เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 38 What origin?

Chapter 38 What origin?

Chapter 38 What origin?


什么来历?

“ผู้ใต้บังคับบัญชาของลู่อี้ผิง,ไม่ได้มีเพียงหมัดเทวะเพลิงทองคำ,ทว่ายังมีแม้แต่วิชาของอาวุโสนักบุญปิศาจและอาวุโสเฒ่าแห่งกาลเวลาอีกด้วย.”หวานเฉิงเอ่ย.

“เจ้ากำลังจะบอกว่าผู้ใต้บังคับบัญชาอีกฝ่ายมีทั้งหมัดคุกเทวะปรากฏการณ์สวรรค์และหมัดเทวะแห่งการเวลาอย่างงั้นรึ?!”หว่านอู๋ตี้ที่กล่าวออกมาด้วยความตกใจ.

หว่านเฉิงพยักหน้ารับ“ไม่เพียงแค่นั้น,ลู่อี้ผิงยังมีตำราหมัดคุกเทวะปรากฏการณ์สวรรค์และหมัดเทวะกาลเวลาฉบับจริงอีกด้วย! เขาได้เผยมันออกมาต่อหน้าทุกคน!”

“หงเอ๋อเอ่ยว่าตำราหมัดคุกเทวะปรากฏการณ์สวรรค์และหมัดเทวะแห่งกาลเวลานั้น,ไม่รู้ว่าทำมาจากวัตถุดิบอะไร,ไม่อาจมองเห็นเข้าไปด้านใน,นอกจากนี้ตำราทั้งสองยังแผ่กลิ่นอายความลึกล้ำออกมาอีกด้วย.”

หว่านอู๋ตี้ได้ยิน,ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ.

“ตอนนี้คาดเดาได้ว่า,ลู่อี้ผิงนั้นได้รับสมบัติจากถ้ำที่พักอาวุโสนักบุญปิศาจและถ้ำที่พักอาวุโสเฒ่าชราแห่งกาลเวลามา!”หวานเฉินที่เอ่ยแสดงความคิดเห็น“ส่วนวิชาของตระกูลหว่านของพวกเรา,เป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายได้รับสมบัติจากถ้ำที่พักของบรรพชนหรือไม่?”

หว่านอู๋ตี้ที่ดวงตาเป็นประกายเอ่ยออกมาว่า“เจ้าหมายถึง,ปู่บรรพบุรุษอย่างงั้นรึ?!”

ตระกูลหว่าน,ประมุขรุ่นสอง,หว่านอู๋จื่อ,ได้หายตัวไปในประวัติศาสตร์,เรื่องนี้ถือเป็นความลับของตระกูลหว่านเช่นกัน.

หว่านเฉิงพยักหน้ารับ.

หว่านอู๋ตี้ครุ่นคิดชั่วครู่,เอ่ยออกมาว่า“เจ้าไปพบลู่อี้ผิง,ขอให้เขามายังตระกูลหว่านของพวกเรา,ข้าต้องการพบเขา.”

ไม่ว่าอย่างไร,ก็ต้องจัดการเรื่องนี้.

เขาจะต้องนำหมัดเทวะเพลิงทองคำคืนกลับมา.

เขาต้องหาวิธีนำมาจากอีกฝ่ายให้ได้.

ว่าแต่จะใช้วิธีอะไรให้เขาคืนมา? หว่านอู๋ตี้ที่ขมวดคิ้วแน่น.

“อาณาจักรเซียนกู่ฉิน.”หว่านอู๋ตี้พูดพึมพำกับตัวเอง.

ทว่าในเวลาเดียวกันนั้น,จักรพรรดินิจียวีและเหล่ายอดฝีมือจักรวรรดิไป่ฮัวเองก็กำลังพูดคุยเรื่องของลู่อี้ผิงเช่นกัน.

“เจ้าบอกว่า,ลู่อี้ผิง,เป็นใครมาจากใหนอย่างงั้นรึ?”จักรพรรดินิจียวีเอ่ยถาม.

“ผู้ใต้บังคับบัญชาของลู่อี้ผิงนั้นเป็นยอดฝีมือเทพแท้จริงขั้นสุดท้าย,เห็นชัดเจนว่าเขาไม่ใช่หลานของสวีซิวนิกายปิศาจน้ำพุเหลือง.”ยอดฝีมือจักรวรรดิไป่ฮัวที่เอ่ยอย่างลังเล,ใบหน้าหวาดหวั่น“เขาอาจจะมาจากสถานที่นั่นหรือไม่?!”

จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปยังพื้นที่แห่งหนึ่ง.

ในเวลานั้นยอดฝีมือมากมายที่ใบหน้าเปลี่ยนสีไปตาม ๆ กัน.

“เจ้าคิดว่า,เขามาจากดินแดนจิวเทียนอย่างงั้นรึ?!”ยอดฝีมือเทพวิญญาณอีกคนที่เอ่ยเสียงสั่น.

จิวเทียน!(เก้าสวรรค์)

ทุกคนที่กลายเป็นเงียบ.

ถึงจะเป็นจักรพรรดินิจียวีเอง,ก็วางถ้วยชาลงมือสั่นเหมือนกัน.

จิวเทียน!

ผ่านไปนานเหมือนกัน,จักรพรรดินิจียวีที่สูดหายใจลึกเอ่ยออกมาว่า“นี่ก็แค่เพียงการคาดเดา,บางทีอาจจะคาดเดาผิดก็ได้,เขาอาจจะไม่ได้มาจากจิวเทียนแต่อย่างใด.”

ทุกคนที่พยักหน้ารับ.

ขณะที่กลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ เองก็กำลังปรึกษาหารือกัน,ลู่อี้ผิงอยู่ในคฤหาสน์ของสวีซิว,ในแหวนมิติของเจ้านิกายน้อย,เห่าตัน,มีกายเทพอยู่.

กายเทพสองร่าง,นับว่าเป็นกายเทพที่ใช้ได้เหมือนกัน.

ร่างแรกเป็นเทพแท้จริงขั้นสูง,อีกร่างเป็นเทพแท้จริงขั้นกลาง.

ลู่อี้ผิงที่ทำการผสานทั้งสองร่างเข้ากับร่างของเหว่ยปิงและเฉินหยงหยวน,หลังจากผสานกายเทพแล้ว,ทั้งสองก็สามารถที่จะบำเพ็ญกฎเกณฑ์มหาเต๋าได้แล้ว.

จากนี้,จางจิน,เจ้าเหวิน,เหว่ยปิง,เฉินหยงหยวน ทั้งสี่คน,ต่างก็มีร่างเทพกันหมดแล้ว,เป็นยอดฝีมือเทพแท้จริง.

“ส่วนชีพจรวิญญาณระดับสูง,เจ้านำไป,กลั่นร่างกายเถอะ.”ลู่อี้ผิงเอ่ย“ตั้งใจบ่มเพาะวิชาที่ข้ามอบให้ให้ดี,พยายามตัดผ่านระดับไปยังขอบเขตเทพสวรรค์ให้ได้!”

“ขอรับ,จู่เหริน!”จางจิน,และพวกเจ้าเหวินที่คุกเข่าแสดงความเคารพ.

ในเวลานั้นลู่อี้ผิงที่สร้างก้อนแสงที่มีกฎเกณฑ์ของเทพสวรรค์,พร้อมกับส่งมันเข้าไปในดวงวิญญาณของพวกเขาทั้งสี่,ผสานเข้าไปในกายเทพของพวกเขา.

พลังแห่งกฎเทพสวรรค์,มันถูกส่งเข้าไปในร่างของทั้งสี่,พลังขอบเขตเทพสวรรค์ที่หลอมรวมยกระดับพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว.

ในเวลานั้น,ที่ด้านนอก,ซ่งหนิงที่ส่งเสียงดังขึ้น“คุณชาย,ซ่งหนิงมีเรื่องรายงานต้องการเข้าพบ.”

“เข้ามา.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

ซ่งหนิงที่ก้าวเข้ามา,พร้อมกับโค้งคำนับด้วยความเคารพต่อลู่อี้ผิง,เวลานี้เขาแทบไม่กล้าหายใจแรง,เอ่ยออกมาด้วยความนับถือ“คุณชาย,หอการค้าความลับสวรรค์รู้ว่าท่านจะเข้าร่วมประมูลพรุ่งนี้,ประทานซุนลี่เสวียนได้ส่งบัตรที่นั่งพิเศษมาให้,เขาเอ่ยว่ารอต้อนรับคุณชายด้วยความเคารพที่สุด!”

หลังจากกลับจากวังหลวง,อารมณ์ของซ่งหนิงแทบไม่อาจระงับเอาไว้ได้.

เขาต้องการลอบมองพวกจางจินทั้งสี่,ทว่ากับไม่กล้าเงยหน้าด้วยซ้ำ.

เพียงแค่คิดถึงระดับเทพแท้จริง,มันก็ทำให้เขาแทบหายใจไม่ออกแล้ว.

ในเวลานั้น,ในงานเลี้ยงเฉลิงฉลอง,ลู่อี้ผิงสังหารประมุขน้อย,นิกายภูตหยินเห่าตัน,ก็ทำให้เขาสั่นสะท้านแล้ว,ยอดฝีมือเช่นนี้สามารถที่จะกวาดล้างนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนได้อย่างง่ายดาย.

ก่อนหน้านี้เขาเคยสงสัยว่าทำไมเหล่าบรรพชนชรานิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนถึงได้ดูเคารพและหวาดกลัวอีกฝ่ายอย่างที่สุด,เวลานี้เริ่มพอจะเข้าใจได้ลาง ๆ แล้ว.

ลู่อี้ผิงที่รับบัตรเชิญชั้นพิเศษของหอการค้าความลับสวรรค์มา,ส่ายหน้าไปมา“กายเทพ,ข้ามีแล้ว,พรุ่งนี้ยังมีอะไรให้ประมูลอีก.”

ก่อนหน้านี้เขาต้องการเข้าร่วมประมูล,เพราะว่าต้องการกายเทพมาให้เหว่ยปิงและเฉินหยงหยวน,เวลานี้กับมีแล้ว,ดังนั้นเขาจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป.

ซ่งหนิงที่ตะลึง,เอ่ยอย่างระมัดระวัง“ข้าได้ยินมาว่าการประมูลพรุ่งนี้,นอกจากกายเทพแล้ว,ยังมีสมบัติหายาก,ว่ากันว่ามีการประมูลตรา,จ้าวแห่งทวยเทพยุคโบราณด้วย.”

“ตราจ้าวแห่งทวยเทพ.”ลู่อี้ผิงเผยความประหลาดใจออกมา.

“ขอรับ.”ซ่งหนิงเอ่ยด้วยความเคารพ“นอกจากตราจ้าวแห่งทวยเทพแล้ว,ยังมีสมบัติจากยุคโบราณหลายอย่าง.”

“สิ่งของจากยุคโบราณ.”ลู่อี้ผิงที่เผยความประหลาดใจ“มีอะไรบ้าง?”

“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้.”ซ่งหนิงเอ่ย“ประธานซุนลี่เสวียนเอ่ยออกมาเท่านี้.”

ลู่อี้ผิงพยักหน้า“ตกลง,ข้ารู้แล้ว.”จากนั้นเขาก็นำชีพจรวิญญาณระดับสูงออกมา,ซึ่งถูกผนึกอยู่ในลูกแก้ว,ส่งให้กับซ่งหนิง.

ซ่งหนิงที่จ้องมองชีพจรวิญญาณระดับสูง,ก็ชงักเอ่ยออกมาปากสั่นขาสั่น“คุณชาย,นี่คือ!”

“ไม่ได้ให้เจ้า,นำมันกลับนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน.”ลู่อี้ผิงเอ่ย,“ให้เจ้านำมันให้เจ้าหนูหยางเฉิงนำไปทดแทนชีพจรเดิมที่ตำหนักบรรพชนเหล่ยฉิวเจี้ยนซะ.”

“ข้ารู้ว่าเส้นชีพจรนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนั้นได้ถดถอยลง,เกรงว่าคงจะอยู่ได้ไม่กี่ปี.”

ซ่งหนิงที่คุกเข่าลงด้วยความตื่นเต้น,“ขอบคุณ,คุณชาย!”

“ซ่งหนิงขอบคุณคุณชายแทนศิษย์นิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนทุกคน.”

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองซ่งหนิงที่คุกเข่า,พลางถอนหายใจ“ในอดีตเจ้าหนูหยางตงเองก็เอ่ยเช่นเดียวกับเจ้า.”

ภายในใจซ่งหนิงที่สั่นไหว,เจ้าหนูหยางตงอย่างงั้นรึ?!

เขายากที่จะสงบใจกับคำพูดดังกล่าวได้,แม้นว่าจะไม่รู้สถานะของลู่อี้ผิง,ทว่าจากคำพูดดังกล่าว,เขาก็พอจะคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นตัวตนจากโบราณที่อายุมากกว่าเทพกระบี่หยางตงอย่างแน่นอน!

หลังจากนั้น,ลู่อี้ผิงยังมอบศิลาวิญญาณเกรดเทวะให้กับซ่งหนิงอีกด้วย.

นับตั้งแต่รู้ว่าหยางตงอาจจะถูกฝังอยู่ในค่ายกลฝังเทพเก้าสมบูรณ์,เขาก็คิดว่านิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนคงเสียหายไปไม่น้อย,ในอดีต,หากเขาสั่งสอนค่ายกลให้กับหยางตงบ้าง,เขาคงไม่ถูกขังไว้ในค่ายกลฝังเทพ,คงไม่ถูกสังเวยไปเช่นนี้,เขาอาจพอมีความหวังสามารถหาวิธีหนีออกมาได้แล้ว.

คิดถึงหลุมศพฝังเทพเก้าสัมบูรณ์,ใบหน้าของลู่อี้ผิงก็กลายเป็นเคร่งขรึมทันที.

ซ่งหนิงเห็นลู่อี้ผิงใบหน้ากลายเป็นเคร่งขรึม,ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก.

จบบทที่ Chapter 38 What origin?

คัดลอกลิงก์แล้ว