เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 16 Good, liking boasting is very normal

Chapter 16 Good, liking boasting is very normal

Chapter 16 Good, liking boasting is very normal


牛,喜欢吹牛很正常

จากนั้น,ทั้งสองที่เห็นบุรุษชุดสีนำเงินและวัวสีทองที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ กองไฟ.

ที่ด้านหลังชายชุดนำเงินนั้น,มีร่างวัยกลางคนที่สูงใหญ่ทรงพลังสี่คนยืนอยู่ด้านหลัง.

เห็นวัวสีทอง,ชายชราตกใจเป็นอย่างมาก,จากนั้นทั้งสองก็จ้องมองไปหยุดที่ลู่อี้ผิง.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเห็นชายชราและสตรีน้อยจ้องมอลู่อี้ผิงเขม็ง,ก็เอ่ยออกมาว่า“ข้าขอบอกทั้งสอง,ถึงแม้นว่าจูเหรินพวกเราจะหล่อเหลา,แต่เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องจ้องมองขนาดนั้น.”

“เจ้าจ้องมองข้าสิ,เหล่าหนิวสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์,ที่หล่อเหลาแค่ไหนก็ได้.”

สาวน้อยที่ได้ยินคำพูดของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำก็หัวเราะ,วัวตนนี้,ช่างน่าขำนัก.

ชายชราเหอโชวที่ยกมือประสานไปด้านหน้า,เอ่ยต่อลู่อี้ผิง“พวกเราเพียงแค่ผ่านมา,เข้ามาในหุบเขาแห่งนี้เพื่อพักชั่วคราว,ไม่ต้องการรบกวนน้องชาย.”

ลู่อี้ผิงเผยยิ้ม“ไม่ได้รบกวนอะไร,เชิญนั่งได้เลย.”เขาที่ชี้ไปยังมุมของกองไฟ,“พวกเรามาดื่มแก้เบื่อดีกว่า.”

ชายชราเหอโชวที่เผยยิ้ม“เช่นนั้นชายชราผู้นี้ไม่ขอเกรงใจ.”จากนั้นเขาก็พาสตรีน้อยมานั่งข้าง ๆ กองไฟ.

ลู่อี้ผิงที่โยนไหสุราสองไหออกไป,เอ่ยออกมาว่า“สุราข้าหมักเอาขึ้นมาแก้เบื้อ,แม้นว่าจะไม่ได้ล้ำค่าอะไร,แต่ราชาติก็ดีไม่น้อย.”

เหอโชวที่เปิดฝา,เขาเชี่ยวชาญทางสมุนไพรไม่น้อย,ไม่หวั่นเกรงว่าสุราจะมีปัญหา,เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม“เช่นนั้นก็ขอบคุณน้องชายแล้ว.”

หลังจากสุราเข้ามาในร่างกาย,รู้สึกราวกับว่ามังกรเพลิงได้วิ่งเข้ามาในร่าง.

นอกจากนี้ยังมีความเย็นที่ทำให้สดชื่นไปพร้อม ๆ กันด้วย.

เหอโชวที่คิดรู้สึกสบายจนไม่อาจเอ่ยอะไรออกมาได้.

เขาที่ตกใจเป็นอย่างมาก,จากนั้นก็ชิมลิ้มรสอย่างระมัดระวัง.

“น้องชาย,สุราของเจ้า,หมักขึ้นมาจากผลเพลิงเหมันตร์อย่างงั้นรึ?”เขาเอ่ยกล่าวอย่างอดทนไม่ไหว.

“ผลเพลิงเหมันตร์!”สตรีน้อยเอ่ยด้วยความตกใจ.

ผลเพลิงเหมันตร์,พวกเขามาจากวิหารราชาโอสถ,ในพื้นที่สวนลึกของคลังสมบัติวิหารก็มีสมุนไพรดังกล่าว,กระนั้นถึงแม้ว่าต้องการปรุงเม็ดยาเทวะขึ้นมา,ทว่า วิหารราชาโอสถคงไม่กล้านำผลเพลิงเหมันตร์ออกมาใช้อย่างแน่นอน.

ทว่าสุรานี้,วัตถุดิบเป็นผลเพลิงเหมันตร์จริง ๆรึ?.

คาดไม่ถึงว่าจะนำผลเพลิงเหมันตร์มาหมักสุรา!

ลู่อี้ผิงที่เห็นชายชราเหอโชวที่ดูตกตื่น,ก็เผยยิ้ม“มีผลเพลิงเหมันตร์จริง ๆ.”

ผลเพลิงเหมันตร์?

สุราที่เขาหมักนั้น,ยังมีวัตถุดิบอีกกว่า 100 ชนิด.

ผลเพลิงเหมันตร์นั้นเป็นวัตถุดิบธรรมดาที่สุด.

ลู่อี้ผิงที่เอ่ยยอมรับว่าในสุรามีผลเพลิงเหมันตร์จริง ๆ,เหล่าเหอและสตรีน้อยที่กลายเป็นตื่นเต้น,ใบหน้ากระตุกไปมาอย่างรุนแรง.

อย่างไรก็ตาม,ชายชราเหอโชวจู่ ๆ ก็ปิดฝาไหสุราอย่างระมัดระวัง.

เขาที่เอ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างเขินอายให้กับลู่อี้ผิง,“น้องชาย,สุราของเจ้า,ล้ำค่ามาก ๆ,ข้าต้องการเก็บเอาไว้,กลับไปดื่มช้า ๆ วันละอึกนะ.”

ลู่อี้ผิงที่หัวเราะ หึ หึ.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำจ้องมองไปยังเหอโชวเอ่ยออกมาว่า“เจ้าหนู,เจ้ายังกล้าเรียกจู่เหรินข้าว่าน้องชายงั้นรึ?,จู่เหรินของข้านั้นอายุมากกว่าเจ้ามากมายนัก.”

เหอโชวตกใจ.

สาวน้อยที่เอ่ยกล่าวด้วยความสุข “จูเหรินของเจ้าแก่กว่าอาจารย์ข้ามากขนาดนั้นเลยรึ? นอกจากนี้สุราที่จู่เหรินของเจ้า นั้นยังกับสายธารของเทพสวรรค์นะ.”

สายธารเทพสวรรค์,นี่คือแม่น้ำในตำนานแห่งหนึ่งของดินแดนพิภพเหิงหยวน,เป็นแม่น้ำทอดยาวผ่านพื้นที่หลายแห่งทั่วผืนแผ่นดิน.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,ต้องการเอ่ยอะไรออกมาอีก,ลู่อี้ผิงส่ายหน้าไปมา,จ้องมองเขาให้หยุด,ทำให้เขาได้แต่ก้มหน้าหงอลงทันที.

“แต่ จะว่าก็ว่าไปเถอะ,ข้าไม่เคยเห็นวัวสีทองมาก่อนเลย.”สาวน้อยที่จ้องมองวัวกระทิงมังกรจากบนลงล่าง.

วัวกระทิงมังกรที่เชิดหน้าเอ่ยออกมาว่า“ปู่ผู้นี้,เป็นกระทิงมังกรเขาทองคำตัวเดียวในสวรรค์และปฐพี.”

“เป็นจ้าวหมื่นสรรพสัตว์!”

“และยังเป็นบรรพชนเทพสายฟ้า!”

„Dragon Race Sovereign.”

“แม้แต่เป็นจักรพรรดิเผ่ามังกรด้วย.”

สาวน้อยอี้ซินที่เห็นใบหน้าเฉิดฉายของวัวทองคำแนะนำตัว,ก็หัวเราะชอบใจ.

วัวตัวนี้,เป็นบรรพชนเทพสายฟ้ารึ? เป็นจักรพรรดิเผ่ามังกรอย่างงั้นรึ?

เหอโชวเองก็เผยยิ้ม.

ลูอี้ผิงที่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“วัวของข้านั้น,ชอบโม้โอ้อวดแบบนี้ล่ะ,อย่าได้ไปเชื่อเรื่องราวปั้นน้ำของเขา.”

อี้ซินหัวเราะเบา ๆ,“เยี่ยมเลย,ข้าชอบคนขี้โม้อยู่เหมือนกัน.”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำหมดคำจะพูดใบหน้าเปลี่ยนเป็นเขี้ยวช้ำ.

สามคนหนึ่งวัว,ที่ดื่มสุรากินเนื้อย่าง,พลางพูดคุยกันไปต่าง ๆ นา ๆ.

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่.

ค่ำคืนที่มืดมิดก็ได้ผ่านไป.

ท้องฟ้าเริ่มทอแสงส่องลงมา.

ซือหลิงและเจียงซือด้านนอกลดน้อยลงแล้ว.

เหอโชวลุกขึ้น,เอ่ยต่อลู่อี้ผิง“พวกเรามีเรื่องต้องทำ,ขอตัวก่อน,คุณชายลู่ที่มอบสุราเป็นของขวัญ,เหอโชวซาบซึ้งยิ่งนัก.”จากนั้นเขาก็นำตำราเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ,เอ่ยออกมาว่า“ตำราเล่มนี้,บันทึกเกี่ยวกับแนวคิดด้านโอสถ,ขอให้คุณชายลู่รับไว้ด้วย.”

อี้ซิน,รู้ดีว่า,นี่คืองานวิจัยที่สำคัญของอาจารย์,คาดไม่ถึงว่าจะมอบให้กับชายหนุ่มลู่อี้ผิงคนนี้?

ลู่อี้ผิงจ้องมองตำราในมือเหอโชว,เผยยิ้ม“ไม่จำเป็นหรอก,ในหอตำราของข้านั้น,มีตำรายามากมาย,ท่านเก็บไว้เถอะ.”

ความลับเกี่ยวกับเทพโอสถนั้น,เขามีมากมายเกือบทุกอย่างแล้ว.

เขารู้จากความทรงจำของอู๋โม่ด้วย,หอราชาโอหสถนั้น,ที่จริงก็คือนิกายที่ศิษย์สายนอกของหุบเขาเทพโอสถในอดีตก่อตั้งขึ้น.

เหอโชวที่เห็นลู่อี้ผิงไม่ได้สนใจ,ก็ประหลาดใจ,จากนั้นก็เผยยิ้มออกมา“ในเมื่อเป็นเช่นนี้,หากคุณชายลู่มีเวลา,โปรดมาเยี่ยมเยือนข้าที่วิหารราชาโอสถก็แล้วกัน,เหอโชวจะต้อนรับด้วยสุราชั้นดีเช่นกัน!”

ลู่อี้ผิงพยักหน้ารับ.

หลังจากนั้น,เหอโชวและอี้ซินก็จากไปอย่างมีความสุข.

เมื่อเหอโชวและศิษย์จากไปแล้ว,ลู่อี้ผิงก็ลุกขึ้น,นำวัวกระทิงมังกรเขาทองคำและผู้ติดตามออกไปเช่นกัน,แม้นว่าเขาจะทำลายค่ายกลชำระล้างสะกดวิญญาณของอู๋โม่ไปแล้ว,ทว่าลมปราณแห่งความตายกับไม่ลดลงเลย,เห็นชัดเจนว่าลมปราณแห่งความตายนั้นไม่ได้มีผลจากค่ายกลชำระวิญญาณสะกดวิญญาณที่เหอโม่สร้างขึ้นแต่อย่างใด.

ดังนั้น,ลู่อี้ผิงจึงต้องค้นหาเหตุผลที่แท้จริง,และค้นหาร่องรอยของเหอตงไปด้วย.

ทว่าเหอโชวและศิษย์ที่จากมา,เอ่ยออกมาทันที“อี้ซิน,เจ้าคิดว่าลู่อี้ผิงเป็นอย่างไร?”

ได้ยินคำพูดดังกล่าว,ภายในใจของนางปรากฏร่างของลู่อี้ผิง,พร้อมกับเอ่ยด้วยท่าทางลังเล“ดูมากด้วยประสบการณ์,ดูเหมือนกับทองฟ้าในค่ำคืนที่มืดมิด,ไม่อาจเข้าใจสิ่งใดได้เลย.”

จากนั้นก็เอ่ยเพิ่ม“มีความรู้ที่ลึกซึ้ง,เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง!”

“นอกจากนี้ผู้คุ้มกันทั้งสี่,แปลกจริง ๆ,เลือดเนื้อของพวกเขาที่ราวกับว่ากำลังเติบโตขึ้นตลอดเวลา.”

เหอโชวพยักหน้ารับ,ดวงตาที่กระพริบครุ่นคิด,ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่.

ขณะเหอโชวและศิษย์กำลังหาพฤกษาเทวะฟินิกซ์,ลู่อี้ผิงและผู้ติดตามก็มาถึงป่าแห่งหนึ่ง.

ในสนามรบแห่งทวยเทพที่นี่คือป่าคุกทมิฬที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก,ต้นไม้โบราณที่สูงใหญ่ราวกับจะทะลวงไปถึงชั้นฟ้า,แต่ละต้นสูงมาก,นอกจากนี้ต้นไม้เหล่านี้ยังมีสีดำ,ทำให้ป่าแห่งนี้,เต็มไปด้วยลมปราณสีดำ,นอกจากนี้ยางไม้เองก็เป็นสีดำเหมือนกับโลหิต.

ลู่อี้ผิงจำได้,ในอดีตจ้าวแห่งทวยเทพได้ตกตายที่ป่าแห่งนี้.

พวกจางจินและพวกทั้งสี่นำหน้า,นำราชรถสีทองเข้าไปในป่าช้า ๆ.

อย่างไรก็ตาม,หลังจากเข้าไปในป่าคุกทมิฬไม่นาน,ก็ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ร้าย.

เสียงของมันดังมาก,นอกจากนี้ยังมีสายฟ้าสวรรค์ที่ก่อตัวขึ้น,แผ่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า.

วัวกระทิงมังกรที่เผยความประหลาดใจ“อาชาวิญญาณอสนี?”

อาชาวิญญาณอสนี,ก็คือสัตว์ร้ายกลายพันธ์ยุคโบราณนั่นเอง.

จบบทที่ Chapter 16 Good, liking boasting is very normal

คัดลอกลิงก์แล้ว