เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 47 Causes trouble?

Chapter 47 Causes trouble?

Chapter 47 Causes trouble?


来闹事?

เจ้าจื่อเห่าเอ่ย,ก่อนที่จะบินขึ้นไปตรงหน้าอกของรูปปั้น,จากนั้นก็วาดมือแปลก ๆ,ส่องแสงสว่างจ้า,อักขระที่ไหลมารวมตัวกัน.

“นี่อักขระรวมไร้ลักษณ์ผสานความว่างเปล่า!”เจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟยเอ่ยด้วยความประหลาดใจ.

ปรมาจารย์ค่ายกลนั้น,จะต้องสร้างรากฐานค่ายกล,แน่นอนว่าการใช้อักษรรูนเป็นเรื่องปรกติ,เพียงแต่ปรมาจารย์ค่ายกลบางคนที่ก้าวไปยังขอบเขตสูงพิเศษ,ไม่จำเป็นต้องวาดอักษรรูน,สามารถใช้อักขระความว่างเปล่าสร้างขึ้นมาได้เลย.

ซึ่งก็คืออักขระไร้ลักษณ์ผสานความว่างเปล่า.

เจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟยที่อุทานออกมาเสียงดัง,ใบหน้าของเจ้าจื่อเห่าที่ยังคงเฉยเมย,มือของเขาที่วาดไปมา,อักขระที่รวมตัวกันมากขึ้นและก็มากขึ้น,มีมากมายหลายพันตัวอย่างคาดไม่ถึง!

ไม่ได้หยุดเท่านั้น!

กล่าวได้ว่าถึงจะเป็นอักขระรวมความว่างเปล่า,ปรมาจารย์ค่ายกลการจะสร้างค่ายกลไร้ลักษณ์ขึ้นมาได้สามารถใช้อักขระไร้ลักษณ์ร้อยกว่าตัวขึ้นมาทันทีนั้น,แน่นอนว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำได้.

และยิ่งรวมอักขระไร้ลักษณ์หนึ่งพันตนทันที,ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่.

แม้แต่หลายพันตัวนั้นแทบจะนับมือได้!

หลังจากนั้นอักขระไร้ลักษณ์ภายใต้การควบคุมของเจ้าจื่อเห่า,ก็สร้างผังลึกล้ำขึ้นมา.

“รวมอักขระก่อตั้งรากฐาน!”อาวุโสใหญ่เข่อเจี่ยอาวุโสใหญ่นิกายเฟยฮัวที่อุทานออกมา“ได้ยินมาว่าคุณชายเจ้าคือปรมาจารย์ค่ายกลชั้นยอด,และสุดยอดเต๋าแห่งหอก,เป็นบุรุษที่มีพรสวรรค์ที่โดดเด่น,วันนี้ได้เห็นกับตาควรคู่กับชื่อเสียงจริง ๆ.”

รวมอักขระก่อตั้งรากฐานนั้นยากยิ่งกว่าอักขระไร้รูปหลายเท่า.

เจ้าจื่อเห่าที่เผยยิ้ม“เป็นเพียงทักษะที่น้อยนิด,แทบไม่คู่ควรให้เหลียบแล,ยังห่างไกลจากอาวุโสหยางซือหยวนมาก.”

หยางซือหยวน!

บรรพชนชราวังปิศาจทมิฬนั่นเอง.

ไม่เพียงแค่อีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือเทพแท้จริงขั้นสุดท้าย,ยังเป็นยอดฝีมืออันดับสิบของปรมาจารย์ค่ายกลในพิภพเหิงหยวนแห่งนี้อีกด้วย.

เข่อเจี่ยเผยยิ้ม“คุณชายเจ้าช่างถ่อมตน.”

ในเวลานั้น,เจ้าจื่อเห่าที่แผ่พลังเทวะที่พวยพุ่ง,ผสานเข้ากับผังลึกลับในทันที,ผังลึกลับที่แผ่ลำแสงปล่อยพลังที่น่าอัศจรรย์ใจออกไป.

“ไป!”เจ้าจื่อเห่าที่เหวี่ยงมือออกไป,ผังลึกลับที่เผยพลังน่าอัศจรรย์ใจกระแทกเข้ากับรูปปั้นของผู้ก่อตั้งอาชูร่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหว.

ทันใดนั้น,รูปปั้นผู้ก่อตั้งอาชูร่าที่เงียบสงบได้เปล่งแสงออกมา.

ซี่ ๆ เสียงกัดกร่อนที่ดังขึ้นไม่หยุด,เสียงแตกร้ายที่กังวานไปทั่วรูปปั้น.

เจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟยที่เอ่ยด้วยความเคารพ,เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย“ทรงพลังยิ่งนักดูเหมือนว่ารูปปั้นคงพังทลายลงในเร็ว ๆ นี้,ความสามารถของคุณชายเจ้าช่างไร้เทียมทาน!”

เจ้าจื่อเห่าที่เผยยิ้ม.

อย่างไรก็ตาม,ขณะที่รูปปั้นกำลังจะพังทลาย,จู่ ๆ ก็ปรากฏริ้วแสงกระบี่ที่น่าขนลุกพวยพุ่งจู่โจมมายังเจ้าจื่อเห่าในทันที.

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วมาก,เจ้าจื่อเห่าที่ตกใจ,นำหอกยาวออกมา.

“ดับดาราเหมันตร์!”

หอกของเขาที่ทะลวงออกไป,ลำแสงหอกที่พวยพุ่งแหวกอากาศออกไป.

หอกที่เปล่งแสงราวกับดวงดาราที่ล่วงหล่น,ปรากฏเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงพุ่งเข้าปะทะปราณกระบี่.

ดับดาราเหมันตร์,นับเป็นหนึ่งในกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุด,ของกระบวนท่าหอกของหอเทพยุทธ์.

อย่างไรก็ตามมันกับไร้ซึ่งประโยชน์,ปราณกระบี่ที่ตัดลงมาปราณหอกพังทลายลงในทันที.

เจ้าจื่อเห่าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ,เร่งรีบถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว,ในเวลานั้นร่างกายของเขาที่เปล่งแสงสีทอง,รูนสีทองที่พุ่งออกมารวมตัวกันเป็นโล่เทวะปกป้องร่างกายของเขาเอาไว้,สายฟ้าที่แล่นไปทั่วเกราะเทวะ.

นอกจากโล่สุดยอดอุปกรณ์ป้องกันของหอเทพยุทธ์,เขายังมีเกราะเทวะทองคำอสนี.

โล่ที่ขาดเป็นสองท่อนทว่าปราณกระบี่ยังไม่หยุด กระแทกเข้ากับเกราะทองคำอสนีเสียงดังสนั่น.

เจ้าจื่อเห่าที่ถูกกระแทกลอยกระเด็น,ลากครูดไปบนพื้นก่อนที่จะไปหยุดที่มุมของลาน,ที่มุมปากมีสายโลหิตไหลซึมออกมา,เกราะเทวะบริเวณอก,ถูกฟันเป็นรอยลึก,บาดเข้าไปจนถึงกระดูก.

เข่อเจี่ยอาวุโสสำนักเป่ยฮัวและเจ้านิกายพันปิศาจที่ตื่นตกใจ.

เจ้าจื่อเห่าที่ตื่นตระหนกจ้องมองด้วยความโกรธไปยังรูปปั้น.

“เพียงแค่ฝีมือค่ายกลงู ๆ ปลา ๆ,ต้องการทำลายรูปปั้นนี้อย่างงั้นรึ?”ในเวลานั้น,เสียง ๆ หนึ่งที่ดังก้องกังวาน.

ฝีมืองู ๆ ปลา ๆ อย่างงั้นรึ?

เจ้าจื่อเห่าได้ยิน,ใบหน้ากลายเป็นเคร่งขรึม,กวาดตามองผู้ฝึกตนนิกายพันปิศาจทั้งหมด.

ก่อนที่จะเลยขึ้นไปบนท้องฟ้าของทะเล,พบเข้ากับผู้เยาว์ในชุดสีน้ำเงินยืนอยุ่บนอากาศ,ที่ด้านหลังมีชายวัยกลางคนห้าคนและสตรีน้อยคนหนึ่ง.

ซึ่งแน่นอนว่าคนที่มานั้นก็คือลู่อี้ผิงและผู้ติดตามนั่นเอง.

ลู่อี้ผิงได้เก็บราชรถทองคำไปก่อนหน้านี้แล้ว.

เวลาต่อมาพวกเขาที่ร่อนลงจากท้องฟ้าลงไปยืนบนลาน.

“เจ้าเป็นใคร? มาทำอะไรที่นิกายพันปิศาจของข้ากัน?”เจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟยก้าวออกไปด้านหน้า,เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม.

ลู่อี้ผิงหาได้สนใจลี่เฟยและคนอื่น ๆ ,เขาที่ก้าวมายืนอยู่ด้านหน้ารูปปั้น,จ้องมองรูปปั้น,นึกถึงเรื่องราวในอดีต,ราวกับว่าเขาได้ย้อนกลับไปที่นี่เคยเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง ดื่มสุราร้องเพลงอย่างสุข.

เจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟยเห็นลู่อี้ผิงไม่สนใจตัวเอง,ทว่าจ้องมองรูปปั้นผู้ก่อตั้งอาชูร่าไม่วางตา,ทำให้ใบหน้าเขากลายเป็นมืดครึ้ม.

“ไอ้หนู,เจ้านิกายของพวกเราถามเจ้าอยู่,มีปัญหาอะไรถึงมายังนิกายพันปิศาจของพวกเรา! อีกอย่างคุณชายเจ้าจื่อเห่าคือสุดยอดปรมาจารย์ค่ายกล,เด็กที่ไม่รู้ความเช่นเจ้าสามารถพูดพล่อย ๆ ได้รึ?”อาวุโสของนิกายพันปิศาจก้าวออกมาด้านหน้า,เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม.

อย่างไรก็ตามอาวุโสนิกายพันปิศาจคนดังกล่าวพูดจบ,ก็พบว่าห้วงมิติที่ว่างเปล่าสั่นไหว,พลังที่มองไม่เห็นฟาดไปยังร่างเขาลอยกระเด้นออกไปทันที.

ทุกคนที่กลายเป็นตื่นตะหนกขึ้นมาในทันที.

แม้แต่เจ้าจื่อเห่าและเข่อเจี่ยทั้งสองยังตกใจไปด้วย.

“เจ้าเป็นใคร?”เจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟยใบหน้าดำมืด,จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความเย็นชา“ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการมาสร้างปัญหาให้กับนิกายพันปิศาจของข้า,เจ้ามาผิดที่แล้ว.”

เข่อเจี่ยก็คือสนมของบรรพชนชราวังปิศาจทมิฬหยางซือหยวน,นิกายพันปิศาจเองก็เข้าร่วมสังกัดวังปิศาจทมิฬแล้ว,นอกจากนี้ที่นี่ยังมีแม้แต่เจ้าจื่อเห่าวิหารเทพยุทธ์ ไม่ว่าชายหนุ่มชุดน้ำเงินจะเป็นใครมาจากใหน,เขาก็ไม่รู้สึกกังวลแม้แต่น้อย.

“มาสร้างปัญหาอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงที่หันหน้ากลับมา,สายตาจับจ้องมองเจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟย,กล่าวอย่างไม่แยแส“เจ้าพูดผิดแล้ว,ข้ามาสังหารคนต่างหาก.”

สังหารคน? ได้ยินคำพูดดังกล่าวยอดฝีมือนิกายพันปิศาจก็เข้าล้อมกรอบพวกเขาทันที.

ลู่อี้ผิงที่ดูไม่แยแส,จ้องมองเจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟิย“เจ้าคือเจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟยอย่างงั้นรึ?”

“ใช่,ข้าคือลี่เฟย!”เจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงโอหัง.

ในเวลานั้น,ลู่อี้ผิงที่ยื่นมือออกไป,ลำแสงนับหมื่นสายที่พวยพุ่งออกไป,พุ่งทะลวงไปยังร่างของเจ้านิกายพันปิศาจลีเผยและคนของนิกายพันปิศาจพร้อม ๆ กัน,เวลาต่อมาพวกลี่เผยและคนอื่น ๆ ต่างต้องหวาดผวาไปพร้อม ๆ กัน.

เจิ้นหยวนในร่างกายของพวกเขา,พลังภายในทั้งหมดได้ถูกผนึกเอาไว้อย่างสมบูรณ์!

นอกจากนี้แม้แต่พลังกายเนื้อก็ยังถูกผนึกไปด้วย.

“นี่,เจ้า!”ลี่เฟยจ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความหวาดกลัว.

ในเวลานั้นเจ้าจื่อเห่า,เข่อเจี่ย,ที่ขนลุกตั้งชันไปทั่วร่างทันที.

ผู้เยาว์ผู้นี้,สามารถผนึกเจิ้นหยวนพลังภายในแม้แต่พลังกายเนื้อของยอดฝีมือหลายพันในทันที!

ลี่เฟยและคนอื่น ๆ ที่ถูกผนึกเจิ้นหยวน,พลังภายใน แม้แต่กายเนื้อ,เวลานี้พวกเขาอ่อนด้อยกว่าปุถุชน เกรงว่าคงไม่มีแม้แต่แรงฆ่าไก่ด้วยซ้ำ.

ลู่อี้ผิงเอ่ยต่อลู่เผิงและลู่เสี่ยวยวี“พวกเขา ถูกผนึกพลังเอาไว้หมดแล้ว,ครอบครัวสำนักอาชูร่าของพวกเจ้าถูกพวกเขาสังหาร,เป็นเรื่องสำควรที่พวกเจ้าจะแก้แค้นด้วยตัวเอง.”

ในเวลานี้,ลู่เผิงมีขอบเขตโอสถทองคำ,ลู่เสวี่ยวยวีมีขอบเขตเหนือธรรมชาติ,การจะสังหารลี่เฟยและคนอื่น ๆ ไม่มีทางเป็นไปได้,ทว่าเวลานี้ลี่เฟยและพวกถูกผนึกเอาไว้แล้ว,ลู่เผิง,ลู่เสี่ยวยวี,สามารถสังหารลี่เฟยและคนอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย.

ลู่เผิงที่นำมีดคู่ออกมา,ดวงตาที่แดงซ่านก้าวไปหาลี่เฟยและคนของนิกายพันปิศาจทันที.

“สำนักอาชูร่า! เจ้าคืออาวุโสสำนักอาชูร่า!”ในเวลานั้นอาวุโสนิกายพันปิศาจเห็นลู่เผิงก็อุทานออกมาด้วยความตกใจและหวาดกลัว.

ลู่เผิงที่ก้าวออกไปกำลังจะกุดหัวลี่เฟยและคนอื่น ๆ,ที่ด้านข้างเจ้าจื่อเห่าหอเทพยุทธ์ที่หันไปเอ่ยกับลู่อี้ผิงทันที“ผู้น้อยเจ้าจื่อเห่าหอเทพยุทธ์,ผู้ยอดเยี่ยมเป็นอะไรกับสำนักอาชูร่า?”

“ตอนนี้นิกายพันปิศาจจำนนต่อวังปิศาจทมิฬแล้ว,พวกเขาถือว่าเป็นคนของวังปิศาจทมิฬ,หากเจ้าสังหารคนของนิกายพันปิศาจ,ก็เท่ากับล่วงเกินวังปิศาจทมิฬไปด้วย!”

จบบทที่ Chapter 47 Causes trouble?

คัดลอกลิงก์แล้ว