เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 5 No one can pull up

Chapter 5 No one can pull up

Chapter 5 No one can pull up


无人能拔起

หลังรถลากที่จากไปแล้ว,พวกลู่อี้ปิงทั้งสามก็ไปยังโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของเมืองโหลวเสวี๋ย,โรงแรมจินเฟิง และพักอยู่ที่นั่นในคืนนั้น.

เช้าวันถัดมา,ก็เดินทางต่อ.

ลู่อี้ผิงที่นั่งอยู่บนราชรถ,พร้อมกับถือสุราหิมะ,ดื่มไปอึกหนึ่ง,ส่ายหน้าไปมา,รสชาติของสุราหิมะ,ยิ่งดื่มมากเท่าไหร่ก็ยิ่งไร้รส,แตกต่างจากรสชาติในอดีต,อย่างเทียบกันไม่ติดเลย.

“เจ้าควรจะรู้ว่า,นิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนนั้น,บรรพชนชราที่แข็งแกร่งสุดตอนนี้คือใครอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงสอบถามลู่เผิง.

ลู่เผิงที่เร่งรีบตอบกลับไปในทันที,“ควรจะเป็นหยางต้าเหริน.”

“ท่านหยางนั้นไม่เพียงเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน(วังกระบี่สายฟ้า),ทว่ายังเป็นหนึ่งในสี่ของยอดฝีมือในราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้,ทว่าท่านหยางนั้นไม่ได้ปรากฏตัวมาหลายปีแล้ว.”

“ทว่าตามข่าวลือนั้น,ท่านหยางนั้นมีศิษย์นามเฉินหงต้า ซึ่งเวลานี้กำลังต้องการรับศิษย์ส่วนตัวอยู่.

ดังนั้น,เซียวฉางเฟิง,กงจู่ไท่เหยียน,เจิ้งเยว่และคนอื่น ๆ ต่างก็มาด้วยเหตุผลนี้อย่างงั้นรึ?

“หยางตงล่ะ?”ลู่อี้ผิงที่ถามออกมาทันที.

หยางตง!

ใบหน้าของลู่เผิงที่สั่นไหวไปมา,“คุณชายเอ่ยถึงเทพกระบี่หยางตงอย่างงั้นรึ?!”

ผู้ได้รับฉายาเทพกระบี่ในทวีปเทพยุทธ์นั้น,ในรอบหนึ่งแสนปีมานี้,มีเพียงแค่สามคนเท่านั้น.

เทพกระบี่หยางตงรึ? ลู่อี้ผิงที่เผยท่าทางประหลาดใจ,ก่อนจะพยักหน้าในที่สุด.

ลู่เผิงที่สูดหายใจลึก,เอ่ยออกมาว่า“เทพกระบี่หยางตรงนั้นหายไปกว่า 40,000-50,000 แล้ว!”

“หายไปอย่างงั้นรึ?!”ลู่อี้ผิงที่ขมวดคิ้วไปมา.

ลู่เผิงที่พยักหน้ารับ,“เทพกระบี่หยางตรงหายไป,เป็นหนึ่งในปริศนาของทวีปเทพยุทธ์เลย,เป็นไปได้ว่าท่านหยางอาจจะรู้ว่าเทพกระบี่หยางตงนั้นหายไปใน.”

“ท่านหยางก็คือบุตรของเทพกระบี่หยางตงนั่นเอง.”

บุตรของหยางตรงอย่างงั้นรึ?

ลู่อี้ผิงครุ่นคิด.

เจ้าหนูหยางตงหายไป 40,000-50,000 แล้วอย่างงั้นรึ? กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,หลังจากที่เขาออกจากป่าศักดิ์สิทธิ์,เพียงหนึ่งหมื่นกว่าปี,ก็หายไปอย่างงั้นรึ?

หลังจากนั้นไม่นาน.

ราชรถก็มาถึงเชิงเขานิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน

ที่นี่มีผู้คนมากมายมารวมตัวกัน แทบจะเรียกได้ว่าทะเลผู้คนก็ได้.

เท่าที่มองเห็น,คนเหล่านี้ล้วนแต่มาลงทะเบียนทดสอบ,มาจากตระกูลต่าง ๆ เวลานี้เข้าแถวเรียงกันยาวไปจนถึงยอดเขาแล้ว.

“คุณชาย,พวกเราจะไปลงทะเบียนทดสอบ.”ลู่เผิงที่กล่าวต่อลู่อี้ผิงด้วยความเคารพ.

“อืม,ไปเถอะ,ข้าจะไปเดินเล่นสักหน่อย.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

ดังนั้น,ลู่เผิงที่นำบุตรสาวลู่เสี่ยวยวีจากไป,ตรงไปยังพื้นที่ลงทะเบียน,เพื่อให้นางได้เข้าทดสอบเป็นศิษย์นิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน.

ทว่าเวลาต่อมาลู่อี้ผิงที่เก็บราชรถทองคำกลับเข้าไปในหม้อจักรวาลพร้อมกับเดินออกไป.

ลู่อี้ผิงที่ก้าวเดินออกไปไม่ไกลนัก,จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังอื้ออึง,เป็นขบวนเสด็จของกงจู่ไท่เหยี่ยนราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้ที่มาพร้อมกับเจิ้งเยว่ได้มาถึงแล้ว.

ขณะผู้คนมากมายรายล้อม,กงจู่ไท่เหยียนได้แหวกฝูงคนขึ้นเขา,ทันใดนั้นนางได้เห็นบุรุษชุดสีน้ำเงินก็ตกใจ,เป็นเขานีนา!

“ลุงสาม,นั่นคือชายหนุ่มคนนั้น!”กงจู่ไท่เหยียนเอ่ยกับชายวัยกลางคน.

ท่ามกลางฝูงชนมากมายกงจู่ไท่เหยียนที่จ้องมองไปยังลู่อี้ผิง,เอ่ยด้วยความประหลาดใจ“นั่นคือผู้เยาว์ที่มีราชรถทองคำที่ลากโดยวัวกระทิงทองคำเมื่อวานนี้อย่างงั้นรึ?”

“ใช่แล้ว,ลุงสาม,ท่านมีดวงตาฟ้าคราม,ท่านลองมองดูชายหนุ่มคนนั้นเขามีอะไรพิเศษหรือไม่?”กงจู่ไท่เหยี่ยนเอ่ย.

ในเวลานั้นดวงตาที่เบิกกว้างเปล่งแสงสีฟ้าครามออกมา,เขาที่จ้องมองเห็นชีพจร,จุดตานเถียน,พลังชีวิต,และกระดูกทั้งหมด.

จากนั้น,เขาก็ดึงสายตากลับ,ส่ายหน้าไปมา,“เขาไม่มีเจิ้นหยวน,ไม่มีพลังภายใน,ไม่ได้มีพลังวิเศษแต่อย่างใด.”

กงจู่ไท่เหยี่ยนได้ยินเข้า,ก็รู้สึกผิดหวังในใจ.

เมื่อวานที่กลับไป,นางคิดว่าชายชุดน้ำเงินนั้นไม่ธรรมดา,ทว่าไม่คิดเลยว่าจะไม่มีเจิ้นหยวน(ปราณแท้)และพลังภายในจริง ๆ.

เนตรฟ้าครามของลุงสามคือเนตรเทพโบราณ,สามารถเข้าใจแก่นและความสามารถของยอดฝีมือได้,ย่อมไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอน.

ในเมื่อตรวจสอบว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ผู้ฝึกตน,เช่นนั้นก็ไม่ใช่จริง ๆ.

ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิด.

เจิ้งเยว่ที่เห็นกงจู่ไท่เหยียนครุ่นคิดเกี่ยวกับลู่อี้ผิง,จึงเผยยิ้มเอ่ยออกมาเล็กน้อย“ข้าบอกแล้วว่าเขาจะเป็นยอดฝีมือเขตแดนเทพวิญญาณได้อย่างไร.”

กงจู่ไท่เหยี่ยนที่เลิกสนใจลู่อี้ผิง,ก่อนจะตรงไปยังพื้นที่ลงทะเบียน,พร้อมกับเหล่ายอดฝีมือราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้

ลู่อี้ผิงที่เดินเรื่อยเปื่อยตรงไปถึงกำแพงกระบี่.

บนกำแพงกระบี่นั้น,มีรอยฟันของกระบี่ด้วยกระบวนท่าต่าง ๆ มากมาย,ซึ่งเวลานี้มียอดฝีมือจากตระกูลต่าง ๆ มายืนจ้องมองกันอยู่อย่างคับคั่ง,ดูเหมือนว่าพวกเขาต่างก็มาตระหนักรู้เกี่ยวกับวิชากระบี่ดังกล่าวอยู่.

“คุณชาย.”ในเวลานั้น,ลู่เผิงที่นำบุตรสาวลู่เสี่ยวยวีไปลงทะเบียนเสร็จกลับมาหาลู่อี้ผิง,ก่อนจะเห็นอีกฝ่ายจ้องมองกำแพงกระบี่อยู่,จึงเอ่ยออกมาว่า“นี่คือรอยกระบี่ ที่ท่านเทพกระบี่หยางตงทิ้งเอาไว้ในอดีต.”

“ในอดีนนั้นเทพกระบี่หยางตงเอ่ยออกมาว่า,รอยกระบี่บนผนังนี้สามารถให้ทุกคนทั่วโลกมาตระหนักรู้ทักษะกระบี่ได้,ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิษย์นิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนและคนของตระกูลอื่น ๆ ไปจนถึงนิกายนับไม่ถ้วนต่างก็มาตระหนักรู้กันมากมาย.”

“รอยกระบี่บนกำแพงนี้มีอยู่ทั้งหมด 999 กระบวนท่า.”

“ทว่าหลายปีมานี้,คนที่ตระหนักรู้ได้ถึง 100 กระบวนท่านั้น,มีอยู่น้อยมาก.”

ขณะลู่เผิงอธิบาย,ลู่อี้ผิงได้จับจ้องมองไปยังกระบี่ยักษ์ที่ปักอยู่บนกำแพง.

บนกำแพงดังกล่าวนั้นเผยบางส่วนออกมาแต่กระนั้นก็มีความยาวกว่าหนึ่งเมตร,กล่าวได้ว่าความยาวของกระบี่นี้มีความยาวมากกว่ากระบี่ทั่วไปหลายเท่า.

“นั่นคือกระบี่เพลิงชาติของเทพกระบี่หยางตรงที่ปักเอาไว้หลายหมื่นปีแล้ว,หากใครสามารถดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาได้,คนนั้นก็จะได้เป็นเจ้าของมันทันที.”ลู่เผิงที่ส่ายหน้าไปมา“ทว่า,หลายปีมานี้,ไม่มีใครสามารถดึงมันออกมาได้เลย,แม้แต่ท่านหยางเองก็ไม่สามารถ.”

กระบี่เพลิงชาติอย่างงั้นรึ?

ขณะที่ลู่อี้ผิงจ้องมองอยู่นั้น,ปรากฏผู้เยาว์วัย 16-17 ปีที่ก้าวเข้าไป,ที่ด้านหลังนั้นมีกลุ่มยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งตามมาด้วย.

“เทพยุทธ์น้อยเซียวเฉิงเฟิง!”เหล่าผู้คนรอบ ๆ ที่เห็นเข้าต่างก็เผยท่าทางตกใจ,ทำให้พื้นที่รอบ ๆ กลายเป็นวุ่นวายขึ้นมาทันที.

“คารวะนายน้อยเซียวฉางเฟิง!”

“คารวะเทพยุทธ์น้อย!”

ที่ด้านหน้ากำแพง,เหล่ายอดฝีมือมากมายต่างก็เร่งรีบเข้ามาทักทายเขา.

เซียวฉางเฟิงที่เผยยิ้มพร้อมกับพยักหน้าทักทายทุกคน.

“ปีที่แล้ว,ข้ามาดึงกระบี่เพลิงชาติ,แต่กับไม่อาจดึงออกมาได้,ในปีนี้ข้าได้เข้าถึงวิถีกระบี่ที่ลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม,ต้องการดึงมันอีกครั้ง,หวังว่าจะไม่รบกวนทุกท่าน?”เซียวฉางเฟิงเอ่ยกับทุกคน.

“ไม่อยู่แล้ว.”เหล่ายอดฝีมือที่เร่งรีบส่ายหน้าไปมา.

ยอดฝีมือคนหนึ่งที่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ก่อนหน้านี้นายน้อยเซียวเฉาเฟิงเกือบจะดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาได้แล้ว,ในครั้งนี้,นายน้อยมั่นใจมากกว่าเดิม,ข้าคิดว่านายน้อยจะต้องดึงกระบี่เพลิงชาติได้อย่างแน่นอน.”

ในอดีตนั้น,เซียวฉางเฟิงที่ดึงมันออกมาได้หนึ่งนิ้ว.

การที่บอกว่าเกือบดึงออกมาได้นั้น,ดูเหมือนว่ายังขาดไปอีกกว่าหนึ่งแสนเก้าพันลี้.

เซียวฉางเฟิงได้ยินผู้เชี่ยวชาญกล่าวยกยอ,ได้เผยยิ้มกว้าง,ก้าวไปที่ด้านหน้ากระบี่เพลิงชาติ,ร่างกายที่แผ่แรงกดดันออกมา,ริ้วแสงที่พุ่งทะยานออกจากร่างของเขา.

“กายเทวะต้าเฉียน!”

ในเวลานั้นผู้คนต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ.

เซียวฉางเฟิงมีกายาเทวะต้าเฉียนที่เวลานี้ถูกกระตุ้นไปจนถึงขีดสุด,บรรยากาศที่กลายเป็นที่จับตามอง,เสื้อของเขาที่โบกสะบัด,ปราณกระบี่ที่พวยพุ่งทะยานท้องฟ้า.

เหล่าผู้ฝึกตนที่มีพลังอ่อนแอ,ต่างก็ตกใจถอยหลังออกมาหลายก้าว.

เซียวฉางเฟิงที่คำรามลั่น,ราวกับสายฟ้าคำราม,มือสองข้างที่กุมไปที่ด้ามกระบี่ทันที,จากนั้นก็เริ่มดึงออกมาสุดแรง.

ทันใดนั้น,กระบี่เพลิงชาติที่เปล่งรัศมีแสงสว่างจ้า.

ร่างกายของเซียวฉางเฟิงที่เปล่งรัศมีแสงปะทะกับรัศมีสีแดงของกระบี่เพลิงชาติ,ที่เวลานี้มันเริ่มขยับช้า ๆ.

ในเวลานั้น,เขาก็ดึงออกมาได้หนึ่งนิ้ว.

เซียวฉางเฟิงที่ยังคงคำรามดัง,เร่งพลังไปจนถึงขีดสุด,หลังจากกระบี่เพลิงชาติผุดออกมาได้หนึ่งนิ้ว,จากนั้นไม่ว่าเซียวฉางเฟิงใช้พลังไปเท่าไหร่,เร่งปราณกระบี่มากมายขนาดใหน,กับไม่อาจดึงออกมาได้อีกเลยแม้แต่นิดเดียว.

จบบทที่ Chapter 5 No one can pull up

คัดลอกลิงก์แล้ว