยิ้ม“ทั้งสอง,ท่านเจียงยวีมาถึงแล้ว,พวกเราไปคารวะกัน.”

เฉินชิงหยาง,และอวิ๋นเหว่ยทั้งสองที่พยักรับ.

อย่างไรก็ตาม,ขณะที่ทั้งสามกำลังจะเคลื่อนไปด้านหน้า,ทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่าจากอีกซีกท้องฟ้าเสียงร้องโหยหวนของสัมภเวสีได้กรีดก้องกังวาน,ความหนาวเย็นที่ซัดม้วนตลบ,สวรรค์และปฐพีที่ราวกับว่าเย็นขึ้นจนแทบจะถูกแช่แข็ง.

“นิกายภูตหยิน!”

หลายคนที่ใบหน้าเปลี่ยนสีไปตาม ๆ กัน.

กลิ่นอายของกองทัพภูตหยิน,แทบจะปกคลุมกองทัพไท่อี้ไปทั้งหมดด้วยซ้ำ.

“บรรพชนหวง!”เมื่อเจ้าเซี่ยง,อวิ๋นเหว่ยเห็นกองทัพนิกายภูตหยิน,ก็พบว่าที่ด้านหน้าคนที่นำมานั้นคือบรรพชนหวง,พวกเขาต่างก็กล่าวเสียงสั่น.

แม้นว่าพวกเขาจะอยู่ในทวีปเทพยุทธ์,ทว่ามหาอำนาจทวีปข้างเคียง,อสุรกายชราบรรพชนหวงย่อมเป็นที่เลืองลือ,ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวขาดเขลาขึ้นมาทันที.

แม้นว่าบรรพชนหวงจะซ่อนตัวไม่ปรากฏขึ้นมาหลายปีแล้ว,ทว่าชื่อเสียงของเขานั้นก็ยิ่งใหญ่ไม่จางหาย.

อย่างไรก็ตาม,หลังจากกองทัพนิกายภูตหยินปรากฏ,อีกสองกำลังจากอีกสองทิศ,ก็ปรากฏคลื่นทมิฬและปราณปิศาจที่หนักหน่วงปิดปกคลุมท้องฟ้า,กองกำลังวิหารปิศาจทมิฬและกองกำลังนิกายปิศาจน้ำพุเหลืองก็มาถึงแล้วเช่นกัน.

สำนักไท่อี้,นิกายภูตหยิน,วังปิศาจทมิฬ,นิกายปิศาจน้ำพุเหลือง,ประจำการทิศตะวันออก,ตะวันตก,ทิศใต้และทิศเหนือ,กลิ่นอายแรงกดดันที่พุ่งมาจากทุกทิศทุกทาง,แทบจะปกคลุมอัดกระจุกเข้าที่จัตุรัสตรงกลางโดยสมบูรณ์.

เหล่ากลุ่มอิทธิพลอื่น ๆ มากมายต่างก็ตกใจ,ที่เห็นกองทัพใหญ่ปิดล้อมทั้งสี่ด้าน.

เทือกเขาเทพสวรรค์ที่ถูกล้อมกรอบจนแทบไม่มีช่องว่างให้หลบหลีกได้อีก.

กล่าวได้ว่าเทือกเขาเทพสวรรค์เวลานี้,แทบไม่อาจมองผ่านออกไปด้านนอกได้เลย, กองทัพทั้งสี่ปิดล้อม และยังแผ่กลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่ท่วมท้นจนเทือกเขาเทพสวรรค์มืดครึ้มลง.

เจียงยวีสำนักไท่อี้จ้องมองไปยังอาวุโสหวง,กู่เหล่ากุย,ไป่อู๋ซ่าง ทั้งสาม,เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“อาวุโสทั้งสามโปรดให้ข้าเป็นคนเอาชีวิตของลู่อี้ผิงเอง!”

“กระบี่รัตติกาลนิรันดร,ตำราหมัดคุกเทวะปรากฏการณ์สวรรค์,หมัดเทวะแห่งกาลเวลาฉบับจริง,ข้าไม่ต้องการ!”

บรรพชนหวงที่ได้ยินคำพูดดังกล่าว,ใบหน้าที่เต็มไปด้วยอักขระก็เผยยิ้มออกมา“ชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร,ข้าไม่สน,ข้าต้องการเพียงแค่กระบี่รัตติกาลนิรันดร!”

กู่เหล่ากุยวังปิศาจทมิฬเผยยิ้ม“ข้าเองก็ต้องการกระบี่รัตติกาลนิรันดร.”

จบบทที่ Chapter 78 Gives me the Lu Yiping’s life( third)

คัดลอกลิงก์แล้ว