เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 46: Founder statue

Chapter 46: Founder statue

Chapter 46: Founder statue


祖师石像

เห็นเพียงพุทธรูปโบราณ,ที่ขยายใหญ่ยักษ์,เป็นดั่งภูเขาสีทอง,แรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกไป ทำลายบอลปิศาจของเขาให้ระเบิดไปทันที.

ผู้นำเผ่าจื่อโม่ถึงกับผวา.

“เพลิงเทวะแสงปิศาจ!”

ร่างกายของเขาที่ปะทุเพลิงปิศาจที่น่าเกรงขามออกมา,โจมตีไปยังพุทธรูปอย่างบ้าคลั่ง,ทว่าแม้นจะใช้พลังทั้งหมดแล้ว,แต่กับไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนให้กับพุทธรูปได้เลยแม้แต่น้อย.

ตูมมมมมมมม!

ผู้นำเผ่าจื่อโม่,ถูกพุทธรูปยักษ์กระแทกทับลงมาเสียงดังสนั่น.

เกิดเป็นหลุมรอยพุทธรูป.

หลุมบนพื้นที่แตกแยกเกิดเป็นแอ่งขนาดยักษ์ขึ้นมา.

เหล่ายอดฝีมือเผ่าจื่อโม่คนอื่น ๆ ที่เร่งรีบเข้ามา,ก่อนที่จะหยุดลงด้วยความตื่นตระหนก,เวลานี้ผู้นำเผ่าจื่อโม่ถูกพุทธรูปกระแทกจมลงบนพื้นไปแล้ว,ทำให้พวกเขาถึงกับยืนเซ่อไปเลย.

ในเวลาเดียวกัน,พุทธรูปก็ลอยขึ้นก่อนที่จะหดตัวลงไปอยู่ในมือของลู่อี้ผิงตามเดิม.

เห็นเพียงแค่ผู้นำเผ่าจื่อโม่ที่นอนจมอยู่ใต้หลุมลึก,ร่างกายที่บิดเบี้ยวไม่สมประกอบ.

ลู่อี้ผิงชี้นิ้วออกไป,ก่อนที่ศพของผู้นำเผ่าจื่อโม่จะลอยขึ้นมาจากหลุม,หล่นลงบนหม้อจักรวาล.

เพียงไม่นาน,เม็ดยาทองคำระดับเทพแท้จริงก็ลอยออกจากเตาจักรวาล.

เม็ดยาทองคำที่หลอมจากหัวหน้า เผ่าจื่อโม่,ดังนั้นจึงเหนือกว่าสวีซิวและอู๋โม่ไม่น้อย.

ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปเพียงแค่กระพริบตาเท่านั้น.

เหล่ายอดฝีมือเผ่าจื่อโม่ที่เห็นหัวหน้าถูกสังหารไปแล้ว,แม้แต่ถูกหลอมเป็นเม็ดยาทองคำอีกด้วย,ก็ยืนตะลึงเข้าไปอีก,จิตใจกลายเป็นว่างเปล่า.

ยอดฝีมือเทพแท้จริง,กายเทพนั้นเหนือกว่าอุปกรณ์เทวะทั่วไป,และหลอมศพเทพแท้จริงนั้น ยากอย่างที่สุด,เหล่านิกายใหญ่ต้องใช้เวลาหลอมนานหลายปี,ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายกับหลอมร่างเทพแท้จริงเพียงแค่อึดใจได้เช่นนี้.

ขณะเหล่ายอดฝีมือเผ่าจื่อโม่ตื่นตะลึงอยู่นั้น,จางจินเจ้าเหวิน,เหว่ยปิง,เฉินหยงหยวนทั้งสี่ก็เข้าล้อมกรอบจัดการคนอื่น ๆ ทันที.

“หมัดคุกเทวะปรากฏการณ์สวรรค์!”

การโจมตีที่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว.

พลังหมัดทั้งสี่ที่รุนแรงราวกับขุนเขาแหวกอากาศพุ่งออกไป.

เหล่ายอดฝีมือเผ่าจื่อโม่ที่ลอยกระเด็นไปทั่วสารทิศ.

เสียงร้องเจ็บปวดทรมาน,ที่ก้องกังวานไปทั่วเมืองพุทธะ.

อย่างไรก็ตามทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก,เพียงไม่นานเสียงดังก้องก็หยุดลง.

ภายในเมืองพุทธะ,จึงเปื้อนอาบไปด้วยโลหิตสีม่วง.

ลู่อี้ผิงนึกถึงคราบโลหิตสีม่วงที่เปื้อนบนดาบจ้าวแห่งทวยเทพได้,ทว่าโลหิตของเผ่าจื่อโม่,ดูจะแตกต่างอยู่เล็กน้อย.

หลังจากนั้น,ลู่อี้ผิงก็นำสิ่งของต่าง ๆ จากเผ่าจื่อโม่ไป,และออกจากอุโมงค์พุทธะ,ออกจากวิหารพุทธะฮั่วหลง,เดินทางมุ่งตรงไปยังจักรวรพรรดิไป่ฮัวต่อ.

หลังจากพวกลู่อี้ผิงออกจากวิหารพุทธะฮั่วหลงไปไม่นาน,เหล่ายอดฝีมือตระกูลถานก็เร่งรีบเดินทางมาถึง.

เหล่ายอดฝีมือตระกูลถานที่เห็นศพของตระกูลถานมากมาย,ใบหน้ากลายเป็นเคร่งขรึมซับซ้อน.

“มันเป็นใคร,ที่สังหารคนของตระกูลถานของข้ามากมายขนาดนี้!”บรรพชนชราขอบเขตเทพแท้จริงตระกูลถาน,เผยแววตาเย็นชาดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นโลหิต เอ่ยคำรามเสียงดัง.

อย่างไรก็ตาม,ขณะพวกเขาเดินทางมาถึงส่วนลึกโพรงพุทธะ,ก็เห็นศพของผู้ฝึกตนเผ่าจื่อโม่,ทำให้พวกเขากลายเป็นเซ่อไปเหมือนกัน.

“เผ่าจื่อโม่อย่างงั้นรึ?!”

“แต่ว่า,ใครที่สังหารยอดฝีมือเผ่าจื่อโม่กัน?”

ยอดฝีมือตระกูลถานต่างก็เผยความประหลาดใจออกมา.

เช้าวันถัดมา.

ลู่อี้ผิงและคนอื่น ๆ ได้เดินทางมาถึงทะเลทมิฬของจักรวรรดิไป่ฮัว.

ทะเลทมิฬ,มีน้ำทะเลที่ดำเหมือนกับหมึก,เป็นดั่งชื่อของมัน.

ที่ใจกลางทะเลทมิฬนั้นมีเทือกเขาทะเลทมิฬตั้งตระหง่านอยู่.

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองทะเลทมิฬในเวลานี้,คิดย้อนกับไปถึงเฉินเซียวเทียนสหายของเขาที่ได้มาก่อตั้งสำนักอาชูร่าที่นี่ในอดีต.

ในอดีตนั้น เป็นเขาเองที่ช่วยสหายรักเฉินเซียวเทียนเลือกสถานที่ตั้งสำนักอาชูร่า,ซึ่งก็คือทะเลทมิฬแห่งนี้นะเอง.

ทะเลทมิฬยังคงอยู่,แต่สหายของเขาไม่อยู่แล้ว.

หลังจากนั้นลู่อี้ผิงและคนอื่น ๆ ก็ข้ามทะเลทมิฬไปยังเทือกเขาทะเลทมิฬทันที.

ทว่าในเวลาเดียวกันนี้,เทือกเขาทะเลทมิฬ,เจ้านิกายพันปิศาจลี่เฟยกำลังสั่งการให้ศิษย์สร้างสิ่งก่อสร้างมากมายขึ้น.

นับตั้งแต่นิกายพันปิศาจทำลายสำนักอาชูร่าไป,พวกเขาก็ยึดครองที่นี่,โดยวางแผนที่จะสร้างเป็นสาขาที่สำคัญของสำนักพันปิศาจไว้ที่นี่.

ที่นี่อยู่ใจกลางทะเลทมิฬ,พื้นที่รอบ ๆ มีลมปราณวิญญาณจากทะเลทมิฬที่หนาแน่น,เหมาะสมกับการฝึกฝนวิชาของสำนักพันปิศาจ.

พวกเขาต้องใช้เวลามากกว่าสามปีในการรื้อถอน,และเริ่มสร้างขึ้นมาใหม่,กล่าวได้ว่าเวลานี้สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง.

ลี่เฟยที่จ้องมองสิ่งก่อสร้างของสำนักอาชูร่าที่ส่วนใหญ่ถูกรื้อถอนไปหมดแล้วก็พยักหน้าพอใจ,เวลานี้เหลือเพียงแค่โถงใหญ่ด้านหน้า,และรูปปั้นผู้ก่อตั้งเฉินเห่าเทียนที่ตั้งอยู่

เมื่อยืนที่ห้องโถงแห่งนี้,มันสามารถที่จะมองเห็นบรรยากาศของทะเลทมิฬได้,เป็นภาพฉากที่ดูยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก.

อย่างไรก็ตามเพราะรูปปั้นใหญ่ที่มีความสูงร้อยเมตร,ทำให้บิดบังภาพฉากที่งดงามนี้ไปด้วย.

“พวกเจ้า,ก่อนอื่นทำลายรูปปั้นนี้ให้กับข้าก่อน.”ลี่เฟยที่เอ่ยกับคนของนิกายพันปิศาจ.

เหล่าผู้ฝึกตนนิกายพันปิศาจที่จ้องมองกันและกันเอ่ยออกมาว่า.

“เจ้านิกาย,รูปปั้นผู้ก่อตั้งสำนักอาชูร่านี้,ค่อนข้างแปลก.”ผู้ฝึกตนนิกายพันปิศาจคนหนึ่งเอ่ย“รูปปั้นนี้มีพลังลึกล้ำ,ไม่มีใครสามารถรื้อถอนได้.”

“พลังลึกลับอย่างงั้นรึ?”ลี่เผยเผยความประหลาดใจออกมา.

ผู้ฝึกตนนิกายพันปิศาจพยักหน้ารับ.

ลี่เฟยที่ดูลังเล“งั้นยังไม่ต้องจัดการก็ได้,รอให้อาวุโสสูงสุดสำนักเฟยฮัว,ท่านเข่อเจี่ยมาตรวจสอบก่อนก็ได้,ได้ยินมาว่านางได้นำยอดฝีมือหอเทพยุทธ์มาด้วย,พวกเจ้าไปเตรียมตัว,เตรียมต้อนรับให้ดี”

“คนของหอเทพยุทธ์!”ยอดฝีมือของนิกายพันปิศาจต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ.

ลู่เฟยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม“เป็นคุณชายเจ้าจื่อเห่าหอเทพยุทธ์.”

ผู้คนที่กลายเป็นวุ่นวายขึ้นมาทันที.

ทวีปเทพยุทธ์,มีสี่คุณชายพรสวรรค์ คนแรก,หว่านหง ตระกูลหวาน,คนที่สอง เจ้าจื่อเห่าหอเทพยุทธ์,คนที่สาม อวิ๋นไห่เทียน ตระกูลอวิ๋น,และคนที่สี่เฉินหยวน ตระกูลเฉิน.

ตระกูลเฉิน,ในทวีปเทพยุทธ์นั้นมียอดฝีมือด้านค่ายกลอันดับหนึ่งก็คือเฉินชิงหยาง ซึ่งเฉินหยวนก็คือบุตรของเขานั่นเอง.

“ดังนั้น,พวกเจ้าไปเตรียมตัวต้อนรับคุณชายเจ้าจื่อเห่าได้แล้ว จากนี้อย่าให้มีความผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้น,เข้าใจใหม?”ลี่เฟยที่เอ่ยออกมาด้วยความลึกล้ำทันที.

เหล่าคนของนิกายพันปิศาจได้ยินก็รู้สึกเย็นยะเยือบ,ไม่กล้าขาดความระมัดระวังเลยแม้แต่น้อย.

ไม่นานหลังจากนั้น,จากพื้นทีไกลออกไป,ปรากฏร่างสองร่างที่บินตัดอากาศมา,เป็นหนึ่งชายหนึ่งสตรี,คนที่บินนำมานั้นคืออาวุโสสูงสุดนิกายเฟยฮัว เข่อเจี่ยและเจ้าจื่อเห่าหอเทพยุทธ์นั่นเอง.

เหล่าผู้คนของนิกายพันปิศาจที่ตั้งสองแถวสร้างขบวนพิธีต้อนรับทันที.

“คารวะท่านเข่อเจี่ย!” ลี่เฟยที่นำทุกคนโค้งทำความเคารพ

“คุณชาย เจ้าจื่อเห่า!”

เข่อเจียนที่ได้สั่งลี่เฟยและคนอื่นเตรียมต้อนรับการมาของเจ้าจื่อโจวที่จะมาเยือนเทือกเขาทะเลทมิฬก่อนหน้านั้นแล้ว.

ที่ลานอาชูร่า,เข่อเจี่ยจ้องมองไปยังใจกลางที่มีรูปปั้นผู้ก่อตั้งอาชูร่าอยู่,พลางขมวดคิ้วไปมา“รูปปั้นหินบัดซบนี่,ทำไมยังไม่เอาออก.”

เจ้านิกาย,นิกายพันปิศาจลี่เฟยเอ่ยด้วยความเคารพ,“ท่านเข่อเจี่ย,รูปปั้นผู้ก่อตั้งอาชูร่านี้ค่อนข้างแปลก,มันมีพลังลึกล้ำป้องกันอยู่,ทำให้ยังคงยืนตระหง่านมานานหลายปี,ไม่อาจขยับ,ยากจะรื้อถอน.”

เจ้าจื่อเห่าวังเทพยุทธ์เผยความประหลาดใจ,แววตาจดจ้องมองรูปปั้น,ดวงตาที่เป็นประกาย,ราวกับพบอะไรบางอย่าง,ก่อนที่จะก้าวไปด้านหน้ารูปปั้น,พลางขมวดคิ้วไปมา,และส่ายหน้าเบา ๆ.

“คุณชายเจ้า,ท่านเป็นยอดฝีมือค่ายกล,รูปปั้นนี้,มีค่ายกลซ่อนอยู่งั้นรึ?”เข่อเจี่ยจ้องมองเจ้าจื่อเห่า,รู้สึกแปลกใจและได้ถามออกมา.

เจ้าจื่อเห่าครุ่นคิดและเอ่ยออกมาว่า“จะบอกว่าเป็นค่ายก็ไม่เชิง,เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่คล้ายกับค่ายกลรวมและเก็บหิมะของเมืองโหลวเสี๋ย.”

จากนั้นเขาก็เผยยิ้มออกมา“ทว่าการจะรื้อถอนรูปปั้นนี้,ก็ไม่ยาก,ข้าจะลองดู!”

จบบทที่ Chapter 46: Founder statue

คัดลอกลิงก์แล้ว