เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 17 Exposes to the sun the dried beef

Chapter 17 Exposes to the sun the dried beef

Chapter 17 Exposes to the sun the dried beef


晒成牛肉干

“พวกเราเข้าไปดูหน่อย.”ได้ยินเสียงคำรามของอาชาวิญญาณอสนี,ลู่อี้ผิงก็เอ่ยปากออกมาทันที.

จากนั้นพวกเขาก็มุ่งตรงไปยังทิศทางของอาชาวิญญาณอสนี.

เพียงไม่นาน,พวกลู่อี้ผิงก็เดินทางไปถึงพื้นที่เหตุการณ์.

ที่ด้านหน้าปรากฏคนชุดดำสี่คน,ที่ล้อมจับอาชาอสนีสองตน,นอกจากนี้ยังมีคนอีกสองคนที่คอยกันไม่ให้อาชาวิญญาณอสนีหนี.

เห็นคนชุดดำแล้ว,ลู่อี้ผิงก็ยกยิ้มขึ้นมา,เพราะฝ่ายตรงข้ามนั้นเป็นคนของวิหารมารทมิฬ.

เหล่าชายชุดดำที่พบราชรถสีทองปรากฏขึ้น,ก็เผยความประหลาดใจออกมา.

คนชุดดำที่เฝ้าเส้นทาง ที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ก้าวเข้ามา.

เขามาถึงที่ด้านหน้าราชรถสีทอง,จ้องมองลู่อี้ผิงและคนอื่น ๆ,เผยแววตาประหลาดใจ.

เขาเอ่ยออกมาอย่างลังเล“อาชาวิญญาณอสนีทั้งสองเป็นของวิหารทมิฬของข้า,ขอให้ผู้ยอดเยี่ยมผ่านไปเถิด!”เขาเอ่ยอย่างสุภาพ,หากเป็นคนของวิหารมารทมิฬปรกติแล้วมักจะสังหารฝ่ายตรงข้ามทันที.

อย่างไรก็ตาม,เขาไม่อาจบอกระดับพลังของพวกจางจินได้เลย,ดังนั้นจึงไม่ได้คิดที่จะเริ่มต่อสู้.

“จากไปอย่างงั้นรึ?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำหรี่ตามอง,“หากพวกเราไม่ไปล่ะ?”

คนของวิหารมารทมิฬที่ตกใจขึ้นมาทันที.

ในเวลานั้น,ยอดฝีมือมารทมิฬที่ปกป้องอีกส้นทางก็ก้าวเข้ามา,ได้ยินคำพูดดังกล่าวก็กล่าวหยัน“ไม่ไปอย่างงั้นรึ? เห็นเจ้ามีขนสีทอง,คงเป็นสัตว์กลายพันธ์,สังหารแล้วนำไปทำเนื้อวัวแดดเดียว,คงมีรสชาติดี!”

ทว่าขณะเอ่ยจบ,ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างจ้า,ขาหน้าวัวกระทิงมังกรเขาทองก็ดีดออกไปแล้ว.

ยอดฝีมือวิหารมารทมิฬคนดังกล่าวถูกกระแทกลอยออกไปบนท้องฟ้า,ก่อนล่วงหล่นลงบนพื้น,ใบหน้าที่เป็นรอยกีบวัวกระทิง,ใบหน้าปกคลุมไปด้วยโลหิต,ไม่อาจมองเห็นปากและดวงตาได้อย่างสมบูรณ์.

“อะไรนะ!”เหล่ายอดฝีมือวิหารมารทมิฬที่เผยความตกใจเป็นอย่างมากออกมา.

คนทั้งสี่ที่กำลังล้อมอาชาวิญญาณอสนีทั้งสอง,สองคนที่หยุดลงหันหน้ามาจ้องมอง.

พวกเขาที่ใบหน้ากลายเป็นจริงจังขึ้นมาทันที.

“คิดจะให้ข้าเป็นเนื้อวัวแดดเดียวอย่างงั้นรึ?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำกวาดตามองเหล่าคนของวิหารมารทมิฬ,พร้อมกับเผยยิ้ม“เหล่าหนิวแก่แล้ว,เนื้อหนาและสาก,ถึงจะตากแดดไปก็ไม่อร่อย,แต่ไม่รู้ว่าเนื้อคนตากแดด,จะมีรสชาติอย่างไร.”

กล่าวจบ,ลิ้นขนาดใหญ่ที่เลียริมฝีปากทันที.

คนของวิหารทมิฬพบว่า,ลิ้นของวัวกระทิงตนนี้ยังเป็นสีทองด้วย.

ทว่าได้ยินคำพูดดังกล่าว,ก็ทำให้พวกเขาใบหน้าเปลี่ยนสีเช่นกัน.

หลายปีมานี้,วิหารมารทมิฬที่พัฒนาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว,กลายเป็นกลุ่มอิทธิพลหนึ่งในสิบในดินแดนเหิงหยวนแห่งนี้,กล่าวได้ว่าทั่วทั้งแผ่นดินมีสาขาของวิหารมารทมิฬเต็มไปหมด,ไม่ว่าจะเป็นจักรวรรดิมหาจักรพรรดิ,ราชวงศ์จักรพรรดิเห็นพวกเขาต่างก็หวาดกลัว,เวลานี้กับมีคนข่มขู่พวกเขาอย่างงั้นรึ?

หนึ่งในพวกเขาจ้องมองลู่อี้ผิง,แววตากลายเป็นเย็นชา“เจ้าหนุ่ม,เจ้ามาจากตระกูลใด? รู้ใหมว่าทำอะไรอยู่,เจ้ากำลังจะทำให้ตระกูลตัวเองได้รับภัยพิบัติอาจถูกวาดล้างทั้งตระกูล?”

“ถูกกวาดล้างทั้งตระกูลอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงที่เผยยิ้มอย่างสุขุมเอ่ยออกมาว่า“ข้าต้องการทดสอบจริง ๆ.”

คนของวิหารมารทมิฬจ้องมองหน้ากันและกัน.

จากนั้นพวกเขาก็ชักกระบี่พุ่งออกไปโจมตี.

หนึ่งเข้าโจมตีลู่อี้ผิง,สองคนเข้าโจมตีวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

ปราณกระบี่ที่ส่องแสงวับวาว.

ปราณปิศาจที่พวยพุ่งปกคลุมท้องฟ้า.

ทั่วทั้งป่าทมิฬที่เต็มไปด้วยปราณกระบี่ที่กวาดม้วนกระจายไปทั่ว.

กล่าวได้ว่าปราณกระบี่ของทั้งสาม,เหนือกว่ามารกระบี่ตะวันตกเป็นอย่างมาก.

มารกระบี่ตะวันตก,ต้องไม่ลืมว่าอีกฝ่ายเพิ่งก้าวไปถึงระดับเทพวิญญาณไม่นาน.

ทว่าสามคนนี้,ก้าวสู่ระดับเทพวิญญาณมาหลายร้อยปีแล้ว.

อย่างไรก็ตาม,ขณะที่พวกเขาจะพุ่งเข้าหาแต่ไม่อาจเข้าถึงเป้าหมายก็ปรากฏร่างสามร่างเข้าไปขวาง.

เจ้าเหว่ย,เหว่ยปิงและเฉินหยงหยวนนั่นเอง.

จางจินที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ได้ลงมือ.

เจ้าเหวิน,เหว่ยปิง,เฉินหยงหยวนทั้งสามไม่ได้ใช้อาวุธแต่อย่างใด,ต่อหน้าปราณกระบี่ปิศาจที่ทรงพลัง,พวกเขาใช้เพียงแค่หมัดเท่านั้น.

หมัดที่ต่อยไปยังทั้งสาม.

พลังหมัดที่ทำให้มิติรอบ ๆ แหวกแยกออกจากกัน,ราวกับจะพังทลายเป็นเสี่ยง ๆ.

คลื่นพลังหมัดที่รุนแรง,เป็นพลังที่แทบจะไร้เทียมทาน,ทำให้ปราณกระบี่ของคนจากวิหารทมิฬหายไปจนหมด.

จากนั้นร่างทั้งสามก็ลอยละล่องออกไปอย่างไร้ทิศทาง.

เหมือนกับอาวุโสมารตะวันตกก่อนหน้านี้,ถูกทุบจมพื้นอย่างโหดร้าย,ต้นไม้โบราณหลายตนที่พังทลายหักโค่นกลายเป็นพื้นที่ราบ.

คนทั้งสามที่เงยหน้าขึ้นในสภาพไม่สู้ดี จ้องมองพวกโจวเหวินพลางอุทานออกมาด้วยความตกใจ“ยอดฝีมือเทพแท้จริงอย่างงั้นรึ?!”

เจ้าเหวิน,เหว่ยปิง,เฉินหยงหวนทั้งสาม,แม้นว่าประกายเทพจะยังไม่คืนกลับสู่จุดสูงสุด,ทว่ายอดฝีมือเทพวิญญาณขั้นต้นไม่อาจที่จะเทียบได้เป็นธรรมดา.

สองคนที่คอยรั้งอาชาวิญญาณอสนีเวลานี้ไม่อาจรั้งอาชาวิญญาณมังกรอสนีเอาไว้ได้,เวลานี้มันวิ่งหนีหายไปแล้ว.

สองอาชาวิญญาณอสนีหายไปลับตา.

ลู่อี้ผิงก็ไม่ได้เข้าไปขวางกั้นแต่อย่างใด,แม้นว่าอาชาวิญญาณมังกรอสนีจะเป็นสัตว์กลายพันธ์โบราณ,ทว่าก็ไม่อาจเทียบกับวัวกระทิงมังกรเขาทองคำได้เลย.

“เจ้าเป็นใคร?!”สองอาวุโสสูงสุดของวิหารมารทมิฬที่จ้องมองไปยังลู่อี้ผิงด้วยความหวั่นเกรง.

ผู้เยาว์คนี้,มียอดฝีมือเทพที่แท้จริงปกป้องอย่างคาดไม่ถึง!

เรื่องนี้!

มันเกินจะกล่าวจริง ๆ!

ลู่อี้ผิงที่กล่าวอย่างไม่แยแส“สองวันก่อนมีคนทำร้ายเจ้าวิหารของเจ้าบาดเจ็บไปไม่ใช่รึ?”

เวลาอาวุโสสูงสุดวิหารมารทมิฬที่ร่างกายสั่นไปมาทันที.

เหล่าสมาชิกวิหารมารทมิฬที่ได้รับบาดเจ็บไม่มีใครรู้,มีเพียงแค่เหล่าอาวุโสสูงสุดเท่านั้นที่รู้,ข่าวนี้ถูกปิดเอาไว้อย่างดี,แล้วชายหนุ่มคนนี้รู้ได้อย่างไร?

ทันใดนั้น,พวกเขาก็ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้.

“เป็นเจ้าเองรึ?!”ใบหน้าของเขาที่เปลี่ยนสีในทันที.

เป็นฝีมือของชายหนุ่มคนนี้เองรึ?!

ลู่อี้ผิงไม่อธิบายใด ๆ,พร้อมกับโบกมือนำหม้อจักรวาลออกมา,จากนั้นพลังดึงดูดที่รุนแรงดึงร่างของทั้งหกคนของวิหารมารทมิฬเข้ามาข้างในทันที.

หม้อจักรวาลที่หมุนวนอย่างรวดเร็ว,คนทั้งหกก็ถูกกลั่นเป็นเม็ดยาทองคำเทพวิญญาณทันที.

ลู่อี้ผิงที่มอบมันให้กับพวกจางจิงคนละสิบเม็ด,หลังจากกินเม็ดยาเหล่านี้จะช่วยยกระดับพลังของพวกเขา.

คนทั้งสี่เพิ่งได้รับกายเนื้อไม่นาน,เม็ดยาทองคำเทพวิญญาณนี้,จะทำให้พวกเขาสามารถปรับสภาพได้อย่างรวดเร็ว.

“จูเหริน,อาชาวิญญาณอสนีทั้งสองที่หนีไป,ให้ข้าตามจับกลับมาใหม?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ยสอบถามลู่อี้ผิง.

“เพื่ออะไร?”ลู่อี้ผิงที่จ้องมองวัวกระทิงมังกรเขาทองคำด้วยน้ำเสียงลึกล้ำ.

วัวมังกรเขาทองคำที่เผยยิ้มอาย ๆ,“ข้าต้องการให้จูเหรินรับผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคน,เพื่อสนับสนุนเป็นมือเป็นเท้าให้จู่เหรินไงล่ะ!”

ลู่อี้ผิงเผยยิ้ม“ข้าไม่คิดว่าเจ้าต้องการให้ข้ารับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรอก,แต่อาชาวิญญาณอสนีสองตนนั้นเป็นตัวเมียต่างหากล่ะ.”

วัวกระทิงมังกรที่เผยท่าทางจริงจัง“ฟ้าดินเป็นพยาน,ข้าต้องการให้ท่านรับผู้ใต้บังคับบัญชามาเพิ่มเพื่ออำนวยความสะดวกให้นายท่านอย่างแน่นอน.”

ลู่อี้ผิงที่เผยยิ้ม“เอาล่ะ ๆ,ไปดูกัน.”

พวกจางจินเองตอนนี้ก็ไม่มีสัตว์ขี่,กล่าวได้ว่าการจับอาชาวิญญาณอสนีมาก็ดูจะเหมาะดี.

ดังนั้นพวกเขาจึงตามไป.

เพียงไม่นานก็เห็นสองอาชาวิญญาณอสนี.

สองอาชาวิญญาณอสนีที่ถูกอาวุโสวิหารมารทมิฬพัวพันก่อนหน้านี้,ทำให้เวลานี้มันอ่อนแรง,ทว่าเมื่อพวกมันเห็นพวกลู่อี้ผิงตามมา,ร่างกายของพวกมันก็แผ่สายฟ้าแล่นไปทั่ว,ก่อนที่จะปล่อยสายฟ้าโจมตีมายังพวกลู่อี้ผิงทันที.

จบบทที่ Chapter 17 Exposes to the sun the dried beef

คัดลอกลิงก์แล้ว