เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 37 Wan Wudi

Chapter 37 Wan Wudi

Chapter 37 Wan Wudi


万无敌

เห็นท่าทางของเจ้านิกายน้อยเห่าตันนิกายภูตหยิน กลายเป็นบ้าคลั่ง,ทุกคนเงียบลงทันที.

“เจ้าแพ้แล้ว.”ลู่อี้ผิงที่หยุด,เอ่ยออกมาอย่างไม่แยแส.

เจ้าแพ้!

เสียงของลู่อี้ผิงที่ก้องกังวานไปทั้งห้องโถง.

เสียงที่เอ่ยออกมาเบา ๆ มันกับดังกึกก้องอยู่ในหูของเจ้านิกายน้อยเห่าตัน,นิกายภูตหยินเป็นอย่างมาก.

ลู่อี้ผิงที่เก็บตำราคุกเทวะปรากฏการณ์สวรรค์และหมัดเทวะกาลเวลา,จากนั้นในมือไม่รู้ว่าปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่.

“กระบี่เพลิงชาติ!”บรรพชนชราสำนักเลี่ยฮัวอุทานออกมาด้วยความตกใจ.

สายตาของทุกคนที่จับจ้องมองไปยังกระบี่เพลิงชาติ.

ภายในห้องโถงที่กลายเป็นเงียบสงัด.

กลิ่นอายความตายที่อบอวลไปทั่วห้องโถง.

นายน้อยตระกูลหว่าน,หว่านหงที่ครุ่นคิด,นี่ลู่อี้ผิงต้องการจะสังหารเจ้านิกายน้อย,นิกายภูตหยินจริง ๆ รึ?!

มหาจักรพรรดิโจวติงเทียนที่ดูลังเล,เอ่ยออกมาว่า“คุณชายลู่,ท่านและเจ้านิกายน้อยเห่าตัน ต่างก็เล่นกู่ฉินได้อย่างยอดเยี่ยม,เรื่องผลเดิมพัน,ข้าเห็นว่า,ไม่ควรเอามาใส่ใจ.”

อย่างไรก็ตาม,มหาจักรพรรดิเป่ยโตวที่เอ่ยยังไม่จบด้วยซ้ำ,ริ้วแสงกระบี่ก็พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว.

แสงกระบี่,สีแดงชาติ!

เมื่อแสงกระบี่เลือนหายไป.

ทุกคนก็เห็นเพียงเจ้านิกายน้อย,นิกายภูตหยินที่กุมที่ลำคอ,จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ,โลหิตสีทอง,ที่กำลังไหลบ่าออกจากคอของอีกฝ่าย.

“เจ้า!”เจ้านิกายน้อยเห่าตันที่ชี้ไปยังลู่อี้ผิง.

จากนั้น,ศีรษะของเขาที่หลุดออกจากบ่าล่วงหล่นลงที่ใจกลางห้องโถง.

โลหิตพุ่งกระฉูด.

ภายในห้องโถงถูกย้อมไปด้วยสีแดง

เห็นศีรษะของเจ้านิกายน้อยนิกายภูตหยินเห่าตันที่กำลังกลิ้งหลุน ๆ ไปบนพื้น,ทุกคนที่หยุดชงัก.

แม้แต่มหาจักรพรรดิเป่ยโตวโจวติงเทียน,ประมุขน้อยตระกูลหว่าน,หว่านหง,จักรพรรดินิไป่ฮัวและคนอื่น ๆ ต่างก็ผวาไปตาม ๆ กัน,ร่างกายยืนแข็งเป็นไก่ไม้ไปในทันที.

ทุกคนที่รู้สึกราวกับสวรรค์ล่ม.

เจ้านิกายน้อยนิกายภูตหยิน,เห่าตัน,ตายเช่นนี้นะรึ?

พวกเขาไม่อาจมองเห็นกระบี่ของลุ่อี้ผิงได้เลย.

เสี้ยวพริบตานั้น,ไม่แม้แต่สัมผัสได้ถึงพลังเทวะด้วยซ้ำ.

“น้อย,เจ้านิกายน้อย!”ปาเทียนนิกายภูตหยิน,และผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่น ๆ แทบไม่อยากเชื่อเมื่อมองเห็นศพเห่าตัน.

ป้าเทียน,เทียนหลงที่กินเม็ดยาฟื้นฟู,อาการบาดเจ็บดีขึ้นมากแล้ว.

พวกเขาที่จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความโกรธ,ทว่า,กับไม่มีใครกล้าลงมือ.

“ลู่อี้ผิง,วันหน้า,นิกายภูตหยินและยอดฝีมือดินแดนโหยวหมิงจะต้องไปเยี่ยมเยือนเจ้าอีกแน่!”หลังจากเงียบไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง,ปาเทียนก็เอ่ยปากเสียงแหบเครือ,ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นโลหิต.

ได้ยินปาเทียเอ่ยถึงดินแดนโหยวหมิง,ภายในห้องโถงคนอื่น ๆ ที่หัวใจสั่นไปมา.

นิกายภูตหยิน,เป็นนิกายมาจากดินแดนโหยวหมิงจริง ๆ ด้วย!

ลู่อี้ผิงได้ยินคำพูดดังกล่าวก็เผยยิ้ม“ข้าจะรอ.”

ปาเทียนนำคนทั้งสี่ของนิกายภูตหยินพร้อมกับศพเจ้านิกายน้อยจากไป,พุ่งหนีหายขึ้นไปบนท้องฟ้า,หายลับไปยังขอบฟ้าไกล.

คนของนิกายภูตหยินที่หายไปแล้ว,ภายในห้องโถงที่ยังคงเงียบ,ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมา,ไม่มีใครที่จะเป็นผู้นำในการทำลายความเงียบนี้.

ภายในห้องโถง,เงียบไปชั่วขณะ.

ลู่อี้ผิงที่โบกมือ,เก็บเตาหยินหยางและแหวนมิติหลายวง,ส่งให้จางจิน,เจ้าเหวิน,เหว่ยปิงและเฉินโหยวหยวนทั้งสี่,แม้แต่เตาปรุงยาหยินหยางยังมอบให้กับเจ้าเหวินอีกด้วย.

ทุกคนที่เห็นลู่อี้ผิงมอบแทบทุกสิ่งให้กับพวกจางจิน,แม้แต่เตาปรุงยาหยินหยาง,ภายในใจก็รู้สึกซับซ้อน.

ลู่อี้ผิงเอ่ยต่อมหาจักรพรรดิเป่ยโตวโจวติงเทียน“วันนี้เป็นงานเฉลิงฉลอง,แต่กับทำให้มีโลหิตอาบห้อง,ขออภัยต่อมหาจักรพรรดิโจวติงเทียนด้วย.”

มหาจักรพรรดิโจวติงเทียนที่ได้ยิน,รู้สึกหัวใจบีบรัด,เร่งรีบเอ่ยออกมาว่า“คุณชายลู่สุภาพไปแล้ว,ไม่ว่าอย่างไร,นายน้อยลู่ก็คือเซียนกู่ฉิน,เกรงว่าคงจะกลายเป็นตำนานของพิภพเหิงหยวนแล้ว,ข้าได้ฟังเสียงเซียนกู่ฉิน,นับเป็นโชควาสนาจริง ๆ!”

ลู่อี้ผิงได้ยิน,ก็เผยยิ้ม.

หลังจากนั้น,โจวติงเทียนก็ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำความสะดาด,งานฉลองที่ดำเนินต่อไป.

เรื่องของลู่อี้ผิงประลองกู่ฉินกับเจ้านิกายน้อยเห่าตัน,นิกายภูตหยิน,ได้กระจายไปยังตำหนักฝ่ายใน,พื้นที่ลานกว้าง,จนไปทั่วเมืองหลวง.

ทั่วทั้งเมืองหลวงที่ส่งเสียงอื้ออึง,ก่อนที่จะกลายเป็นเงียบกริบ.

แม้นว่างานเลี้ยงจะดำเนินต่อไป,เพราะว่าเรื่องของเจ้านิกายน้อยนิกายภูตหยินเห่าตัน,ดังนั้น,ภายในห้องโถง,งานจึงดูจืดชืด,จิตใจของแต่ละคนที่รู้สึกระวนกระวายเป็นอย่างมาก.

ก่อนเรื่องเจ้านิกายน้อยนิกายภูตหยินเห่าตัน,มีหลายคนที่มีเจตนาร้ายต่อลู่อี้ผิง,เวลานี้กับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่ออีกฝ่าย.

แม้แต่ประมุขน้อยตระกูลหว่าน,หวานหง,เวลานี้ยังรู้สึกหดหู่และหวาดหวั่นต่ออีกฝ่ายไม่น้อย.

อย่างไรก็ตาม,เพราะว่าลู่อี้ผิงไม่ได้จากไป,ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าออกไปก่อนเช่นกัน.

ท้ายที่สุด,ทุกคนจึงต้องกล้ำกลืนร่วมงานไปจนจบ.

เมื่องานเลี้ยงจบลง,แม้แต่มหาจักรพรรดิเป่ยโตวโจวติงเทียนยังรู้สึกผ่อนคลายอย่างชัดเจน.

เมื่อลู่อี้ผิงจากไปแล้ว,มหาจักรพรรดิเป่ยโตวโจวติงเทียนที่ออกไปส่งอีกฝ่ายด้วยตัวเองถึงหน้าประตูวังเลยทีเดียว.

ในเวลานั้นเขามองเห็นวัวกระทิงทองคำที่นำขบวนออกไปไกล,มหาจักรพรรดิเป่ยโตวโจวติงเทียนหัวใจของเขาที่กลายเป็นซับซ้อน.

ในใจของเขา,ที่นึกย้อนถึงศีรษะของเจ้านิกายน้อยเห่าตันที่กลิ้งอยู่บนพื้นก็ใจสั่น.

คิดถึงริ้วแสงกระบี่ของลู่อี้ผิงก็หวั่นไหว

เมื่อราชรถทองคำหายไปแล้ว,มหาจักรพรรดิโจวติงเทียนได้แต่ถอนหายใจยาว.

เขาที่ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเอง,หากไม่เพราะว่าเขาเชิญลู่อี้ผิงมา,ก็คงไม่ได้ล่อเจ้านิกายน้อยเห่าตันนิกายภูตหยินมาที่นี่.

ตอนนี้,เจ้านิกายน้อยเห่าตัน,นิกายภูตหยินตายไปแล้ว.

เขาคิดว่าเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คงวุ่นวายเกินจะกล่าวอย่างแน่นอน.

เกรงว่านิกายภูตหยินจะต้องส่งยอดฝีมือมาอีกแน่,แม้แต่อาจจะเป็นกองทัพ,คิดถึงกองทัพนิกายภูตหยิน,ก็รู้สึกขนลุกแล้ว.

หลายร้อยปี,พิภพเหิงหยวนสงบเป็นอย่างมาก,ทว่านับวันนี้ เกรงว่าทั้งพิภพเหิงหยวนคงจะไม่สงบอีกต่อไปแล้ว.

หลังจากงานเฉลิมฉลอง,เหล่ายอดฝีมือมากมายหลายคนในเมืองหลวงเป่ยโตว,แทบจะทั้งหมดเร่งรีบเดินทางออกจากเมืองหลวงกันอย่างเร่งรีบ.

เพียงแค่วันเดียว,เมืองที่ดูคึกคัก,กลายเป็นเปลี่ยวร้างขึ้นมาทันที.

แม้แต่ทักพักอาศัยในเมืองหลวง,ยังปิดประตูแน่น.

ประมุขน้อยตระกูลหว่าน,หว่านหง,และเหล่ายอดฝีมือได้นำคนออกจากวังหลวงทันทีเช่นกัน,ก่อนที่จะไปหยุดที่ยอดเขาแห่งหนึ่ง.

“ลุงเผิง,บอกได้ใหมว่าลู่อี้ผิงมีขอบเขตอะไร?”ประมุขน้อยตระกูลหว่านที่เอ่ยถามชายชราด้านข้าง.

ครั้งนี้,ไม่ใช่แค่เจ้านิกายน้อยนิกายภูตหยินเห่าตันเท่านั้นที่นำยอดฝีมือเทพแท้จริงมา,เขาก็นำมาเช่นกัน,ซึ่งก็คือชายชราหวานเผิงที่อยู่ด้านข้างนั่นเอง.

ชายชราหวานเผิงเป็นเทพแท้จริงระดับต้นชั้นต้น,เขาที่นึกถึงริ้วแสงกระบี่เวลานั้น,เขายังตกใจไม่หาย,แม้แต่อ้าปากค้างหุบไม่ลงเลยจริง ๆ.

“อีกอย่างนะ,ลู่อี้ผิงมีวิชาหมัดเทวะเพลิงทองคำของตระกูลหว่านของพวกเราได้อย่างไร!”ประมุขน้อยตระกูลหว่าน,หว่านหงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม.

ยอดฝีมือตระกูลหว่านทั้งหมดกลายเป็นเงียบไปในทันที.

“ได้แจ้งไปยังท่านประมุขรึยัง?”ชายชราหว่านเผิงเอ่ย.

เพลงหมัดเทวะเพลิงทองคำของตระกูลหวานที่ไม่เผยแพร่ให้คนนอก,คาดไม่ถึงว่าจะมีคนอื่นฝึกฝนได้,เรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องที่ต้องจริงจังอย่างไม่ต้องสงสัย.

“รายงานท่านพ่อไปแล้ว,คาดว่าท่านพ่อคงเข้าไปในดินแดนบรรพชน,รายงานท่านปู่แล้ว.”ประมุขน้อยหว่านหงเอ่ย.

ในเวลาเดียวกัน,ดินแดนบรรพชนตระกูลหว่าน.

ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงที่เข้าไปรายงานต่อหว่านอู๋ตี้ด้วยความเคารพ,เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวังหลวงเป่ยโตว.

“ผู้ใต้บังคับบัญชาของลู่อี้ผิงใช้วิชาหมัดศักดิ์สิทธิ์เพลิงทองคำอย่างงั้นรึ?!”หว่านอู๋ตี้ที่ได้รับรายงานถึงกับสะดุ้งตกใจ.

หมัดเทวะเพลิงทองคำ,ไม่เพียงแค่เป็นวิชาของประมุขรุ่นก่อน,เป็นไปไม่ได้ที่จะรั่วไหล.

เป็นคนของตระกูลหว่านหรือไม่? หรือว่าหมัดเทวะเพลิงทองคำหลุดออกไปแล้ว?

จบบทที่ Chapter 37 Wan Wudi

คัดลอกลิงก์แล้ว